ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ทางเลือกเชิงนโยบาย เรื่องกองทุนสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทางเลือกเชิงนโยบาย เรื่องกองทุนสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข
นักวิจัย : ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ , หทัยชนก สุมาลี
คำค้น : การบริการสาธารณสุข , การชดเชยผู้เสียหาย , กองทุน , ผู้เสียหาย
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ , สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : hs1764 , http://hdl.handle.net/11228/3074 , W74 ศ486ท 2553 , 51-018
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ผลการรักษาหรืออาการที่ไม่พึงประสงค์จากการรับบริการทางด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเกิดจาก เหตุสุดวิสัยหรือความประมาทของผู้ให้บริการทางการแพทย์ก็ตาม นำมาซึ่งความสูญเสีย และความ ขัดแย้งระหว่างผู้รับบริการและผู้ให้การรักษา ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบการให้บริการด้านสุขภาพของ ประเทศ ที่ความศรัทธาและความเชื่อมั่นระหว่างกันและกันกำลังจะสูญหายไป กระบวนการชดเชยใน ปัจจุบันที่ต้องใช้กระบวนการทางศาล ไม่อาจเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ให้และผู้รับบริการ ส่วน การชดเชยเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 มาตรา 41 ที่ให้เงิน ชดเชยโดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ถูกผิด สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เสียหายได้ระดับหนึ่ง แต่ ครอบคลุมเฉพาะผู้ใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเท่านั้น ทำให้ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเกิดแนวคิดที่ จะขยายความคุ้มครองผู้เสียหายจากบริการทางการแพทย์ให้ครอบคลุมประชาชนไทยทุกคนและร่าง กฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องดังกล่าว คณะวิจัยจึงเห็นสมควรที่จะได้มีการสรุปทางเลือกเชิงนโยบาย และ ชี้ให้เห็นผลดีผลเสีย เพื่อให้ข้อมูลแก่สาธารณะ เพื่อให้ทุกฝ่ายมีองค์ความรู้ที่เท่าทันกัน และสามารถ ประเมินความเป็นไปได้ของทางเลือกและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว การศึกษานี้จึงมี วัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์ทางเลือกเชิงนโยบายเรื่องกองทุนสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการ สาธารณสุข โดยใช้วิธีการศึกษาแบบวิเคราะห์เอกสาร และสร้างสมการทำนายค่าใช้จ่ายของกองทุน ผลการศึกษาพบว่าการชดเชยผู้เสียหายจากการรับบริการทางการแพทย์โดยไม่พิสูจน์ความผิด ผ่านกลไกที่มิใช่ศาลได้รับการยอมรับและนำไปใช้ในหลายประเทศ แถบสแกนดิเนเวียและประเทศ นิวซีแลนด์ แนวคิดนี้อยู่บนหลักการที่ตระหนักใน ความรับผิดชอบของผู้ที่ทำให้เกิดความเสียหายโดยไม่ ต้องพิสูจน์ความผิด รูปแบบของแหล่งที่มาของเงินชดเชยโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด มี 2 แบบที่แตกต่าง กัน คือ 1) รายได้จากการเก็บจากผู้ให้บริการหรือกองทุนสุขภาพที่ดูแลสถานพยาบาล ซึ่งผู้ให้บริการใน ภาครัฐมีแหล่งเงินมาจากภาษีเงินได้ ส่วนผู้ให้บริการภาคเอกชนต้องจ่ายเบี้ยประกันเอง และ 2) เก็บ ภาษีสมทบจากผู้มีรายได้โดยมีเพดานรายได้ระดับหนึ่ง และรัฐสมทบให้กับผู้ไม่มีรายได้ และอนุญาตให้ เรียกเก็บจากผู้ให้บริการทางการแพทย์ทั้งรายบุคคลและองค์กรได้ (รูปแบบของประเทศนิวซีแลนด์) นักวิจัยเห็นว่า ประเทศไทยควรเลือกรูปแบบที่อยู่บนแนวคิดความรับผิดชอบของผู้ที่ทำให้เกิด ความเสียหายโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด (No-Fault Liability) ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างผู้รับและ ผู้ให้บริการได้ และควรสร้างกลไกการชดเชยเต็มรูปและตัดสิทธิทางศาล (ไม่ตัดสิทธิทางศาลถ้าไม่ขอรับ เงินชดเชยจากกองทุน) ซึ่งจะช่วยเยียวยาความเสียหายจากการบริการสุขภาพของผู้เสียหายได้อย่าง ครอบคลุมและรวดเร็ว ประเภทความเสียหายที่จะได้รับการชดเชย ควรครอบคลุม ความเสียหายแก่ชีวิต การสูญเสียอวัยวะหรือพิการหรือทุพพลภาพ การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรถภาพทั้งร่างกายและ จิตใจ การขาดงานและค่าขาดไร้อุปการะส่วนแหล่งการคลังจากการศึกษานี้ เสนอให้กองทุนสุขภาพที่ดูแลหลักประกันสุขภาพของผู้มี สิทธิ์ จ่ายแทนสถานพยาบาล ส่วนสถานพยาบาลเอกชนให้จ่ายเบี้ยประกันเอง นักวิจัยได้ประมาณการรายจ่ายของกองทุน และคาดประมาณเบี้ยสมทบหรืองบประมาณ ตาม ทางเลือกของแหล่งที่มาของเงิน เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณา พบว่า ค่าใช้จ่ายของ กองทุนมีค่าอยู่ระหว่าง 332 - 659 ล้านบาทต่อปี เบี้ยประกันเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 5-10 บาท/ประชากรต่อปี แต่ถ้าคำนวณหารด้วยจำนวน ผู้ป่วยในทั้งหมด จะอยู่ระหว่าง 80 – 159 บาท / รายผู้ป่วยใน ทั้งนี้ยัง ไม่ได้นำจำนวนผู้ป่วยนอกมาคิด ถ้าเก็บเบี้ยประกันจากกองทุนประกันสุขภาพ ตามจำนวนผู้มีสิทธิ์ 5-10 บาท/ประชากร กองทุน หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าต้องจ่ายสมทบระหว่าง 247-492 ล้านบาทต่อปี ที่เหลือ รัฐสมทบ 85-167 ล้านบาทต่อปี และเก็บจากสถานพยาบาลเอกชน เฉพาะบริการที่อยู่นอกหลักประกันสุขภาพของรัฐ การถกเถียงในประเด็นต่างๆ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จะช่วยให้มีการนำข้อมูลมาเปิดเผยต่อ สาธารณะมากยิ่งๆขึ้น ดังนั้นการศึกษาให้ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่จะสามารถแสดงให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน จะช่วยให้สังคมมีส่วนในการตัดสินใจเชิงนโยบายร่วมด้วยมากยิ่งๆขึ้น นอกเหนือจากการแทรกแซงของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเท่านั้น ข้อควรระวังคือ หากระบบสุขภาพด้อยคุณภาพ มีปัญหาความผิดพลาดที่เกิดจาก ภาวะแทรกซ้อนและจากความผิดพลาดของระบบสูง จะทำให้จำนวนการชดเชยความเสียหายจากกรณี ของภาวะแทรกซ้อนและระบบ สูงกว่าจำนวนการชดเชยความเสียหายจากความผิดพลาดของผู้ ให้บริการ และมีผลทำให้ต้นทุนการชดเชยในระบบสูงขึ้น นอกจากนี้ การดำเนินงานของกระบวนการ ชดเชยในระบบไม่พิสูจน์ผู้กระทำผิด ต้องปกป้องชื่อเสียงของผู้ให้บริการ เพื่อไม่ให้บั่นทอนกำลังใจในการ ให้บริการแต่มีระบบข้อมูลย้อนกลับให้สถานพยาบาลพัฒนาคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

บรรณานุกรม :
ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ , หทัยชนก สุมาลี . (2553). ทางเลือกเชิงนโยบาย เรื่องกองทุนสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ , หทัยชนก สุมาลี . 2553. "ทางเลือกเชิงนโยบาย เรื่องกองทุนสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ , หทัยชนก สุมาลี . "ทางเลือกเชิงนโยบาย เรื่องกองทุนสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2553. Print.
ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ , หทัยชนก สุมาลี . ทางเลือกเชิงนโยบาย เรื่องกองทุนสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีในระบบบริการสาธารณสุข. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2553.