ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสู่ระบบต้นแบบและการพัฒนาระบบดัชนชีวัดหลักของระบบ : ฉบับที่ 1.1 การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยา

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสู่ระบบต้นแบบและการพัฒนาระบบดัชนชีวัดหลักของระบบ : ฉบับที่ 1.1 การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาล , The Good Practices towards the Pre-Hospital Emergency Medical Services (EMS) System of Communities and Local Government Authorities for the Development of Model and Performance Indicators (Pls)
นักวิจัย : รัญชนา สินธวาลัย
คำค้น : บริการการแพทย์ฉุกเฉิน , การพยาบาลฉุกเฉิน , บริการฉุกเฉินของโรงพยาบาล , emergency
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : hs1847 , http://hdl.handle.net/11228/3325 , WB105 ร349ร 2551
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาแนวปฏิบัติการดำเนินงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึง โรงพยาบาล โดยการลงพื้นที่สัมภาษณ์เชิงลึกถึงแนวทางการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบฯ ในจังหวัดที่เป็นพื้นที่กรณีศึกษา ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี ลำปาง เพชรบุรี ภูเก็ตและสงขลา จากนั้นคณะวิจัยได้พิจารณาเลือกกรอบแนวคิดที่ใช้ในการถอดบทเรียนแนวทางการดำเนินงานของแต่ละ จังหวัด ซึ่งคณะวิจัยได้อาศัยกรอบแนวคิดรางวัลคุณภาพแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา (Malcolm Baldrige National Quality Award: MBNQA) กรอบแนวคิดดังกล่าวเป็นการมองเชิงระบบ และทำให้เห็น การเชื่อมโยงของแต่ละองค์ประกอบย่อย จากกรอบแนวคิดจึงนำไปสู่การถอดบทเรียนในการดำเนินงานของ แต่ละจังหวัด โดยได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นภาพการดำเนินงานของทั้ง 6 จังหวัดตามกรอบ MBNQA ต่อมาจึง เป็นการสรุปหาแนวปฏิบัติที่โดดเด่นเพื่อเป็นตัวอย่างในการขยายผลในพื้นที่อื่นๆ การวิเคราะห์ปัจจัยที่นำสู่ความสำเร็จ ปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานได้อาศัยกรอบของ MBNQA เป็นหลัก แม้ว่าทั้ง 6 จังหวัดจะมีผลการดำเนินงานในระดับที่แตกต่างกัน (อ้างอิงข้อมูลผลการ ดำเนินงานของศูนย์นเรนทร กระทรวงสาธารณสุข ปี 2550 เป็นเกณฑ์ในการเลือกจังหวัด)แต่โดยภาพรวม ของปัญหาและอุปสรรคไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือแม้จังหวัดที่มีผลการดำเนินงานดี ที่สุดระดับประเทศก็ยังคงมีปัญหาในหมวดการจัดการกระบวนการ บุคลากร และการมุ่งเน้นผู้ป่วย ซึ่งเป็น ปัญหาที่พบในจังหวัดอื่นๆ นอกจากนี้ปัญหาที่สะท้อนจากการการสำรวจประชาชนทั้งกลุ่มที่เคยรับและไม่ เคยรับบริการด้วยแบบสอบถาม พบว่าปัญหาการประชาสัมพันธ์ที่ไม่ทั่วถึง และคุณภาพในกระบวนการ ให้บริการเป็นปัญหาที่พบเหมือนกันทั้ง 6 จังหวัด มุมมองดังกล่าวสะท้อนในสิ่งที่คณะวิจัยพบว่า ทุกจังหวัด ต่างมีรูปแบบการพัฒนาระบบฯ ที่หลากหลายและน่าสนใจ โดยไม่ได้ทำให้ผู้เก็บข้อมูลรู้สึกถึงความแตกต่าง ของระดับผลลัพธ์การดำเนินงาน กล่าวคือทุกจังหวัดต่างมุ่งหน้าพัฒนาระบบฯ เพื่อแนวทางที่เหมาะสมกับ บริบทของจังหวัด การพัฒนาระบบฯ จึงยังเป็นประเด็นที่ทุกจังหวัดดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แนวทางการ พัฒนาระบบฯ ที่น่าสนใจจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะจังหวัดที่ผลการดำเนินงานดีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ผลลัพธ์จากงานวิจัยจึงสรุปออกมาเป็น 2 ส่วนกล่าวคือ (1) กรอบแนวคิด MBNQA ที่ใช้ กับงานระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉิน คณะวิจัยมองว่ากรอบ MNBQA ดังกล่าวจะช่วยให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องกับระบบฯ ได้วิเคราะห์ในเชิงองค์รวม เพื่อเห็นองค์ประกอบย่อยที่อาจมองข้าม (2) ตัวอย่างแนว ปฏิบัติที่โดดเด่นในพื้นที่กรณีศึกษาทั้ง 6 แห่ง คณะวิจัยมองว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับจังหวัดอื่นๆ ที่กำลัง พัฒนาระบบฯ ได้นำไปเป็นแบบอย่างหรือขยายผลต่อไป โดยเฉพาะการไม่ได้เจาะจงตัวอย่างแนวปฏิบัติจาก จังหวัดที่มีผลการดำเนินงานอยู่ในระดับสูง จะเป็นการสร้างกำลังใจให้ทุกจังหวัดเห็นถึงศักยภาพของตนใน การพัฒนาระบบฯ ต่อไป

แผนงานร่วมสร้างเสริมสุขภาพกับระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (ผรส.) เพื่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.)

To this research, it is to consider the good practices of pre-hospital emergency medical service (EMS) system. By an in-depth interview with responsible units, story telling and lessons learnt can contribute the big picture of their EMS practices in 6 areas (provinces); KhonKhan, Ubonratchathanee, Lumpang, Petchaburi, Phuket and Songkhla. Initially, the research team has to choose the modeling framework. Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA) is chosen; since it represents wisely for what are key elements in the system and how those are integrated for a holistic view. Subsequently, the practices of the EMS system in 6 areas are captured. Besides, the summary of good practices classified by elements of MBNQA is considered prior to shorten the learning curve or speed-up the practices in other areas. Respectively, MBNQA is applied as a framework for ascertaining the factors contributing the success and the key obstacles in the practices of each area. However, it is interesting that the practices of 6 areas, which have the diverse levels of success, tend to have indifferent obstacles. Even, the most success area in Thailand encounters the problems in ‘Process Management’, ‘Workforce Focus’ and ‘Customer Focus’, which are similar in other areas. Additionally, the survey of people who either use or never use the EMS in 6 areas results in the same problems, which are ‘insufficient promotion for the service’ and ‘inefficient service processes’. Besides, the research team pinpoints that by completing the data collection and analysis, the lesson learnt and practices in all areas are all remarkable. The differences in success rate are insignificant. In other words, the practices and lessons learnt should not be limited only the success areas. Every area puts their attempts to improve the EMS system and their diverse practice should be valued as meaningful knowledge. Therefore, the results of this research are concluded as two issues. (1) The guideline for MBNQA application in the EMS system. The modeling framework enables the responsible units to analyze the service system for a holistic view. Indeed, the analysis can point out the elements of underemphasized. (2) The story telling from effective practices. This is an attempt to shorten the learning curve prior to speed-up the practices in any areas. Significantly, the effective practices, which are not limited only in the success areas, can cheer up any areas to improve their performances of practices.

บรรณานุกรม :
รัญชนา สินธวาลัย . (2551). การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสู่ระบบต้นแบบและการพัฒนาระบบดัชนชีวัดหลักของระบบ : ฉบับที่ 1.1 การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยา.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
รัญชนา สินธวาลัย . 2551. "การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสู่ระบบต้นแบบและการพัฒนาระบบดัชนชีวัดหลักของระบบ : ฉบับที่ 1.1 การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยา".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
รัญชนา สินธวาลัย . "การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสู่ระบบต้นแบบและการพัฒนาระบบดัชนชีวัดหลักของระบบ : ฉบับที่ 1.1 การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยา."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2551. Print.
รัญชนา สินธวาลัย . การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยาบาลของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาสู่ระบบต้นแบบและการพัฒนาระบบดัชนชีวัดหลักของระบบ : ฉบับที่ 1.1 การศึกษาแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการระบบบริการการแพทย์ฉุกเฉินก่อนถึงโรงพยา. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2551.