ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : คุณภาพของข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนและสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย
นักวิจัย : ยอดพล ธนาบริบูรณ์ , Yodphon Tanaboribun
คำค้น : Health Administration , การบริหารสาธารณสุข , อุบัติเหตุทางถนน , ข้อมูลอุบัติเหตุ , อุบัติเหตุจราจร , สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนน
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2548
อ้างอิง : DOWNLOAD FULLTEXT[THAI]/fullt/res/hs1370.zip , http://hdl.handle.net/11228/1192 , WA275 ย174ค 2548
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

รายงานฉบับสมบูรณ์การศึกษาคุณภาพของข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนและสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย

ชื่องานวิจัย คุณภาพของข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน และสถานการณอุบัติเหตุทางถนนใน ประเทศไทย ชื่อผู้วิจัย ยอดพล ธนาบริบูรณ์แหล่งทุน สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพปีที่พิมพ์ 2548บทคัดย่อรายงานฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความสมบูรณ คุณภาพของข้อมูลและเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ สถานการณอุบัติเหตุจราจร และความสัมพันธ์กับแนวโน้มการกระจายของปัจจัยเสี่ยงจากแหล่งข้อมูลที่มี เพื่อการวางยุทธศาสตร์การแกไขปัญหาและเสนอแนะต่อการพัฒนาระบบข้อมูล โดยรายงานฉบับนี้ไดเสนอผลการวิเคราะห์การศึกษาคุณภาพของข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน และสถานการณอุบัติเหตุจราจรทางถนนในประเทศไทย นำเสนอแหล่งข้อมูลอุบัติเหตุ ซึ่งไดครอบคลุมหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน 5 แหง ไดแก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กรมทางหลวง กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังไดเสนอถึงคุณลักษณะของข้อมูลและ การเผยแพร่ข้อมูลอุบัติเหตุของหน่วยงานเหล่านี้ หลังจากนั้นไดนำเสนอข้อมูลบางส่วนที่ไดจาก หน่วยงานเหล่านี้ร่วมกับข้อมูลจากหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาทำการวิเคราะห์และสรุปสถานการณอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย ซึ่งผลการศึกษาคุณภาพข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนและสถานการณอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยสามารถสรุปสาระสำคัญไดดังต่อไปนี้ 1. ข้อมูลที่มีประโยชนสูงสุดในการวิเคราะห์อุบัติเหตุในรายละเอียด คือ ข้อมูลดิบ ถึงแม้หน่วยงานหลักส่วนใหญ่จะมีการเก็บบันทึกข้อมูลดิบทั้งในรูปแบบของรายงานและสื่ออิเล็คทรอนิกส แต่ยังไมมีหน่วยงานใดที่เผยแพร่ข้อมูลดิบสิ่งที่เผยแพรเป็นเพียงข้อมูลเชิงสถิติและ/หรือข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์แลว ทำให้ไมสามารถนำไปพัฒนาใช้ในรายละเอียดอื่นๆ หรือการวิเคราะห์ในเชิงลึกได นอกจากนี้การ เขาถึงข้อมูลดิบของบางหน่วยงานยังพบอุปสรรคด้วยระเบียบและขั้นตอนต่างๆ ของหน่วยงานในอนาคตควรมีการ พิจารณาถึงความเป็นไปไดที่จะเผยแพร่ข้อมูลดิบบนสื่ออิเลคทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก เช่นในเว็บไซตดังที่ไดปฏิบัติกันในต่างประเทศ นอกจากนี้ควรมีการพิจารณาที่จะพัฒนาระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกลางซึ่งสามารถนำมาใช้ร่วมกันได เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของข้อมูลการเขาถึง และการเผยแพร่ข้อมูล2. จากการที่ดัชนีที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไดแก จำนวนประชากรและจำนวนรถจดทะเบียนนั้น ไมสอดคลองกับจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน ดังนั้นการศึกษานี้จึงไดเสนอดัชนีเพิ่มเติม คือการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มาเป็นทางเลือกในการวิเคราะห์อุบัติเหตุทางถนน อย่างไรก็ดีจำนวนประชากรและจำนวนรถจดทะเบียนเป็นข้อมูลที่สืบค้นได้ง่าย และมีความเป็นสากล นิยมใช้กันทั่วโลก ดังนั้นรายงานฉบับนี้ไดเสนอการประยุกต์ใช้ดัชนีรถจดทะเบียนต่อประชากรซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการวิเคราะห์สถานการณอุบัติเหตุของประเทศ 3. จากการวิเคราะห์ความรุนแรงของอุบัติเหตุโดยใช้ดัชนีการเสียชีวิต (Fatality Index) แสดงให้เห็นว่า ในรอบ 10 ปที่ผ่านมา แม้วาจำนวนผู้บาดเจ็บต่ออุบัติเหตุจะมีแนวโน้มที่สูงขึ้นแต่ความเสี่ยงในการเสียชีวิตของผู้ประสบอุบัติเหตุไดลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการให้บริการทางการแพทย์ฉุกเฉิน 4. เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนผู้เสียชีวิตและการถือครองใบอนุญาตขับขี่ผลการวิเคราะห์ ยืนยันไดวาเพศชายมีอัตราความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าาเพศหญิงเกือบสองเท่า 5. แม้วาบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงและมีแนวโน้มจะลดลงเมื่อพื้นที่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯออกไปแต่ในทางตรงกันข้ามอัตราการเสียชีวิตในกรุงเทพฯและปริมณฑลกลับมีอัตราน้อยที่สุดและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อพื้นที่อยู่หางกรุงเทพฯออกไป6. การศึกษานี้ได้เน้นความแตกต่างระหว่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลและช่วงเวลาปกติ โดยวิเคราะห์ปัจจัยหลัก 4 ประการ คือ ที่อยู่ปัจจุบันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล ประเภทการเดินทาง และการใช้เข็ม ขัดนิรภัยและหมวกนิรภัย 7. นอกจากนี้ยังวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเรียกตรวจยานพาหนะของเจาหนาที่ตำรวจ กับ สถานการณอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การกำหนดยุทธศาสตร์และ/หรือมาตรการการตั้งด่านตรวจหรือจำนวนการเรียกตรวจของเจาหนาที่ ควรพิจารณาถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุด้วย

สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพ

บรรณานุกรม :