ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวคิดของสังคมต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวคิดของสังคมต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย , Thais' ideologies towards universal health coverage
นักวิจัย : สุภาภรณ์ เตโชวาณิชย์ , Supaporn Techowanit , มหาวิทยาลัยนเรศวร. คณะแพทยศาสตร์ , Naresuan University. Faculty of Medicine
คำค้น : Health Insurance -- Thai , Thailand , ระบบประกันสุขภาพ , ระบบบริการสุขภาพ , ประกันสุขภาพ -- ไทย , การบริการสาธารณสุข , universal health coverage , weekend meeting , egalitarianism , libertarianism , communitarianism and utilitarianism , 30 บาทรักษาทุกโรค
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : http://hdl.handle.net/11228/1484 , W275.JT3 ส837น 2546 , 45ค065
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : th
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ปี 2544 รัฐบาลประกาศสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าแก่ประชาชนทุกคน ตามโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ครอบคลุมขอบเขตทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนทุกคนมีความรับรู้และเข้าใจใกล้ชิดกับนโยบายฯแตกต่างจากเมื่อปี 2542 อย่างไรก็ตามยังมีข้อถกเถียงกันว่า แนวคิดของสังคม เกี่ยวกับการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และความเป็นธรรมทางสุขภาพ ยังแตกต่างกันหลากหลาย บ้างต้องการให้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หวนกลับไปสู่นโยบายเจาะกลุ่มเป้าหมายคนจน เพราะจะประหยัดงบประมาณของรัฐในการดำเนินงาน บ้างต้องการให้รัฐใช้โอกาสนี้ในการย้ำอย่างชัดเจนว่า นโยบายนี้ ต้องการครอบคลุมเป้าหมายประชาชนทุกคน โดยไม่แบ่งแยกฐานะ จึงสมควรทำการวิจัย เพื่อให้ทราบการเปลี่ยนแปลงแนวคิดของบุคคลกลุ่มต่างๆ เมื่อเวลาผ่านไปและประสบการณ์เปลี่ยนแปลง และแนวคิดของประชาชนจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้รับผิดชอบด้านนโยบายสำคัญ พัฒนานโยบายต่ออย่างตรงความต้องการของประชาชนมากที่สุดกลุ่มเป้าหมายในการศึกษาครั้งนี้ได้แก่ ประชาชนในครัวเรือนของโครงการประเมินผลกระทบของนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่สำรวจเป็นครั้งที่ 2 (panel household survey ครั้งแรกสำรวจปี 2544 ครั้งที่ 2 ปี 2546) มี 4 จังหวัดจาก 4 ภาค คือ สุโขทัย, อุบลราชธานี, สมุทรสาคร และภูเก็ต จากกรอบครัวเรือนทั้งหมด 1,000 ครัวเรือนในแต่ละจังหวัด สุ่มหัวหน้าครัวเรือนด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบอิสระ (simple random sampling) จำนวน 100 คน ครอบคลุมอำเภอเมือง และอำเภอใกล้เคียงอำเภอเมือง อีก 2 อำเภอ เพื่อความสะดวกในการเดินทางเข้าประชุม ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมจะต้องตอบแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ทั้งก่อนและหลังการเข้าร่วมประชุม และการหาฉันทามติจากการประชุมกลุ่มใหญ่ ผลของกระบวนการวิจัยจะทำให้ทราบว่าความคิดเห็นทางสังคมต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทยว่าจะไปในทิศทางใดจากการศึกษาพบว่าการเพิ่มค่าบริการของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคเมื่อมารับบริการประชาชนมีแนวคิดเกี่ยวกับการเพิ่มการจัดเก็บค่าบริการของโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เมื่อมารับบริการ เป็นแนวคิด 2 อย่าง คือการให้ความสำคัญกับประโยชน์ที่จะได้รับมากที่สุด และต้องการให้เกิดความถ้วนหน้าด้วยในขณะเดียวกัน นั่นคือแนวความคิดเป็นแบบ Utilitarianism และ Egalitarianismการเก็บภาษีรายได้ เพื่อสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประชาชนยอมจ่ายภาษีรายได้เพิ่มขึ้น นั่นคือการยอมให้ตนได้รับผลกระทบเพื่อให้เกิดความถ้วนหน้าในการสร้างหลักประกันสุขภาพซึ่งเป็นแนวคิดที่มองความเท่าเทียมกันเป็นสำคัญซึ่งเป็นแนวคิดแบบ Egalitarianism นอกจากนี้การนำเงินประกันสังคมบางส่วนมาเข้าการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าประชาชนมองเห็นสิทธิของลูกจ้าง และบทบาทความรับผิดชอบของสำนักงานกองทุนประกันสังคมที่จะต้องรับผิดชอบดูแลสวัสดิการต่างๆให้ลูกจ้างอยู่แล้ว จึงไม่สมควรที่จะไปก้าวก่ายสิทธิของกลุ่มลูกจ้าง นั่นคือแนวคิดแบบ Communitarianism ส่วนการเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะคนจน หรือคนที่สังคมควรช่วยเหลือเกื้อกูลเท่านั้นในการดำเนินการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประชาชนมี แนวคิดว่าทุกคนควรมีความเสมอภาค และเท่าเทียมกันในด้านหลักประกันสุขภาพ ซึ่งไม่ว่าเศรษฐานะจะเป็นเช่นไร ทุกคนควรมีสิทธิ์เท่าเทียมกันซึ่งเป็นแนวคิดแบบ Egalitarianismการเก็บค่าบริการแพงขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยข้ามเขตซึ่ง ไม่ใช้สิทธิตามหลักประกันสุขภาพของตนประชาชนเชื่อว่ารัฐสามารถดำเนินการให้เกิดความเท่าเทียมกันและถ้วนหน้าได้ โดยไม่ควรลงโทษกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ข้ามเขต เพราะกลุ่มที่ข้ามเขตย่อมมีเหตุผลและมีความจำเป็นที่จะข้ามเขตการรักษาซึ่งเป็นแนวคิดแบบ Egalitarianism สุดท้ายการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าควรรักษาเฉพาะโรคประชาชนเชื่อในบทบาทของรัฐ และเชื่อว่ารัฐสามารถจัดการบริการทางสังคมให้กับประชาชนทุกคนเท่าเทียมกันไม่ว่ารวยหรือจน ทุกคนต้องมีสิทธิในการได้รับการรักษาให้หายจากโรคที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ทั้งแพงและถูกได้ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นแบบ Egalitarianism

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

Research Title Thais’ Ideologies towards universal health coverageResearcher Techowanich S., Buayaem W., Tawornroongrote S., Pannarunothai S.Funding Health Systems Research InstituteYear 2003AbstractBackground: The 30 baht universal health scheme established by Thai Government in 2001 proposed to provide welfare on health to Thai people. There are controversies whether this policy promotes equity in health.Objective: To study the ideologies of Thai people towards the universal health coverage policy.Method: Qualitative research complemented with quantitative method. Citizen dialogue technique (or weekend meeting) was applied to 100 people randomly selected in each province for the meeting. Participants gave their views in the questionnaires before and after the meeting. The meeting started with small group discussion in the morning and whole group meeting in order to reach consensus wherever possible. The study was conducted in 4 provinces: Sukhothai, Ubonratchathani, Phuket and Samut Sakhon.Results: The turn up rates of participant ranged from 22-80% of the invited guests. They supported the idea of increasing copayment of 30 baht to finance the universal health coverage because they believed that fee increased would provide coverage for more people. They were willing to pay income tax for universal health coverage because they wanted better services. They said the government should not pool in money from the social security scheme to finance universal health coverage. However, some supported that the government should pool in only particular percentage of money from social security scheme to manage the universal coverage policy. Most of participants agreed that the government universal health coverage should not focus on only the low income people because all people should have equal right to universal health coverage. Furthermore, the government should not increase user fee for those who cross the boundary for services (or against the universal health coverage guidelines), and people whohad an accident or were ill outside their contracted hospitals should not be punished by payinghigh fee. Finally, the universal coverage policy should not limit access to high cost care, they preferred to see the policy as advertised “30 baht for all diseases”. Conclusions: These Thais’ Ideologies were mixed between egalitarianism, communitarianism and utilitarianism. These ideologies represented that Thai people believed in the collective roles of the government to provide health services to all Thai people. Key words: universal health coverage, weekend meeting, egalitarianism, libertarianism, communitarianism and utilitarianism

บรรณานุกรม :
สุภาภรณ์ เตโชวาณิชย์ , Supaporn Techowanit , มหาวิทยาลัยนเรศวร. คณะแพทยศาสตร์ , Naresuan University. Faculty of Medicine . (2546). แนวคิดของสังคมต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สุภาภรณ์ เตโชวาณิชย์ , Supaporn Techowanit , มหาวิทยาลัยนเรศวร. คณะแพทยศาสตร์ , Naresuan University. Faculty of Medicine . 2546. "แนวคิดของสังคมต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สุภาภรณ์ เตโชวาณิชย์ , Supaporn Techowanit , มหาวิทยาลัยนเรศวร. คณะแพทยศาสตร์ , Naresuan University. Faculty of Medicine . "แนวคิดของสังคมต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2546. Print.
สุภาภรณ์ เตโชวาณิชย์ , Supaporn Techowanit , มหาวิทยาลัยนเรศวร. คณะแพทยศาสตร์ , Naresuan University. Faculty of Medicine . แนวคิดของสังคมต่อหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2546.