ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยการทบทวนวรรณกรรมและข้อเสนอแนะ

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยการทบทวนวรรณกรรมและข้อเสนอแนะ
นักวิจัย : ภิรุญ มุตสิกพันธุ์
คำค้น : การป้องกันและควบคุมโรค , เชื้อดื้อยา , ยาปฏิชีวนะ , ระบบติดตามเฝ้าระวัง
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : มหาวิทยาลัยขอนแก่น. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : hs1563 , http://hdl.handle.net/11228/2529 , QV350 ภ556ส 2552 , 52-032
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : ไทย
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคติดเชื้อเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของทั่วโลกและรวมทั้งของประเทศไทย มีอัตรา การเจ็บป่วยและอัตราเสียชีวิตสูงในลำดับต้นๆเมื่อเปรียบเทียบกับโรคไม่ติดเชื้ออื่นๆเช่นโรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคติดเชื้อที่พบบ่อยในประเทศไทยได้แก่ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ โรคติด เชื้อในระบบทางเดินอาหาร โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิด ต่างๆกัน และเกิดโรคได้ทั้งในชุมชนและในโรงพยาบาล การรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียนั้นส่วน ใหญ่มักจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบคทีเรียเพื่อให้เชื้อก่อโรคลดลงอย่างรวดเร็วและทำให้ ผู้ป่วยฟื้นและอาการหายขาดโดยเร็วที่สุด แต่ในหลายๆกรณีอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ เพียงแต่ให้การรักษาประคับประคองที่เพียงพอ พบว่าการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียมีค่าใช้จ่ายที่สูง มากไม่แพ้การรักษาโรคไมติดเชื้ออื่นๆ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายโดยตรงจากค่ายาปฏิชีวนะ และการ รักษาภาวะแทรกซ้อนจากโรคติดเชื้อได้แก่ การให้สารน้ำ การใส่ท่อช่วยหายใจ เป็นต้น รวมทั้ง ค่าใช้จ่ายโดยอ้อม จากการที่ผู้ป่วยต้องหยุดทำงาน ในปัจจุบันพบว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โรคติดเชื้อด้วยยาปฏิชีวนะเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก เมื่อมาพิจารณาดูแล้วพบว่าเกิดจากการใช้ยา ปฏิชีวนะที่มีค่าใช้จ่ายสูงเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในการรักษาโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล สาเหตุที่พบ เนื่องจากในปัจจุบันมีการดื้อยาปฏิชีวนะพื้นฐานที่เดิมใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อโดยทั่วไปมากขึ้น ทั้งโรคติดชื้อที่เกิดในชุมชนและในโรงพยาบาล เช่น เชื้อ S. pneumoniae ดื้อยา penicillin, S. aureus ดื้อยา cloxacillin รวมทั้งเชื้อแบคทีเรียกรัมลบได้แก่ E. coli ที่ดื้อต่อยา ampicillin, P. aeruginosa ที่ ดื้อต่อยา ceftazidime ซึ่งยาปฏิชีวนะดังกล่าวเป็นยาปฏิชีวนะที่มีราคาไม่สูง ทำให้ต้องไปใช้ยา ปฏิชีวนะที่ราคาสูงมากกว่าหลายสิบเท่าได้แก่ cephalosporin รุ่นที่ 2 หรือ 3 กับเชื้อ S. pneumoniae ดื้อยา penicillin, vancomycin กับเชื้อ S. aureus ที่ดื้อต่อยา cloxacillin, carbapenem กับเชื้อ E. coli และ K. pneumoniae ที่ดื้อยา cefotaxime, carbapenem กับเชื้อ P. aeruginosa ที่ดื้อต่อยา ceftazidime เป็นต้น นอกจากนั้นปัจจุบันพบปัญหาเชื้อดื้อยาตัวเลือกทดแทนดังกล่าวขึ้นอีก คือ เชื้อ S. aureus และ entrococci ที่ดื้อต่อยา vancomycin และ P. aeruginosa, A. baumannii ที่ดื้อยา carbapenem ทำ ให้การรักษามีความลำบากมากขึ้น รวมทั้งมีความต้องการยาปฏิชีวนะใหม่ๆมาใช้ ซึ่งย่อมมีค่าใช้จ่าย ที่มากขึ้นตามตัว ในขณะที่การพัฒนายาปฏิชีวนะมาใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อดื้อยากลับมีจำนวน ลดลงอย่างมาก มีการศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ พบว่ามีปัจจัยเกี่ยวข้องกันและ กันอย่างซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นสำคัญ ได้แก่ แพทย์ผู้สั่งใช้ยา สั่งจ่ายยาโดยไม่จำเป็นหรือโดยไม่เหมาะสม หรือผู้ป่วยต้องการยาปฏิชีวนะในการรักษาโดยความ เชื่อที่ผิดๆ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากการโฆษณาและการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากตัวแทนยาและ บริษัทยาเนื่องจากหวังผลทางการค้า โดยที่แพทย์และผู้ป่วยไม่ได้ไตร่ตรองถึงความสมเหตุสมผล 3 เพื่อให้สามารถเข้าใจในสถานการณ์ของการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียในปัจจุบัน รวมทั้ง การคาดการณ์ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาในอนาคต จึงต้องเข้าใจถึงสถานการณ์การดื้อยาของ เชื้อแบคทีเรียของประเทศไทยในปัจจุบัน เพื่อที่จะหาทางแก้ไขและควบคุมปัญหาให้ลดลงหรือไม่ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์ในระดับการรักษาผู้ป่วยเอง และในระดับนโยบายของชาติต่อไป วัตถุประสงค์ในการทบทวนวรรณกรรม เพื่อศึกษาข้อมูลของสถานการณ์ของเชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยในปัจจุบันที่มีผู้ศึกษา และรายงานไว้ รวมทั้งการคาดการณ์ขนาดปัญหาในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า รวมทั้งข้อเสนอแนะใน การพัฒนาและการแก้ไข วิธีการทบทวนวรรณกรรม ได้ใช้เครื่องมือในการทบทวนคือ การสืบค้นทาง internet ผ่านทาง pubmed, google และ yahoo เพื่อหาข้อมูลการดื้อยาในประเทศไทยโดยใช้คำว่า “ antibiotic resistant”, “ Thailand”, “ bacteria, เชื้อดื้อยา, ประเทศไทย” และใช้ชื่อเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่มีปัญหาดื้อยาแต่ละชนิดที่ สำคัญ ได้แก่ S. pneumoniae, S. aureus, Enterococci, Enterobacteriacae, P. aeruginosa, Acinetobacter ร่วมกับคำดังกล่าวข้างต้น ผลการทบทวนวรรณกรรม การศึกษาเกี่ยวกับอุบัติการณ์และความชุกของเชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยมีรายงานไว้ น้อย ส่วนใหญ่เป็นรายงานในเชิงกลไกการดื้อยาทางโมเลกุลมากกว่าในเชิงระบาดวิทยา และ เป็นไปในเชิงปัจจัยเสี่ยง การรักษาเชื้อดื้อยามากกว่า1-3 ข้อมูลเกี่ยวกับระบาดวิทยาของเชื้อแบคทีเรียดื้อยาของประเทศไทยมีจำกัด4-7 และเป็นข้อมูล ที่กล่าวถึงสั้นๆในบทความต่างๆที่รวบรวมข้อมูลของหลายๆประเทศร่วมกัน และเป็นข้อมูลที่แยก จำเพาะกับเชื้อแต่ละชนิดจำเพาะ เช่น S. pneumoniae, S. aureus, P .aeruginosa เป็นต้น1,3 การศึกษาใหญ่ๆที่มีรายละเอียดค่อนข้างมากของเชื้อดื้อยาเป็นของ NARST (National Antimicrobial Resistance Surveillance Thailand) ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวง สาธารณสุข ที่ได้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2541 ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (World Health Organization, WHO) เดิมเป็นการเฝ้าระวังการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียในโรงพยาบาล ทั้งหมด 33 แห่งทั่วประเทศไทย ต่อมาได้ขยายมากขึ้นในปัจจุบันจนครอบคลุมมากกว่า 60 โรงพยาบาลทั่วประเทศ ดังนั้นจึงเป็นข้อมูลระดับชาติที่ดีที่สุดในปัจจุบันของประเทศไทย การ ทบทวนบทความเรื่องสถานการณ์เชื้อดื้อยาฉบับนี้จะอ้างอิงถึงผลการศึกษาของ NARST เป็นหลัก 4 โดยเฉพาะข้อมูลที่มีการรวบรวมผลการทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะของเชื้อแบคทีเรียในช่วงปี พ.ศ.2543-2548 8-18

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

บรรณานุกรม :
ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ . (2552). สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยการทบทวนวรรณกรรมและข้อเสนอแนะ.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ . 2552. "สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยการทบทวนวรรณกรรมและข้อเสนอแนะ".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ . "สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยการทบทวนวรรณกรรมและข้อเสนอแนะ."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2552. Print.
ภิรุญ มุตสิกพันธุ์ . สถานการณ์เชื้อแบคทีเรียดื้อยาในประเทศไทยการทบทวนวรรณกรรมและข้อเสนอแนะ. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2552.