ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินความต้องการเพื่อการพัฒนาศักยภาพการบริหารการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินความต้องการเพื่อการพัฒนาศักยภาพการบริหารการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย
นักวิจัย : สุพัตรา ศรีวณิชชากร , บังอร เทียบเทียน , นภาพร โสวัฒนางกูร , สุรศักดิ์ สุนทร
คำค้น : งานวิจัย , ผู้จัดการงานวิจัย , การวิจัยระบบสุขภาพ , การจัดการงานวิจัยระบบสุขภาพ , การใช้ประโยชน์จากงานวิจัย
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน , มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน , มหาวิทยาลัยมหิดล. สถาบันพัฒนาสุขภาพอาเซียน , จังหวัดสุพรรณบุรี. วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : hs1648 , http://hdl.handle.net/11228/2850 , W84.3 ส246ก 2552 , 52-047
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการค้นคว้าวิจัยด้านสุขภาพมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ของงานวิจัยเหล่านี้กลับถูกนำไปใช้ประโยชน์น้อย การเผยแพร่ผลงานวิจัยและการนำผลงานวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน Closs และ Cheater (1994)1 ได้กล่าวไว้ว่า ความสนใจและทัศนคติเชิงบวกของนักวิจัยต่องานวิจัยเป็นตัวแปรสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการนำผลงานวิจัยไปใช้ การศึกษาของ Alexander และ Orton (1988)2 ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า การใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยขึ้นอยู่กับการปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มบุคคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัย ได้แก่ นักวิจัย ผู้จัดการงานวิจัย ผู้วางนโยบายด้านสุขภาพ ผู้ให้ทุนวิจัย ผู้ใช้งานวิจัยซึ่งประกอบด้วยบุคคลากรทางการแพทย์ทุกแขนงและรวมถึงตัวผู้ป่วยด้วย การขาดปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มที่เกี่ยวข้องดังกล่าวนี้มีผลให้การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์น้อย ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ทำให้มีการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยน้อย ได้แก่ การไม่มีส่วนร่วมของผู้ใช้ประโยชน์ทำให้ผู้ใช้ประโยชน์ไม่เห็นความสำคัญของการนำผลวิจัยไปใช้ประโยชน์ ความบกพร่องของการสื่อสารผลงานวิจัย นักวิจัยและ/หรือผู้จัดการงานวิจัยไม่สามารถสร้างความเข้าใจกับผู้ใช้ประโยชน์งานวิจัย การขาดการวางแผนที่จะดัดแปลงและประยุกต์ผลงานวิจัยเพื่อที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริง โดยทั่วไป นักวิจัยทำวิจัยเพื่อเพิ่มองค์ความรู้ทางวิชาการซึ่งอาจไม่เกิดผลโดยตรงต่อผู้ใช้ประโยชน์ และผลงานวิจัยเหล่านี้มักจะถูกนำเสนอเฉพาะในงานประชุมเชิงวิชาการหรือตีพิมพ์ในวารสารวิชาการซึ่งยากต่อการที่ผู้ใช้ประโยชน์ส่วนใหญ่จะเข้าถึงและเข้าใจผลงานวิจัย ดังนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาศักยภาพการบริหารและจัดการการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย องค์การอนามัยโลก ภาคพื้นเอเชียตะวันออกและใต้ (WHO/SEARO)3 ตระหนักถึงปัจจัยต่างๆดังกล่าวที่เป็นอุปสรรคต่อการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยด้านสุขภาพอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ระดมความคิดจากผู้เชี่ยวชาญและจัดทำ “Health Research Management Training Modules” โดยมุ่งหวังว่าประเทศสมาชิกอันรวมถึงประเทศไทย จะนำ Training Modules นี้ไปใช้เป็นแนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรที่มีบทบาทในการจัดการงานวิจัย สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส) ได้ทำการศึกษานำร่องเพื่อประเมินศักยภาพผู้จัดการงานวิจัยของ สวรส และเครือข่าย จำนวน 20 ท่าน โดยใช้แบบสอบถามประเมินตนเอง แบบสอบถามนี้ได้ถูกพัฒนาโดยใช้ 10 Training Modules ของ WHO/SEARO เป็นกรอบคำถาม ผลจากการศึกษาชิ้นนี้ พบว่า ผู้จัดการงานวิจัยของ สวรส และ เครือข่าย ขาดความมั่นใจต่อศักยภาพของตนเองใน 8 ด้าน คือ 1. ด้านความรู้และความสามารถในการวิเคราะห์องค์กร 2. ด้านการวางแผนและบริหารชุดโครงการวิจัย 3. ด้านการวางแผนและบริหารโครงการวิจัย 4. ด้านการพัฒนาศักยภาพเพื่อพัฒนาระบบวิจัยสุขภาพ 5. ด้านระบบข้อมูลเพื่อการบริหารงานวิจัยและการจัดการความรู้ 6. ด้านระบบบริหารการเงินโครงการวิจัย 7. ด้านบริหารการจัดการเพื่อการใช้ประโยชน์งานวิจัย 8. ด้านบริหารจัดการทั่วไป จากผลการวิเคราะห์นี้ สวรส เลือกเฉพาะด้านการบริหารการจัดการเพื่อการใช้ประโยชน์งานวิจัย มาวิเคราะห์เพิ่มเติม เนื่องด้วย สวรส มีวัตถุประสงค์ที่จะหาแนวทางการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย ผลวิเคราะห์ชี้ว่า ผู้จัดการงานวิจัยของ สวรส และ เครือข่าย มีศักยภาพที่จะบริหารจัดการการใช้ประโยชน์งานวิจัยได้แต่ไม่ดี ใน 6 ด้าน ดังนี้ 1. ด้านวางแผนเพื่อกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย 2. ด้านวางแผนเพื่อกำหนดบุคคล องค์กร ที่อาจมีศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยนอกเหนือจากผู้ใช้ประโยชน์โดยตรง 3. ด้านแสวงหาโอกาสในการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย 4. ด้านบริหารให้เกิดการมีส่วนร่วมจากผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยในขั้นตอนสำคัญของการวิจัย 5. ด้านเขียนสาระสำคัญผลการวิจัยเพื่อสื่อสารต่อบุคคล องค์กรภายนอกหรือเพื่อสาธารณะ 6. ด้านกำหนด/เลือกกลไกสื่อสารที่เหมาะสมกับผู้ใช้งานวิจัย การศึกษานำร่องของ สวรส ชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า ผู้จัดการงานวิจัยของ สวรส และเครือข่าย มีความต้อง การที่จะพัฒนาศักยภาพของตนเองต่อการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์งานวิจัย เนื่องจากการศึกษานำร่องนี้เป็นการศึกษาเชิงปริมาณซึ่งไม่อาจสะท้อนประสบการณ์และพฤติกรรมการปฏิบัติที่ทำเป็นประจำ และไม่มีข้อมูลสนับสนุนที่เป็นกรณีศึกษาเพื่อสะท้อนพฤติกรรมการจัดการงานวิจัยของผู้จัดการงานวิจัยและองค์กรวิจัย ดังนั้น มีความจำเป็นที่จะสำรวจหาประสบการณ์และพฤติกรรมของผู้จัดการวิจัยและองค์กรวิจัยที่ประสบความสำเร็จในการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

บรรณานุกรม :
สุพัตรา ศรีวณิชชากร , บังอร เทียบเทียน , นภาพร โสวัฒนางกูร , สุรศักดิ์ สุนทร . (2552). การประเมินความต้องการเพื่อการพัฒนาศักยภาพการบริหารการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สุพัตรา ศรีวณิชชากร , บังอร เทียบเทียน , นภาพร โสวัฒนางกูร , สุรศักดิ์ สุนทร . 2552. "การประเมินความต้องการเพื่อการพัฒนาศักยภาพการบริหารการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สุพัตรา ศรีวณิชชากร , บังอร เทียบเทียน , นภาพร โสวัฒนางกูร , สุรศักดิ์ สุนทร . "การประเมินความต้องการเพื่อการพัฒนาศักยภาพการบริหารการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2552. Print.
สุพัตรา ศรีวณิชชากร , บังอร เทียบเทียน , นภาพร โสวัฒนางกูร , สุรศักดิ์ สุนทร . การประเมินความต้องการเพื่อการพัฒนาศักยภาพการบริหารการใช้ประโยชน์จากงานวิจัย. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2552.