ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ทบทวนประสิทธิผลและแนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนของกลุ่มยารักษาโรคกระดูกพรุน

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ทบทวนประสิทธิผลและแนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนของกลุ่มยารักษาโรคกระดูกพรุน
นักวิจัย : ธนนรรจ์ รัตนโชติพานิช , อรอนงค์ วลีขจรเลิศ , สุรศักดิ์ ไชยสงค์ , บัญญัติ สิทธิธัญญกิจ , ชุติมาภรณ์ ไชยสงค์
คำค้น : กระดูกพรุน
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ , มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ , มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. คณะเภสัชศาสตร์ , โรงพยาบาลขอนแก่น. กลุ่มงานเภสัชกรรม , โรงพยาบาลมหาสารคาม. กลุ่มงานเภสัชกรรม
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : 9786169074496 , hs1971 , http://hdl.handle.net/11228/3663 , WE250 ธ133ท 2555
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคกระดูกพรุนเป็นภาวะที่มวลกระดูกต่ำ�ร่วมกับการเสื่อมของโครงสร้างระดับจุลภาคของ กระดูกเป็นผลให้กระดูกมีความเปราะบาง ซึ่งเสี่ยงต่อการหักได้ง่าย โดยเฉพาะตำ�แหน่งของกระดูก สะโพก กระดูกสันหลัง และกระดูกข้อมือ การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนใช้ค่าความหนาแน่นมวลกระดูก เป็นตัวแปรสำ�คัญ จึงมีความจำ�เป็นต้องอาศัยเครื่องมือ Dual-energy X-ray Absorptiometry (DXA) ซึ่งรายงานผลด้วยค่า T-score ซึ่งเป็นจำ�นวนตัวเลขของค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของมวล กระดูกในวัยหนุ่มสาว กำ�หนดค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ -2.5 และยังใช้เพื่อติดตามผลของการรักษา เช่นกัน สำ�หรับตัวเลขของ T-score ระหว่าง -1.0 ถึง -2.5 แสดงถึงภาวะกระดูกบาง และค่าปกติ คือสูงกว่า -1.0 การลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกหักในกลุ่มที่มีความเสี่ยงจำ�เป็นต้องอาศัยหลาย วิธีร่วมกัน นอกเหนือจากการป้องกันหรือรักษาโรคกระดูกพรุนด้วยยา ปัจจุบันมียาหลายกลุ่มที่มี รายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่สามารถช่วยเพิ่มการสร้างเซลล์ของเนื้อกระดูก และ/หรือยับยั้ง การสลายของเซลล์กระดูก ได้แก่ ยากลุ่ม Bisphosphonates (เช่น Alendronate, Risedronate, Etidronate, Ibandronate, Zoledronic acid), Strontium ranelate, Raloxifene, Estrogen therapy, Calcitonin, Teriparatide และ Denosumab แนวทางการรักษากระดูกพรุนในแต่ละ ประเทศพิจารณาจากความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหัก ซึ่งความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักมีความ แตกต่างกันในแต่ละเชื้อชาติ ปัจจุบันมีเครื่องมือที่สามารถนำ�มาใช้ในการคัดกรองความเสี่ยงต่อการ เกิดกระดูกหัก คือ FRAX ที่สามารถประเมินความเสี่ยงของการเกิดกระดูกหักในระยะเวลา 10 ปี (10-year risk) ได้แก่ major osteoporotic fracture (hip, clinical spine, forearm, proximal humerus) และ hip fracture และสามารถนำ�มาพิจารณาสำ�หรับการส่งตรวจวัดความหนาแน่น ของมวลกระดูกด้วยเครื่อง DXA เพื่อพิจารณาให้การรักษาต่อไปยารักษากระดูกพรุนที่แนะนำ�เป็น first line สำ�หรับหญิงวัยหมดประจำ�เดือนในประเทศ ต่างๆ ได้แก่ ยา Alendronate รองลงมาคือ Risedronate จากการทบทวนประสิทธิผลของยา กลุ่ม Bisphosphonates พบว่ายาที่มีประสิทธิผลในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสันหลังหัก ได้แก่ Alendronate (RR=0.55 (95%CI 0.46, 0.66), NNT= 29-32); Risedronate (RR=0.61 (95%CI 0.50, 0.74), NNT=16-20); Etidronate (RR=0.51 (95%CI 0.31, 0.83), NNT=19); Ibandronate (RR=0.51 (95%CI 0.34, 0.74), NNT=27); Zoledronic acid (RR=0.33 (95%CI 0.27, 0.40), NNT=17) เมื่อพิจารณาเฉพาะประสิทธิผลในการรักษาแบบป้องกันปฐมภูมิในการลด ความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสันหลังหัก พบว่ายากลุ่ม Bisphosphonates ที่มีข้อมูลแสดงถึง ประสิทธิผล ได้แก่ Alendronate (RR=0.63 (95%CI 0.53, 0.74)) และ Risedronate (RR=0.67 (95% CI0.55, 0.83)) เมื่อพิจารณาเฉพาะประสิทธิผลในการรักษาแบบป้องกันทุติยภูมิในการลด ความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสันหลังหัก พบว่ายากลุ่ม Bisphosphonates ที่มีข้อมูลแสดงถึง ประสิทธิผล ได้แก่ Alendronate (RR=0.55 (95%CI 0.43, 0.69)); Risedronate (RR=0.61 (95%CI 0.50, 0.76)); Etidronate (RR=0.53 (95%CI 0.32, 0.87)) ยากลุ่ม Bisphosphonates มีประสิทธิผลในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสะโพกหักด้อยกว่าการลดความเสี่ยงต่อการเกิด กระดูกสันหลังหัก ซึ่งยาที่มีข้อมูลแสดงถึงประสิทธิผล ได้แก่ Alendronate (RR=0.62 (95%CI 0.40, 0.96), NNT=184); Risedronate (RR=0.73 (95%CI 053, 092), NNT=132); Zoledronic acid (RR=0.62 (95%CI 0.40, 0.83), NNT=108) สำ�หรับข้อมูลด้านประสิทธิผลในการรักษาแบบ ป้องกันปฐมภูมิ พบว่าเกือบไม่มีนัยสำ�คัญทางสถิติ สำ�หรับประสิทธิผลในการรักษาแบบป้องกัน ทุติยภูมิในการลดความเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกสันสะโพกหัก พบว่ายากลุ่ม Bisphosphonates ที่ มีข้อมูลแสดงถึงประสิทธิผล ได้แก่ Alendronate (RR=0.47 (95%CI 0.26, 0.85)) และ Risedronate (RR=0.74 (95%CI 0.59, 0.94)) อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยากลุ่ม Bisphosphonates ที่สำ�คัญคือระคายเคืองต่อหลอดอาหารซึ่งอาจทำ�ให้ต้องหยุดใช้ยา (พบประมาณร้อยละ 20-30) การใช้ยาดังกล่าวจำ�เป็นต้องบริหารยาให้ถูกต้อง กล่าวคือ Alendronate ควรดื่มน้ำ�ตามประมาณ 200 มิลลิลิตร Risedronate ควรดื่มน้ำ�ตามประมาณ 120 มิลลิลิตร และอยู่ในท่านั่งอย่างน้อย 30 นาที (ห้ามอยู่ในท่านอน ภายหลังจากกินยา) อาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ ที่ยังต้องการข้อมูล สนับสนุน คือ osteonecrosis of jaw, atypical fractures of femur (subtrochanteric or diaphyseal regions), esophageal cancer และ atrial fibrillation

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

บรรณานุกรม :
ธนนรรจ์ รัตนโชติพานิช , อรอนงค์ วลีขจรเลิศ , สุรศักดิ์ ไชยสงค์ , บัญญัติ สิทธิธัญญกิจ , ชุติมาภรณ์ ไชยสงค์ . (2555). ทบทวนประสิทธิผลและแนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนของกลุ่มยารักษาโรคกระดูกพรุน.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ธนนรรจ์ รัตนโชติพานิช , อรอนงค์ วลีขจรเลิศ , สุรศักดิ์ ไชยสงค์ , บัญญัติ สิทธิธัญญกิจ , ชุติมาภรณ์ ไชยสงค์ . 2555. "ทบทวนประสิทธิผลและแนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนของกลุ่มยารักษาโรคกระดูกพรุน".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ธนนรรจ์ รัตนโชติพานิช , อรอนงค์ วลีขจรเลิศ , สุรศักดิ์ ไชยสงค์ , บัญญัติ สิทธิธัญญกิจ , ชุติมาภรณ์ ไชยสงค์ . "ทบทวนประสิทธิผลและแนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนของกลุ่มยารักษาโรคกระดูกพรุน."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2555. Print.
ธนนรรจ์ รัตนโชติพานิช , อรอนงค์ วลีขจรเลิศ , สุรศักดิ์ ไชยสงค์ , บัญญัติ สิทธิธัญญกิจ , ชุติมาภรณ์ ไชยสงค์ . ทบทวนประสิทธิผลและแนวทางการรักษาโรคกระดูกพรุนของกลุ่มยารักษาโรคกระดูกพรุน. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2555.