ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาชุดทำความเย็นแบบระเหยจากแผ่นทำความเย็นกระดาษสาโดยใช้เทคนิคอากาศหมุนวน

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาชุดทำความเย็นแบบระเหยจากแผ่นทำความเย็นกระดาษสาโดยใช้เทคนิคอากาศหมุนวน
นักวิจัย : ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ดุษฎี คำบุญเรือง , ธวัชชัย พรหมรัตน์ , สมชาย มณีวรรณ์
คำค้น : เทคนิคอากาศหมุนวน , แผ่นทำความเย็นกระดาษสา
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยดังกล่าวทำการศึกษาสมบัติทางกายภาพของกระดาษสาตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมซึ่งทำการศึกษาความสามารถในการดูดซึมน้ำ (ISO534: 1988) ค่าความต้านแรงดึงขาดสภาวะแห้งและสภาวะเปียก (ISO3781.1983) น้ำหนักมาตรฐาน (ISO536: 1995) ค่าความหนาและค่าความหนาแน่นของกระดาษสา (ISO534: 1988) ใช้กระดาษสาจาก 3 แหล่งผลิตประกอบด้วยบ้านนาเหลืองในอำเภอเวียงสาจังหวัดน่าน (A), บ้านสะเนียนอำเภอเมืองจังหวัดน่าน (B) และบ้านเพ็กใหญ่อำเภอนครไทยจังหวัดพิษณุโลก (C) เพื่อหากระดาษสาที่มีสมบัติเหมาะสมสำหรับผลิตแผ่นเซลส์จากนั้นออกแบบแผ่นเซลล์ทำความเย็นจากกระดาษสาและนำไปทดสอบประสิทธิภาพการทำความเป็นระบบทำความเย็นแบบระเหยโดยใช้เทคนิคอากาศหมุนเวียนโดยศึกษาอุณหภูมิความชื้นที่เปลี่ยนแปลงโดยใช้ความเร็วลมในการทดลอง 3 ระดับคือ 5 เมตรต่อวินาที, 7 เมตรต่อวินาทีและ 10 มตรต่อวินาทีจากการศึกษาพบว่ากระดาษสาแต่ละแหล่งผลิตมีสมบัติทางกายภาพดังนี้การดูดซึมน้ำร้อยละ 220-390 ของน้ำหนักกระดาษสาความต้านทานแรงดึงขาดสภาวะแห้ง 6 -17 กิโลนิวตันต่อตารางเมตรค่าความต้านทานแรงดึงขาดสภาวะเปียก 0.4-1.3 กิโลนิวตันต่อตารางเมตรน้ำหนักมาตรฐาน 50-130 "รัมต่อตารางเมตรค่าความหนา 0.1-0.4 มิลลิเมตรและค่าความหนาแน่น 300-390 กิโลกรัมต่อลูกบาศก์มตรขึ้นอยู่กับความหนาและแหล่งผลิตจากผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ากระดาษสาจากบ้านเข็กใหญ่อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลกมีสมบัติทางกายภาพเหมาะสำหรับผลิตแผ่นเซลล์ทำความเย็นเนื่องจากมีาคาถูกและมีความสามารถในการดูดซึมน้ำใกล้เคียงกับกระดาษสาแหล่งอื่น ๆ และจากการศึกษาวามเร็วลมที่ทำให้ระบบทำความเย็นแบบระเหยโดยใช้เทคนิคอากาศหมุนเวียนสามา t ามารถลดอุณหภูมิายในห้องปฏิบัติการได้เฉลี่ยประมาณ 2.4 องศาเซลเซียสโดยความเร็วที่เหมาะสมคือ 10 เมตรต่อนาทีดังนั้นกระดาษสาจึงเป็นแนวทางเลือกหนึ่งในการนำมาประยุกต์ใช้งานภายในโรงเรือนเพาะเลี้ยงตว์ปีกเนื่องจากสามารถลดอุณหภูมิภายในโรงเรือนได้


บรรณานุกรม :
ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ดุษฎี คำบุญเรือง , ธวัชชัย พรหมรัตน์ , สมชาย มณีวรรณ์ . (2553). การพัฒนาชุดทำความเย็นแบบระเหยจากแผ่นทำความเย็นกระดาษสาโดยใช้เทคนิคอากาศหมุนวน.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ดุษฎี คำบุญเรือง , ธวัชชัย พรหมรัตน์ , สมชาย มณีวรรณ์ . 2553. "การพัฒนาชุดทำความเย็นแบบระเหยจากแผ่นทำความเย็นกระดาษสาโดยใช้เทคนิคอากาศหมุนวน".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ดุษฎี คำบุญเรือง , ธวัชชัย พรหมรัตน์ , สมชาย มณีวรรณ์ . "การพัฒนาชุดทำความเย็นแบบระเหยจากแผ่นทำความเย็นกระดาษสาโดยใช้เทคนิคอากาศหมุนวน."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2553. Print.
ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ชมพูนุช วรางคณากูล , ฉันทนา พันธุ์เหล็ก , ดุษฎี คำบุญเรือง , ธวัชชัย พรหมรัตน์ , สมชาย มณีวรรณ์ . การพัฒนาชุดทำความเย็นแบบระเหยจากแผ่นทำความเย็นกระดาษสาโดยใช้เทคนิคอากาศหมุนวน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2553.