ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเภสัชกรชุมชน (ความดันโลหิตสูงและวัณโรคปอด)

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเภสัชกรชุมชน (ความดันโลหิตสูงและวัณโรคปอด) , Community pharmacists monitoring of pulmonary tuberculosis outpatients
นักวิจัย : พยอม สุขเอนกนันท์ , Phayom Sukanaknan , อุษาศิริ ศรีสกุล , วิลาสินี หิรัญพานิช , มนสา สุนารัตน์ , Usasiri Srisakul , Wilasinee Hirunphanit , Monsa Sunarat , มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ , Mahasarakham University. Faculty of Pharmaceutical Sciences
คำค้น : Health Prevention and Control , Health Service Systems , Tuberculosis, Pulmonary -- drug therapy , Hypertension -- drug therapy , การป้องกันและควบคุมโรค , ระบบบริการสุขภาพ , วัณโรคปอด -- การรักษาด้วยยา , ความดันเลือดสูง -- การรักษาด้วยยา , การบริการสาธารณสุข , pulmonary tuberculosis outpatients , hypertensive patients , Community pharmacist , ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง , ผู้ป่วยวัณโรคปอด , เภสัชกรชุมชน
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : DOWNLOAD FULLTEXT[THAI]/fullt/res/hs1209.zip , http://hdl.handle.net/11228/1930 , WF360 พ216ก 2548 , 45ค041
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ชื่อหน้าปก : โครงการการติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเภสัชกรชุมชน (ความดันโลหิตสูงและวัณโรคปอด)

การมีส่วนร่วมของเภสัชกรในการติดตามดูแลผู้ป่วยในชุมชนในประเทศไทย ยังไม่เป็นบทบาทที่ชัดเจนทั้งตัวเภสัชกรเองและวิชาชีพอื่น วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อประเมินผลของการมีส่วนร่วมของเภสัชกรในการติดตามดูแลผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จุดประสงค์ของการติดตามรักษาความดันโลหิตสูงเพื่อให้ผู้ป่วยควบคุมระดับความดันโลหิตให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของ The Joint National Committee on Prevention, Detection, Evaluation and Treatment of High Blood Pressure (JNC-6) ผู้ป่วยจำนวน 118 คนที่เข้าร่วมการศึกษาซึ่งถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มโดยการสุ่ม กลุ่มทดลอง (59 คน) มีเภสัชกรเข้ามีส่วนร่วมในการรักษาโดยให้บริบาลทางเภสัชกรรม การให้คำปรึกษาเรื่องยา ให้ความรู้ และติดตามข้อมูลการใช้ยาและสภาวะสุขภาพ กลุ่มควบคุม (58 คน) ไม่มีเภสัชกรเข้าร่วมในการติดตาม ผลลัพธ์ได้ถูกวัดก่อนและหลังการติดตามระยะเวลา 6 เดือนที่ร้านยามหาวิทยาลัยมหาสารคาม บันทึกระดับความดันโลหิต (Blood pressure: BP) จำนวนเม็ดยา จดหมายแนะนำปรึกษาถึงแพทย์ ความรู้ และคุณภาพชีวิต ผลการศึกษาพบว่าผู้ป่วยให้ข้อมูลว่ารับการติดตามรักษาที่โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ และโรงพยาบาลร่วมกับคลินิกเอกชนเป็นลำดับรองลงมา หลังจบการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยในกลุ่มทดลองมี ระดับความดันโลหิตต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Systolic BP/Diastolic BP 119.90 + 14.67/72.43 + 10.97 mmHg และ 122.86 + 14.67/73.92 + 11.76 mmHg ตามลำดับ, p <0.05) อัตราการใช้ยาตามสั่งในกลุ่มทดลองสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (67.27% และ 51.85% ตามลำดับ, p <0.05) ขณะที่คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p >0.05) แต่การประเมินสถานะสุขภาพของตนเองผู้ป่วยกลุ่มทดลองประเมินสุขภาพตัวเองว่า ‘สุขภาพดีกว่า’ และ ‘ค่อนข้างดีกว่า’ สูงกว่ากลุ่มทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.05) ความรู้หลังการติดตามพบว่าไม่แตกต่างกันระหว่างทั้งสองกลุ่ม (p >0.05) แต่ผู้ป่วยกลุ่มทดลองมีความรู้ที่ดีขึ้นหลังการติดตามหกเดือนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p <0.05) จดหมายแนะนำปรึกษาแพทย์ได้รับการยอมรับ 67.64% จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า ผู้ป่วยที่มีเภสัชกรเข้ามีส่วนร่วมในการติดตามรักษาความดันโลหิตสูงได้รับประโยชน์อย่างมากในเรื่องการลดระดับความดัน เพิ่มอัตราการใช้ยา ความรู้ และความรู้สึกในการประเมินสุขภาวะสูงมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีเภสัชกรเข้ามีส่วนร่วมในการรักษา

ชื่องานวิจัย โครงการติดตามดูแลผู้ป่วยวัณโรคปอดโดยเภสัชกรชุมชนชื่อผู้วิจัย พะยอม สุขอเนกนันท์และคนอื่น ๆ แหล่งทุน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ปีที่พิมพ์ 2548บทคัดย่อ ยุทธศาสตร์การรักษาวัณโรคด้วยระบบยาระยะสั้นแบบมีพี่เลี้ยง (DOTS; Directly Observed Treatment, Short Course) เป็นยุทธศาสตร์หลักของแผนงานควบคุมวัณโรคแห่งชาติภายใต้แผนงานขององค์การอนามัยโลก ประเทศไทยได้ถูกจัดอันดับที่ 16 ใน 22 กลุ่มประเทศเสี่ยง ปีค.ศ. 2002 ตามรายงานการควบคุมวัณโรคขององค์การอนามัยโลก เภสัชกรเป็นหนึ่งทีมวิชาชีพสุขภาพที่ควรมีบทบาทในการพัฒนาผลการรักษาแก่ผู้ป่วยนอกวัณโรคปอด งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ทางด้านคลินิกตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก ความพึงพอใจต่อการเข้ารับบริการที่ร้านยามหาวิทยาลัยและคุณภาพชีวิตระหว่างผู้ป่วยนอกวัณโรคปอดที่ได้รับการรักษาในระบบเดิมที่โรงพยาบาลและผู้ป่วยที่เข้ารับบริการที่ร้านยามหาวิทยาลัยโดยมีการวิจัยเป็น Quasi experimental study design ผู้ป่วยวัณโรคปอดที่ไม่มีการติดเชื้อเอช-ไอ-วี ร่วมด้วยได้รับการรักษาด้วยยาระบบ DOTS สูตรที่ 1 (2HRZE+4HR) จากโรงพยาบาลมหาสารคามระหว่างเดือนธันวาคม พ.ศ. 2545 ถึง เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลจนครบระยะเข้มข้น 2 เดือนแรกพร้อมกับมีผลการตรวจเสมหะเป็นลบ ในการรักษาเดือนที่ 3-5 ผู้ป่วยถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามความสมัครใจ ซึ่งผู้ป่วยที่เข้ารับการติดตามและรับยาต่อเนื่องที่ร้านยามหาวิทยาลัยจัดเป็นผู้ป่วยกลุ่มทดลอง และผู้ป่วยต้องการเข้ารับการติดตามที่โรงพยาบาลจัดเป็นผู้ป่วยในกลุ่มควบคุม ผู้ป่วยนอกวัณโรคปอดทั้งหมดจำนวน 99 ราย ได้รับการรักษาระบบ DOTS เสร็จสิ้นในระยะเวลาวิจัย มีผู้ป่วยเพศชายร้อยละ61.80 อายุเฉลี่ย 49.52 + 16.87 ปี กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการติดตามโดยเภสัชกรมีจำนวน 40 ราย และผู้ป่วยในกลุ่มควบคุมมีจำนวน 59 ราย อัตราการรักษาสำเร็จพบว่ามีร้อยละ 92.5 ในผู้ป่วยกลุ่มทดลองและร้อยละ74.8 ในผู้ป่วยกลุ่มทดลอง (p = 0.023) อัตราผู้ป่วยสูญหายในกลุ่มทดลองมีจำนวน 3 ราย (ร้อยละ7.5)และในกลุ่มควบคุมจำนวน 14 ราย (ร้อยละ23.7) (p = 0.036) ในกลุ่มควบคุมมีการรักษาล้มเหลวจำนวน 2 รายขณะทีไม่พบในผู้ป่วยกลุ่มทดลอง อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่พบบ่อยได้แก่ อาการปวดกล้ามเนื้อ ผื่นคัน และเหน็บชา ผู้ป่วยในกลุ่มทดลองร้อยละ 99.3 มีความพึงพอใจต่อการเข้ารับบริการที่ร้านยามหาวิทยาลัย เนื่องจากการประเมินความรู้เรื่องวัณโรคและคุณภาพชีวิตมีความล่าช้าหลังจากผู้ป่วยเสร็จสิ้นการวิจัยเป็นเวลานาน (1-6เดือน) พบว่าผู้ป่วยในกลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้เรื่องวัณโรคและการปฏิบัติตัวเฉลี่ยร้อยละ 69.57 ซึ่งมีแนวโน้มสูงกว่าผู้ป่วยในกลุ่มควบคุมมีคะแนนเฉลี่ยร้อยละ65.57 (p=0.188) ผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มให้ความเห็นต่อสุขภาพโดยรวมว่าดีกว่าปีที่แล้ว การให้บริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยนอกวัณโรคปอดโดยเภสัชกรชุมชนสามารถเพิ่มอัตราการรักษาสำเร็จบรรลุตามเป้าหมายขององการอนามัยโลก (มากกว่าร้อยละ85) และยังลดอัตราผู้ป่วยสูญหายและอัตราการรักษาล้มเหลว ผู้ป่วยมีความพึงพอใจต่อการรับบริการจากเภสัชกร ดังนั้นการมีส่วนร่วมของเภสัชกรชุมชนในทีมวิชาชีพสุขภาพสามารถเพิ่มผลลัพธ์ทางคลินิกแก่ผู้ป่วยนอกวัณโรคปอด ในวิจัยครั้งต่อไปควรปรับระยะเวลาในการประเมินความรู้เรื่องวัณโรคและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

Research Title Community pharmacist monitoring of hypertensive patientsResearcher Phayom Sukanaknan, et al.Funding Health Systems Research InstituteYear 2005Abstract Pharmaceutical care practice in pharmacies in Thailand in monitoring chronic diseases is currently not generally accepted. The objective of this study was to assess the effect of pharmacist involvement with hypertensive patients in a pharmacy. The treatment objective was to stabilize the blood pressure (BP) of hypertensive patients in accordance with the JNC-6 guidelines. There were 118 patients who were randomly assigned into the treatment group (59 patients) and the control group (58 patients). The research pharmacist was involved in providing pharmaceutical care, drug counseling, education, medical and medication reviews. Outcomes were measured before and after six months at the Mahasarakham University Pharmacy. Blood pressure, pill counts, recommendations, patient knowledge and quality of life were recorded. The results at the beginning of the study showed that most patients seek for care from a hospital and from both a hospital and a clinic. After six months, BP reductions in the treatment group were greater than in the control group. Systolic BP/ Diastolic BP were 119.90 + 14.67/72.43 + 10.97 mmHg for the treatment group and 122.86 + 14.67/73.92 + 11.76 mmHg for the control group (p <0.05). Compliance rates in the treatment group were greater than in the control group (p <0.05). Quality of life results were similar in both groups except in health reported transition which showed better health status in the treatment group when compared with the control group, p <0.05. Patient knowledge was equal in both groups after six months (p <0.05), nevertheless, there was a significantly improved knowledge only in the treatment group, p >0.05. It can be concluded that hypertensive patients who received pharmacist involvement had significantly greater benefits in BP reduction, compliance rate, patient knowledge and quality of life in health reported transition.

Research Title Community pharmacist monitoring of pulmonary tuberculosis outpatientsResearcher Phayom Sukanaknan, et al.Funding Health Systems Research InstituteYear 2005AbstractProblem Statement: DOTS (Directly Observed Treatment, Short Course) for pulmonary tuberculosis (PulTB) is a major strategy in the National Tuberculosis Program (NTP) following the World Health Organization (WHO) global plan. Thailand was ranked 16th of 22 high-burden countries 2002 in the WHO global tuberculosis control report. Community pharmacists are one of the health care team that should play a role in improving outcomes in pulmonary tuberculosis outpatients.Objectives: To compare clinical outcomes, patient satisfaction, tuberculosis knowledge and quality of life between community pharmacists monitoring patients and control patients receiving normal care.Design: Quasi experimental study design.Setting and Population: Nightly-nine pulmonary tuberculosis outpatients without HIV co-infection were treated with DOTS category 1 (2HRZE+4HR) between December 2002 and February 2004 at Mahasarakham provincial hospital. Patients who were diagnosed PulTB, had completed the intensive phase (2rd month with covertly negative sputum), were volunteered to received care and medications from pharmacists at a University pharmacy. This was the treatment group. Patients who received care only from the hospital were in the control group. Intervention: Pharmaceutical care and refill DOTS. Outcome Measures: Clinical outcomes were assessed when the patients completed DOTS (6 months). Following the WHO tuberculosis treatment definition, outcomes were cure rate (sputum conversion after six month), treatment success rate (summation of cure and completion rate), default rate (lost more than two months) and failure rate (positive sputum test after six month). Results: Nightly-nine PulTB patients who completed DOTS during the study period were male 61.80%, age 49.52 + 16.87 years. There were 40 eligible patients in the treatment group and 59 in the control group. Smear positive patients in the treatment group were 65.00% and 47.50% in the control group. Smear positive cases showed a cure rate of 60.00% for the treatment group and 33.90% for the control group (p = 0.010). Treatment success rate in the treatment group was 92.50% and 74.60% in the control group (p = 0.023). Default rate in the control group was 23.70% (14 cases) and in treatment group was 7.5% (3 cases, p = 0.036). The control group had two failure cases but there were none in the treatment group. Common adverse drug reactions were myalgia, rash and numbness. Patients in the treatment group, 99.3%, were satisfied with pharmacist monitoring in University pharmacy. Tuberculosis knowledge average score in the treatment group is 69.57% and 65.57% in the control group (p=0.188). Health reported transition was better than the last year in both groups.Conclusions: Community pharmacist monitoring improved the treatment success rate to achieve the WHO goal (more than 85%) and decrease default and failure rates. The results showed that community pharmacists’ involvement in a DOTS multidisciplinary team improved clinical outcomes in pulmonary tuberculosis outpatients and increased patient satisfaction. Further studies should adjust evaluation of tuberculosis knowledge and quality of life in an appropriate period of the study.

บรรณานุกรม :
พยอม สุขเอนกนันท์ , Phayom Sukanaknan , อุษาศิริ ศรีสกุล , วิลาสินี หิรัญพานิช , มนสา สุนารัตน์ , Usasiri Srisakul , Wilasinee Hirunphanit , Monsa Sunarat , มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ , Mahasarakham University. Faculty of Pharmaceutical Sciences . (2548). การติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเภสัชกรชุมชน (ความดันโลหิตสูงและวัณโรคปอด).
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
พยอม สุขเอนกนันท์ , Phayom Sukanaknan , อุษาศิริ ศรีสกุล , วิลาสินี หิรัญพานิช , มนสา สุนารัตน์ , Usasiri Srisakul , Wilasinee Hirunphanit , Monsa Sunarat , มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ , Mahasarakham University. Faculty of Pharmaceutical Sciences . 2548. "การติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเภสัชกรชุมชน (ความดันโลหิตสูงและวัณโรคปอด)".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
พยอม สุขเอนกนันท์ , Phayom Sukanaknan , อุษาศิริ ศรีสกุล , วิลาสินี หิรัญพานิช , มนสา สุนารัตน์ , Usasiri Srisakul , Wilasinee Hirunphanit , Monsa Sunarat , มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ , Mahasarakham University. Faculty of Pharmaceutical Sciences . "การติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเภสัชกรชุมชน (ความดันโลหิตสูงและวัณโรคปอด)."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2548. Print.
พยอม สุขเอนกนันท์ , Phayom Sukanaknan , อุษาศิริ ศรีสกุล , วิลาสินี หิรัญพานิช , มนสา สุนารัตน์ , Usasiri Srisakul , Wilasinee Hirunphanit , Monsa Sunarat , มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ , Mahasarakham University. Faculty of Pharmaceutical Sciences . การติดตามดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังโดยเภสัชกรชุมชน (ความดันโลหิตสูงและวัณโรคปอด). นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2548.