ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการสกัดดีเอ็นเอของกล้วยไม้สกุลช้าง

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการสกัดดีเอ็นเอของกล้วยไม้สกุลช้าง
นักวิจัย : อนุพันธ์ กงบังเกิด
คำค้น : กล้วยไม้สกุลช้าง, , การสกัดดีเอ็นเอ, , DNA extraction, , การสกัดดีเอ็นเอของกล้วยไม้สกุลช้าง , Chinese elephant orchids.
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากเงินงบประมาณรายได้ของคณะวิทยาศาสตร์ประจำปี 2550 ผู้วิจัยขอขอบพระคุณคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรที่ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยดังกล่าวขอบพระคุณภาควิชาชีววิทยาที่กรุณาเอื้อเฟื้อสถานที่ในการดำเนินการวิจัยขอบพระคุณอาจารย์ดร. อภินันท์ลิ้มมงคลอาจารย์ดร. มลิวรรณนาคขุนทดและผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร. สมจิตต์ทินกระโทกที่กรุณาให้คำแนะนำและข้อคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ให้โครงการนี้ดำเนินไปได้ด้วยดีขอบคุณเจ้าหน้าที่ภาควิชาชีววิทยาที่ช่วยเหลือให้การสนับสนุนให้การวิจัยครั้งนี้

บรรณานุกรม :
อนุพันธ์ กงบังเกิด . (2552). การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการสกัดดีเอ็นเอของกล้วยไม้สกุลช้าง.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
อนุพันธ์ กงบังเกิด . 2552. "การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการสกัดดีเอ็นเอของกล้วยไม้สกุลช้าง".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
อนุพันธ์ กงบังเกิด . "การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการสกัดดีเอ็นเอของกล้วยไม้สกุลช้าง."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2552. Print.
อนุพันธ์ กงบังเกิด . การศึกษาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับการสกัดดีเอ็นเอของกล้วยไม้สกุลช้าง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2552.