ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

โครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอนาคต

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : โครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอนาคต , [Future policy and strategy structure for Health Systems Research Institute]
นักวิจัย : แสวง บุญเฉลิมวิภาศ , Sawaeng Bunchaloemwipat , บรรเจิด สิงคะเนติ , เอนก ยมจินดา , สมศักดิ์ นวตระกูลพิสุทธิ , Banchoet Singkaneti , Anaek Yomchinda , Somsak Nawtrakulpisut
คำค้น : Health Administration , Health Systems Research Institute , การบริหารสาธารณสุข , สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข , การจัดองค์กร
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : hs1111 , http://hdl.handle.net/11228/1242 , WA540.JT3 ส968ค 2547 , 47ข57
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ชื่องานวิจัย โครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอนาคตผู้วิจัย แสวง บุญเฉลิมวิภาศ, บรรเจิด สิงคะเนติ, เอนก ยมจินดา, สมศักดิ์ นวตระกูลพิสุทธิแหล่งทุน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขปีที่พิมพ์ 2547บทคัดย่อ พระราชบัญญัติสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2535 แต่หลังจากที่ใช้พระราชบัญญัติดังกล่าวมาเป็นเวลา 12 ปี ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับระบบสาธารณสุขหลายประการ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินงานและบริหารจัดการของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขสอดคล้องกับสถานการณ์ที่ปรับเปลี่ยนอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขจึงได้จัดให้มีกระบวนการศึกษาโครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข เพื่อกำหนดทิศทางในอนาคตที่เหมาะสมขึ้น ประเด็นการศึกษาที่สำคัญประกอบด้วย ก. กรอบโครงสร้างความรับผิดชอบของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขตามพระราชบัญญัติและตามองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ซึ่งจำต้องปรับเปลี่ยนให้ตอบสนองต่อการประสานงานระหว่างภาคส่วน (Sectors) ในขณะเดียวกันก็ต้องมีขนาดกะทัดรัดคล่องตัวช่วยให้กระบวนการกำหนดและควบคุมนโยบายและยุทธศาสตร์เป็นไปได้อย่างมีสมรรถนะสูงสุด ข. โครงสร้างความสัมพันธ์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขกับกลไกภาครัฐ และเอกชนต่าง ๆ ตลอดจนองค์กรในต่างประเทศและองค์กรนานาชาติที่เกี่ยวข้องกับระบบสุขภาพ จำต้องได้รับการปรับปรุงให้เกิดความคล่องตัว และรองรับภารกิจที่ขยายตัวไปเกินกว่าการให้ทุนหรือรับทุนวิจัย แต่ จำต้องวางกระบวนการจัดการเพื่อสร้างฐานงานวิจัยสำหรับความต้องการในอนาคตได้อย่างทันท่วงที ข้อเสนอในทางโครงสร้างทางกฎหมายนี้เกิดจากการสังเคราะห์งานในกรอบที่ 1 การศึกษาภาพที่พึงประสงค์ของระบบสุขภาพ กรอบที่ 2 การศึกษาพันธกิจของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในการตอบสนองเพื่อประสงค์ในอนาคต กรอบที่ 3 การศึกษากระบวนการและรูปแบบการสร้างเครือข่ายนักวิจัย และกรอบที่ 4 การศึกษากระบวนการบริหารจัดการงานวิจัยให้ตอบสนองยุทธศาสตร์ใหม่ โดยสรุปข้อเสนอโครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอนาคต แยกออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ 1. ข้อเสนอที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมตามโครงสร้างของกฎหมายปัจจุบัน ซึ่งแยกออกเป็น 1.1 คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 1.2 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และ 1.3 กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข 1.1 คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข มีประเด็นในการแก้ไข ดังนี้ 1.1.1 องค์ประกอบของคณะกรรมการแก้ไขให้ประกอบด้วย ภาคการเมือง และข้าราชการประจำ ภาควิชาการ และภาคประชาชน 1.1.2 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่คณะกรรมการ 3 ประการ คือ ก. อำนาจในการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการ ข. อำนาจในการออกข้อบังคับเพื่อการบริหารจัดการเครือข่ายวิจัย สถาบันวิจัย หรือเครือข่ายสถาบันวิจัย และ ค. ให้คณะกรรมการมีอำนาจกระทำการอื่นใดที่จำเป็นหรือต่อเนื่องเพื่อวัตถุประสงค์ของสถาบัน 1.1.3 การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและการพ้นจากตำแหน่ง (1) การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ควรกำหนดเพิ่มเติม 2 ประการ กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกำหนดความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ (2) ขยายระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก 2 ปี ขยายเป็น 4 ปี 1.1.4 การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการจะต้องบัญญัติเพิ่มเติมมิให้กรรมการเข้าไปมีส่วนได้เสียในกิจการของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 1.2 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 1.2.1 วัตถุประสงค์ของสถาบันควรบัญญัติเพิ่มเติม 2 ประการ ดังนี้ (1) สนับสนุนให้มีการนำผลการวิจัยระบบสาธารณสุขเผยแพร่ลงสู่ภาคประชาชน โดยผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน องค์กรภาคเอกชน รวมทั้งองค์กรสาธารณประโยชน์ทั้งหลาย (2) การให้ทุนสนับสนุนหรือการให้การสนับสนุนด้านข้อมูลข่าวสารในการพัฒนาระบบสาธารณสุขแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน ฯลฯ 1.2.2 อำนาจกระทำการของสถาบัน ควรบัญญัติเพิ่มเติม 3 ประการ ดังนี้ (1) อำนาจในการประสาน ติดตามความก้าวหน้า รวมทั้งการให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะแก่เครือสถาบันเพื่อให้การดำเนินงานของเครือสถาบันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ (2) อำนาจในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินกิจการต่าง ๆ (3) ควรบัญญัติให้อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการให้ หรือจากการซื้อด้วยเงิน หรือจากรายได้ของสถาบันเป็นกรรมสิทธิ์ของสถาบัน 1.2.3 การจัดองค์กรของสถาบัน (1) โครงสร้างภายในสถาบัน ก. ควรให้มีผู้เชี่ยวชาญของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยอาจเพิ่มฝ่ายงานเพื่อรองรับนักวิชาการ หรือนักวิจัยอาวุโส หรืออาจกำหนดให้มีรองผู้อำนวยการผู้มีความชำนาญพิเศษในสาขาต่าง ๆ ข. กำหนดให้มีฝ่ายงานด้านการต่างประเทศขึ้นภายในสถาบัน วิจัยระบบสาธารณสุข (2) ผู้อำนวยการสถาบันมีประเด็นในการปรับปรุงดังนี้ ก. การแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้อำนวยการ ควรเป็นการพิจารณาของคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ข. ควรมีการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้อำนวยการ ค. กำหนดให้ผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารสถาบันภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ ง. การดำเนินงานของผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการจะต้องไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข จ. ควรแยกอำนาจและหน้าที่ของผู้อำนวยการให้ชัดเจน ฉ. ควรกำหนดเพิ่มให้ผู้อำนวยการมีอำนาจในการประสานติดตามความก้าวหน้า รวมทั้งการให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะต่อเครือสถาบัน ช. ควรเพิ่มเติมเหตุที่จะให้ผู้อำนวยการออกจากตำแหน่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การให้ออกเพราะมีเหตุบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ให้ไว้แก่คณะกรรมการ 1.2.4 ควรเพิ่มบทบัญญัติการโอนข้าราชการมาปฏิบัติงานในสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขหรือการขอกลับเข้ารับราชการในสังกัดเดิม เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางกระบวนการโอนและสถานะทางกฎหมายของผู้ขอโอนมาปฏิบัติหน้าที่ในสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 1.2.5 ระบบบัญชีและการสอบบัญชี (1) ระบบบัญชีของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ควรกำหนดเพิ่มเติมให้มีผู้ปฏิบัติงานของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในโดยเฉพาะ และให้รับผิดชอบขึ้นตรงต่อคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (2) การสอบบัญชีของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ควรกำหนดเพิ่มเติมให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือบุคคลภายนอกตามที่คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขแต่งตั้งด้วยความเห็นชอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีและประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยให้แสดงความคิดเห็นเป็นข้อวิเคราะห์ว่าการใช้จ่ายดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด และได้ผลตามเป้าหมายเพียงใด และบันทึกรายงานผลการสอบบัญชีต่อคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 1.3 กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข แก้ไขเพิ่มเติมรายได้กองทุนให้รวมถึงเงินค่าธรรมเนียม ค่าบำรุง ค่าตอบแทน หรือค่าบริการในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ด้วย 2. ข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการเครือสถาบัน เพื่อให้การดำเนินการของเครือสถาบันเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขควรออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารเครือสถาบัน เครือวิจัย และสถาบันภาคี โดยข้อบังคับดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้ (1) การจัดทำโครงการใหม่ (2) การจัดโครงสร้างบริหารจัดการ (3) การติดตามกำกับและการประเมินผล (4) ความรับผิดชอบของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข อันเกิดจากเครือสถาบัน 3 ข้อเสนอที่อาจทำการแก้ไขได้ โดยอาศัยหลักเกณฑ์ภายในของ สวรส. เอง ข้อเสนอดังที่ได้กล่าวมาในหัวข้อ 1 และหัวข้อ 2 บางเรื่อง เป็นเรื่องที่ไปกระทบต่อพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยระบบสุขภาพ พ.ศ. 2535 บางเรื่องก็ไม่กระทบต่อพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้ข้อเสนอตามข้อ 1 และข้อ 2 ดังที่กล่าวแล้วข้างต้น สามารถนำไปดำเนินการได้โดยทันที จึงขอสรุปเฉพาะข้อเสนอที่อาจดำเนินการได้ในรูปของข้อบังคับหรือการกำหนดหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ สวรส. ซึ่งประกอบด้วยข้อเสนอในประเด็นต่อไปนี้ 3.1 คณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข 3.1.1 องค์ประกอบของคณะกรรมการ ตามข้อเสนอในส่วนที่เกี่ยวกับภาควิชาการและภาคประชาชนนั้น สามารถกระทำได้โดยการกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการว่าด้วยการสรรหากรรมการ สวรส. โดยในส่วนของภาควิชาการ ควรมีการกำหนดสาขาของผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเป็นแนวทางในการใช้ดุลพินิจของคณะกรรมการ และในส่วนตัวแทนภาคประชาชนนั้น ควรกำหนดไว้ในหลักเกณฑ์ว่าในส่วนของผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีผู้ทรงคุณวุฒิคนหนึ่ง เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากภาคประชาชน 3.1.2 อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ตามข้อเสนอในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ได้มีการเสนอให้คณะกรรมการมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา และข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการเครือสถาบันนั้น ทั้งสองประเด็นนี้อาจกระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 (5) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานของสถาบัน 3.1.3 การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (1) การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการอาจกระทำได้โดยกำหนดหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการว่าด้วยการสรรหากรรมการ สวรส. รวมทั้ง การกำหนดกรอบของผู้มีความรู้ความสามารถของผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อเป็นแนวทางในการใช้ดุลพินิจดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้น (2) การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ โดยบัญญัติเรื่องการไม่มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับ สวรส. หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของ สวรส. ประเด็นในเรื่องนี้อาจกำหนดโดยหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการ สวรส. ได้ 3.2 สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) (1) วัตถุประสงค์ ในกรณีที่โครงการใดหรือเรื่องใด มุ่งหมายจะให้มีการนำผลการวิจัยระบบสาธารณสุขเผยแพร่ลงสู่ภาคประชาชน โดยผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน องค์กรภาคเอกชน หรือองค์กรสาธารณประโยชน์ทั้งหลาย กรณีอาจระบุวัตถุประสงค์ดังกล่าวไว้ในโครงการหรือเรื่องดังกล่าวเป็นการเฉพาะได้ (2) อำนาจกระทำการของ สวรส. อำนาจในการประสานติดตามความก้าวหน้า รวมทั้งการให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะต่อเครือสถาบัน รวมทั้ง เรื่องสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการให้ หรือจากการซื้อด้วยเงิน หรือรายได้ของสถาบัน เป็นกรรมสิทธิ์ของสถาบัน อาจกระทำได้โดยอาศัยมาตรา 5 (5) โดยการออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานของสถาบัน (๓) การจัดองค์กรของสถาบัน ก. โครงสร้างภายในของสถาบัน ในประเด็นเรื่องการกำหนดให้มีฝ่ายในสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในสาขาพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการวิจัยระบบสาธารณสุข หรือการกำหนดให้มีตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ผู้มีความชำนาญพิเศษในสาขาต่างๆ รวมทั้ง เรื่องการกำหนดให้มีฝ่ายงานต่างประเทศขึ้นภายใน สวรส. เรื่องเหล่านี้สามารถกระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 (5) โดยการออกข้อบังคับว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานของสถาบันและข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานของสถาบัน ข. ผู้อำนวยการสถาบันฯ ในส่วนที่เกี่ยวกับผู้อำนวยการสถาบันในเรื่อง (1) การกำหนด คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้อำนวยการ (2) การห้ามมิให้ผู้อำนวยการมีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับ สวรส. (3) การแยกอำนาจและหน้าที่ของผู้อำนวยการให้ชัดเจน (4) การให้ผู้อำนวยการมีอำนาจในการประสานติดตามความก้าวหน้า รวมทั้ง การให้คำแนะนำหรือข้อเสนอต่อเครือสถาบัน (5) ผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารสถาบันภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการ และ (6) เงื่อนไขการให้ผู้อำนวยการออกจากตำแหน่ง ประเด็นเหล่านี้อาจอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 (8) ออกข้อบังคับว่าด้วยคุณสมบัติและการคัดเลือกผู้อำนวยการ การปฏิบัติงานของผู้อำนวยการและการมอบให้ผู้อื่นรักษาการแทนหรือปฏิบัติงานแทนผู้อำนวยการ 3.3 ข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหารจัดการเครือสถาบัน เกี่ยวกับการบริหารจัดการเครือสถาบันในประเด็นต่อไปนี้ (1) การจัดทำโครงการใหม่ (2) การจัดโครงสร้างการบริหารจัดการ (3) การติดตามกำกับและการประเมินผล และ (4) ความรับผิดชอบของ สวรส. อันเกิดจากการเครือสถาบัน อาจกระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 (5) ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานของสถาบัน

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

บรรณานุกรม :
แสวง บุญเฉลิมวิภาศ , Sawaeng Bunchaloemwipat , บรรเจิด สิงคะเนติ , เอนก ยมจินดา , สมศักดิ์ นวตระกูลพิสุทธิ , Banchoet Singkaneti , Anaek Yomchinda , Somsak Nawtrakulpisut . (2547). โครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอนาคต.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
แสวง บุญเฉลิมวิภาศ , Sawaeng Bunchaloemwipat , บรรเจิด สิงคะเนติ , เอนก ยมจินดา , สมศักดิ์ นวตระกูลพิสุทธิ , Banchoet Singkaneti , Anaek Yomchinda , Somsak Nawtrakulpisut . 2547. "โครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอนาคต".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
แสวง บุญเฉลิมวิภาศ , Sawaeng Bunchaloemwipat , บรรเจิด สิงคะเนติ , เอนก ยมจินดา , สมศักดิ์ นวตระกูลพิสุทธิ , Banchoet Singkaneti , Anaek Yomchinda , Somsak Nawtrakulpisut . "โครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอนาคต."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2547. Print.
แสวง บุญเฉลิมวิภาศ , Sawaeng Bunchaloemwipat , บรรเจิด สิงคะเนติ , เอนก ยมจินดา , สมศักดิ์ นวตระกูลพิสุทธิ , Banchoet Singkaneti , Anaek Yomchinda , Somsak Nawtrakulpisut . โครงสร้างทางนโยบายและยุทธศาสตร์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในอนาคต. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2547.