ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ
นักวิจัย : นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , สุธิรา เลิศตระกูล , สุธิรา เลิศตระกูล , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , กรกนก อิงคนินันท์
คำค้น : Curcuma aeruginosa Roxb, , medical application, , ว่านมหาเมฆ , สมุนไพรว่านมหาเมฆ
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : -
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ว่านมหาเมฆมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma angiosa Roo. ร. เป็นพืชในวงศ์ Zingiberaceae จากการศึกษาเบื้องต้นของกลุ่มผู้วิจัยพบว่าสารสกัดเอกชนจากเหง้าของว่านมหาเมฆมีฤทธิ์ต้นแขนโครเจนทั้งในระดับหลอดทดลองและสัตว์ทดลองสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านแอนโดรเจนนี้อาจนำไปพัฒนาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้เช่นรักษาภาวะศีรษะล้านหรือต่อมลูกหมากโตจึงเป็นที่น่าสนใจที่จะศึกษาว่านมหาเมฆทั้งทางด้านเคมีเภสัชวิทยาพิษวิทยาและความคงตัวทางเภสัชกรรมเพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์ต่อไปผู้วิจัยได้แยกสารต้านแอนโดรเจนจากว่านมหาเมฆพบว่าเป็นสารกลุ่ม scsquiterpene คือ geancarone Relerone และ achydn-Cardione โดยที่ gsmacroid สามารถมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ในหลยตทดลองมากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับสารอื่นๆ germacrone ถูกนำไปศึกษาต่อในสัตว์ทดลองโดยดูความสามารถในการยับยั้งการเพิ่มขนาดของ flank gland ซึ่งเป็นเด็กที่มีความไวต่อแอนโดรเจนของหนูตะเภาพบว่าในทุก dose ของ germacrone (3, 30 และ 100 แgต่อวัน) สามารถยับยั้งการเพิ่มขนาดของ flank gland ได้ที่เมื่อเทียบกับสารมาตรฐาน finasteride ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเป็น 5d reductast inhibitor ของ germacrone เมื่อศึกษาเพิ่มเติมถึงฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากเพาะเลี้ยงที่กระตุ้นด้วย testosterone (LNCar cell proliferation) ของ germacrone พบว่าที่ความเข้มข้นของ 5 nmd มีแนวโน้มในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์ได้แม้ว่าจะไม่มีนัยสำคัญทางสถิติซึ่งเป็นที่น่าสนใจที่จะศึกษาเพิ่มเติมต่อไปนอกจากนี้ผลการทดลองแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการออกฤทธิ์ของ germacrone ในการเป็นสารต้านแอนโดรเจนไม่เกี่ยวข้องกับการจับกับ androgen receptor ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาฤทธิ์ในการด้านอาการต่อมลูกหมากโตของสารสกัดว่านมหาเมฆและศึกษาผลต่อขนาดร่างกายและอวัยวะภายในรวมถึงพฤติกรรมการสืบพันธุ์ในหนูทดลองที่ถูกชักนำให้เกิดภาวะต่อมลูกหมากโตพบว่าสารสกัดว่านมหาเมฆในขนาด 10-1000 มก. / กก. ไม่ได้ช่วยลดภาวะต่อมลูกหมากโตได้เท่ากับผลของยา finasteride โดยที่ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าสารสกัดว่านมหาเมฆออกฤทธิ์ 5d-reductase type I ที่พบมากบริเวณผิวหนังดังนั้นงานวิจัยขั้นต่อไปควรมุ่งศึกษาผลการด้านภาวะผมหลุดร่วงจากฤทธิ์ของฮอร์โมนแอนโดรเจนเพื่อทดสอบความเป็นพิษของสารสกัดว่านมหาเมฆผู้วิจัยได้ทำการทดสอบโดยให้สารสกัดว่านมหาเมฆทางปากทั้งขนาด 2 ก. / กก. ครั้งเดียวหรือขนาด 1, 10, และ 100 มก. / กก. แก่หนูแรทเป็นเวลา 90 วันไม่มีผลแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกายต่อลักษณะทางโครงร่างและจุลพยาธิวิทยาของเนื้อเยื่อและต่อผลทางโลหิตวิทยาของอวัยวะภายในของหนูทดลองจากการทดสอบการระคายเคืองในกระต่ายพบว่าสารสกัดส่งผลให้เกิดอาการแดงเล็กน้อยของผิวหนังกระต่ายทุกตัวที่เวลา 24 และ 48 ชั่วโมงซึ่งอาการดังกล่าวหายไปภายในชั่วโมงที่ 72 ของการตรวจผลส่วนการทดสอบการระคายเคืองในหนูแรทไม่พบอาการผิดปกติในหนูทุกตัวที่ได้รับสารสกัดว่านมหาเมฆหมูทั้งในกลุ่มควบคุมและกลุ่มทดสอบผลจากการศึกษานี้ชี้ให้เห็นถึงความปลอดภัยของการประยุกต์ใช้สารสกัดว่านมหาเมฆเมื่อประยุกต์สารสกัดโดยรับประทานทางปากหรือการทาบนผิวหนังจากการศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวของสารสกัดเฮกเซนของว่านมหาเมฆพบว่ามีลักษณะข้นใสสีน้ำตาลเข้มมีกลิ่นหอมสารสกัดมี pH 4. จุดเดือด 150. 98 C, ค่า reflective index ที่ 20C เท่ากับ 1. 52739 และค่าความความหนาแน่นที่ 25 C เท่ากับ 1. 0351 สำหรับการทดสอบความคงสภาพ (stability tests) สารสกัดยังคงคุณสมบัติ anti-androgenic activity เท่ากับศาที่ baseline เมื่อทดสอบที่อุณหภูมิ 70 C (1 h), 50 °C (1 m) และ 37 c (3 m) แต่มีความไวต่อแสงแดด (photoreaction) ซึ่งส่งผลให้ activity ลดลงถึง 30% เมื่อทดสอบกับแสงแดดที่ 24 ชั่วโมงนอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดยังคงคุณสมบัติในการเป็น anti-androgen ใน pH ที่เป็นกรดได้ดีกว่าเมื่ออยู่ใน pH กลางและค่างตามลำดับจากการศึกษาทั้งทางเคมีกายภาพทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาพบว่าสารสกัดว่านมหาเมฆสารออกฤทธิ์ในกลุ่ม seaquiterpenoids มีฤทธิ์ด้านแอนโดรเจนและมีความปลอดภัยจึงมีศักยภาพที่จะพัฒนาต่อเพื่อใช้ในการด้านแอนโดรเจนโดยมีแนวโน้มที่จะใช้ในการรักษา androgenic alopecia (ภาวะผมร่วงที่เกิดจากแอนโดรเจน) ได้มากกว่าที่จะใช้ในการรักษาต่อมลูกหมากโต

บรรณานุกรม :
นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , สุธิรา เลิศตระกูล , สุธิรา เลิศตระกูล , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , กรกนก อิงคนินันท์ . (2551). การศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , สุธิรา เลิศตระกูล , สุธิรา เลิศตระกูล , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , กรกนก อิงคนินันท์ . 2551. "การศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , สุธิรา เลิศตระกูล , สุธิรา เลิศตระกูล , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , กรกนก อิงคนินันท์ . "การศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2551. Print.
นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , สุธิรา เลิศตระกูล , สุธิรา เลิศตระกูล , นิวัติ เทพาวราพฤกษ์ , เนติ วระนุช , นันทีทิพ ลิ้มเพียรชอบ , กรกนก อิงคนินันท์ . การศึกษาการใช้ประโยชน์ทางยาของสมุนไพรว่านมหาเมฆ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี; 2551.