ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิจัยและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนภาคใต้

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิจัยและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนภาคใต้ , [Primary health care unit: case study in Southern area]
นักวิจัย : อุไร หัถกิจ , Urai Hatakit
คำค้น : Health Services Research , Health Services , การปฏิรูประบบสุขภาพ , ระบบบริการสุขภาพ , บริการสุขภาพ, การวิจัย , อนามัย, บริการ , การบริการสาธารณสุข , Primary Care Units , บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://hdl.handle.net/11228/2014 , W84.6 อ857ก 2544
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ชื่องานวิจัย รายงานโครงการวิจัยและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน : กรณี ศึกษาชุมชนภาคใต้ผู้วิจัย อุไร หัถกิจ และคนอื่นๆ แหล่งทุน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขปีที่พิมพ์ 2544บทคัดย่อ โครงการวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในบริบทภาคใต้ของประเทศไทย พื้นที่ที่ศึกษาคือชุมชน ในอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ศึกษาโดยการวิเคราะห์ สถานการณ์ของระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในภาคใต้ สำรวจความคิดเห็น ประชุมกลุ่ม และ จัดเวทีระดมความคิดเห็นในกลุ่มประชาชน ผู้นำชุมชน/องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ผู้ให้บริการสุขภาพและผู้ทรงคุณวุฒิ ผลการศึกษาสรุปได้ดังนี้สถานการณ์ด้านสุขภาพและความต้องการด้านสุขภาพของชุมชนภาคใต้พบว่าประชาชนในพื้นที่ที่ศึกษามีปัญหาสุขภาพที่สอดคล้องกับปัญหาสุขภาพของภาคใต้โดยรวมคือ การเจ็บป่วยด้วย โรคติดเชื้อ โรคเรื้อรัง การเจ็บป่วยจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ระบบสุขภาพที่ ประชาชนภาคใต้ต้องการประกอบด้วย บุคคลสุขภาพดี ชุมชนเข้มแข็ง สังคมที่เกื้อกูล ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ และบริการสุขภาพของรัฐที่เท่าเทียม เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ประชาชนมีความคิดเห็นว่าระบบบริการสุขภาพในปัจจุบันไม่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนได้ โดยเฉพาะบริการสุขภาพในระดับปฐมภูมิในชนบทที่จัดโดยรัฐ เช่น ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนและสถานีอนามัย เพราะบริการไม่ครอบคลุมความต้องการของชุมชน อุปกรณ์การแพทย์ไม่ เพียงพอ ขาดแคลนงบประมาณ ขาดแคลนบุคลากรด้านสุขภาพ สมรรถนะของผู้ให้บริการมีความจำกัด ขาดการประสานงานที่ดี ประชาชนขาดความศรัทธาในบริการ ทำให้มีการข้ามขั้นไปใช้บริการใน โรงพยาบาล 2. รูปแบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิที่ประชาชนภาคใต้ต้องการ ควรเป็นบริการใกล้บ้านและเป็นที่พึ่งของประชาชนได้จัดให้มีครอบคลุมทุกชุมชนตามสัดส่วนของประชาชนบริการโดย หน่วยงานอิสระบริหารงานโดยคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบเป็นพหุภาคี ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วม ในขั้นตอนต่างๆ ของการจัดบริการสุขภาพ ร่วมเป็นเจ้าของกิจการบริการสุขภาพ โดยมีกองทุนสุขภาพชุมชนเป็นแหล่งงบประมาณสำคัญ ให้บริการครอบคลุมบริการพื้นฐานในทุกมิติ โดยเน้นงาน สร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันการเจ็บป่วยมากกว่าการรักษาการเจ็บป่วย ผู้ให้บริการประกอบด้วย สหวิชาชีพ โดยมีพยาบาลวิชาชีพ เจ้าพนักงานสาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุข และแพทย์แผนไทยเป็นบุคลากรหลัก ส่วนแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกรและนักโภชนกรจะหมุนเวียนมาให้บริการที่ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับต้น ตามความต้องการด้านสุขภาพของชุมชน 3. ข้อเสนอรูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิที่สอดคล้องกับบริบทภาคใต้ในอนาคต 3.1 ความหมาย 3.1.1 การดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิ (Primary care) หมายถึง การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานที่รัฐต้องจัดให้กับประชาชนทุกคน ทุกครอบครัว อย่างเป็นองค์รวมและต่อเนื่องในทุกภาวะของสุขภาพ ตั้งแต่มีสุขภาพดี มีภาวะเสี่ยง ภาวะเจ็บป่วยและระยะสุดท้ายของชีวิต โดยครอบคลุมการส่งเสริม สุขภาพ การป้องกันโรค การรักษาโรคเบื้องต้น การดูแลแบบประคับประคอง (palliative care) และการฟื้นฟูสภาพ รวมถึงการประสานงานเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ และการส่งต่อผู้ป่วยไปรับบริการที่เหมาะสม โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพของประชาชน ครอบครัวและชุมชนในการดูแลตนเองการใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสม และการมีส่วนร่วมของชุมชน 3.1.2 ระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ (primary care serviced system) หมายถึง ระบบบริการสุขภาพขั้นพื้นฐานที่เป็นจุดเชื่อมต่อ (bridging) ระหว่างประชาชนกับระบบบริการสุขภาพโดยเป็นบริการสุขภาพที่อยู่ใกล้บ้าน ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ง่าย และมีการจัดบริการการดูแล สุขภาพระดับปฐมภูมิโดยผู้ประกอบวิชาชีพ 3.2 ลักษณะของบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิที่พึงประสงค์เป็นบริการที่อยู่ใกล้บ้านประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ง่าย เท่าเทียม ทั่วถึงและมีคุณภาพ มีการกำหนดพื้นที่ให้บริการชัดเจน เชื่อมโยงกับหน่วยงาน/เครือข่ายเพื่อการจัดการกับสุขภาพและความเจ็บป่วยในทุกมิติของภาวะสุขภาพแก่คนทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกวัย เปิดโอกาสให้ประชาชน เอกชน องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นหรือองค์กรรูปแบบอื่นๆ มีส่วนร่วมในการดำเนินการหรือร่วมเป็นเจ้าของบริการ โดยผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เช่น พยาบาล นักการสาธารณสุข แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป เภสัชกรในร้านขายยา เป็นต้น ร่วมกับผู้ให้บริการการแพทย์ภูมิปัญญาไทยแนวทางการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ สถานบริการควรตั้งในชุมชน มีพื้นที่รับผิดชอบชัดเจน มีอุปกรณ์ที่พอเพียง ให้บริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน แก้ไขปัญหาสุขภาพฉุกเฉิน และเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารและความรู้ด้านสุขภาพและอื่นๆ แก่คนในชุมชน ให้บริการครอบคลุมการ ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในกลุ่มปะชากรปกติและกลุ่มเสี่ยง แก้ไขปัญหาสุขภาพและการเจ็บ ป่วยเบื้องต้น ส่งต่อเพื่อการรักษาที่เหมาะสม การฟื้นฟูสมรรถภาพ การเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพ ผู้ให้บริการสุขภาพควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบุคคล สุขภาพและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ ค่านิยม ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต และการดูแลสุขภาพของบุคคลตามบริบททางสังคมและวัฒนธรรม รู้คิดอย่างมีวิจารณญาณ มีทักษะการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสืบค้น บันทึกและจัดทำฐานข้อมูลด้านสุขภาพของ ผู้ใช้บริการ ปฏิบัติงานโดยใช้ข้อมูล (evidence-based practice) ตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างมีจริยธรรมและจรรยาบรรณของวิชาชีพ 3.4 เงื่อนไขในการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ รัฐต้องกำหนดกรอบ และขอบเขตของการบริการสุขภาพในระดับปฐมภูมิให้ขัดเจน และมีกลไกระดับชาติที่ทำหน้าที่กำหนดเงื่อนไข และการบริหารจัดการที่ครอบคลุมระบบประกันสุขภาพ ระบบการเงิน การกระจายอำนาจด้านบริการสุขภาพการจัดกำลังคนและการพัฒนาบุคลากร การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพของบริการสุขภาพ จำนวนของผู้ให้บริการระดับวิชาชีพมีเพียงพอที่สามารถปฏิบัติงานในระดับปฐมภูมิตามขอบเขตของการบริการสุขภาพที่ได้กำหนดไว้ และต้องมีกฎหมายรับรองการปฏิบัติงาน 4. บทบาทและสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการปฏิบัติงานระดับปฐมภูมิ พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในระดับปฐมภูมิควรพัฒนาบทบาทการเป็นผู้สนับสนุนและเสริมพลังชุมชนด้านสุขภาพ (consumer health facilitator) บทบาทการเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชน ด้านสุขภาพ (health network collaborator) บทบาทการเป็นผู้ให้บริการทางสุขภาพเชิงรุก (proactive health provider) ผู้ให้ความรู้ด้านสุขภาพ (health educator ) นักบริหารจัดการบริการสุขภาพ (health service manager ) และนักวิจัยสุขภาพร่วมกับชุมชน (health researcher) สำหรับสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพในการปฏิบัติงานระดับปฐมภูมิ สรุปได้ดังนี้ 4.1 การดูแลสุขภาพบุคคล โดยส่งเสริมสุขภาพผู้รับบริการเป็นรายบุคคล ครอบครัว ชุมชนอย่างเป็นองค์รวมในทุกภาวะสุขภาพ ป้องกันโรคและปัญหาสุขภาพต่างๆ แก่บุคคลทุกวัย ในทุกภาวะสุขภาพ คัดกรอง ตรวจวินิจฉัย และให้การรักษาโรคเบื้องต้น ปฏิบัติการผดุงครรภ์ วางแผน ครอบครัว อนามัยแม่และเด็ก ฟื้นฟูสภาพผู้รับบริการ และการดูแลผู้รับบริการในระยะสุดท้ายของชีวิต 4.2 รู้และเข้าใจบริบทของผู้รับบริการ ตระหนักในความสำคัญของความเชื่อ ค่านิยม ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต และแนวทางการดูแลสุขภาพของบุคคลในแต่ละวัฒนธรรมและท้องถิ่น 4.3 รู้คิดอย่างมีวิจารณญาณ วิเคราะห์และตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล ความรู้และจริยธรรม และการนำความรู้สู่การปฏิบัติ 4.4 มีความสามารถในการสื่อสารทั้งการฟัง พูด เขียน และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสืบค้น บันทึก และจัดทำฐานข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ใช้บริการ 4.5 ปฏิบัติงานตามมาตราฐาน กฎหมายวิชาชีพและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติงานอย่างมีจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพรวมทั้งการให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนและสิทธิผู้ป่วย 4.6 ปฏิบัติงานโดยใช้ข้อมูล (evidence-based practice) โดยการวิจัยและนำผลการวิจัยมาใช้ในการปฏิบัติงาน 4.7 สามารถบริหารจัดการการให้บริการและหน่วยงานที่ให้บริการ 5. ข้อเสนอต่อการพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิ 5.1 รัฐต้องจัดให้มีมาตรการด้านกฎหมายเพื่อให้เกิดระบบบริการสุขภาพในระดับปฐมภูมิที่พึงประสงค์ มาตรการการจัดสรรงบประมาณ ภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยจ่ายตรงไป ยังเครือข่ายสถานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ หรือกองทุนสุขภาพชุมชนที่มีความพร้อมเพื่อทำหน้าที่ซื้อและควบคุมคุณภาพบริการสุขภาพ รัฐควรมีมาตรการที่ชัดเจนในการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพที่มีสมรรถนะในการปฏิบัติงานระดับปฐมภูมิ จำนวนเพียงพอ ตลอดจนมาตรการการพัฒนาบุคลากรที่ มีอยู่ในระบบให้สามารถปฏิบัติงานได้ตามขอบเขตของการบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ และมาตรการด้านการกฎหมายเพื่อรับรองการปฏิบัติงานของบุคลากร 5.2 สภาการพยาบาล กำหนดขอบเขตบทบาทและสมรรถนะของพยาบาลวิชาชีพทุกระดับ (ตรี โท และเอก) เพื่อปฏิบัติภาระกิจในการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิอย่างชัดเจน จัดให้มีวุฒิบัตรรองรับการปฏิบัติพยาบาลเฉพาะทาง และการปฏิบัติพยาบาลขั้นสูงสำหรับพยาบาลที่ผ่านหลักสูตรที่จัดไว้เสนอร่างกำหนดตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพประจำสถานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ กำหนดบทบาทและความรับผิดชอบ กำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง กำหนดสัดส่วน จำนวนพยาบาลวิชาชีพ พยาบาลเวชปฏิบัติ พยาบาลเทคนิค เจ้าพนักงานสาธารณสุข เพื่อผสานความรู้และทักษะ (skill-mixed team) เร่งให้สถาบันการศึกษาพยาบาลปฏิรูปหลักสูตรและการจัดการศึกษา เพื่อให้สามารถผลิตบัณฑิตที่มีความสามารถในการปฏิบัติงานในระดับปฐมภูมิได้ จัดการให้มีข้อบัญญัติและระเบียบข้อบังคับ รองรับการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพตามขอบเขตที่กำหนดไว้ จัดทำมาตรฐานและแนวทางการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ จัดให้มีมาตรการควบคุม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพของการให้บริการอย่างเป็นระบบ 5.3 สถาบันการศึกษาต้องผลิตพยาบาลให้มีทักษะในการปฏิบัติงานในระดับปฐมภูมิได้ สอดคล้องกับความต้องการบริการสุขภาพในอนาคต โดยจัดให้มีทั้งแผนระยะสั้นและระยะยาว โดยจัดทำหลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในระดับปฐมภูมิหรือพยาบาลที่จบใหม่ให้มีความรู้และทักษะที่สอดคล้องกับบทบาทใหม่ในชุมชน เพื่อจะได้ปฏิบัติงานในชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงของการเปลี่ยนผ่าน และแผนระยะยาว โดยการจัดทำหลักสูตรปริญญาตรีและโท เพื่อผลิตพยาบาลที่เป็นมืออาชีพที่มีความสามารถทั้งด้านบริการและบริหาร เป็นผู้ที่มีความรู้และทักษะโดยเฉพาะด้านการพยาบาลครอบครัวและชุมชน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานเชิงรุกในระดับปฐมภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเป็นผู้นำในการจัดระบบบริการสุขภาพในชุมชน

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

บรรณานุกรม :
อุไร หัถกิจ , Urai Hatakit . (2544). การวิจัยและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนภาคใต้.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
อุไร หัถกิจ , Urai Hatakit . 2544. "การวิจัยและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนภาคใต้".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
อุไร หัถกิจ , Urai Hatakit . "การวิจัยและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนภาคใต้."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2544. Print.
อุไร หัถกิจ , Urai Hatakit . การวิจัยและพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิในชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนภาคใต้. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2544.