ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาต้นทุนผลกระทบทางสังคม สุขภาพ และเศรษฐกิจของการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย , A study on costs of social, health and economic consequences of alcohol consumption in Thailand
นักวิจัย : มนทรัตม์ ถาวรเจริญทรัพย์ , ยศ ตีระวัฒนานนท์ , อุษา ฉายเกล็ดแก้ว , ชนิดา เลิศพิทักษ์พงศ์ , จอมขวัญ โยธาสมุทร , กรรณิการ์ ฐิติบุญสุวรรณ , ประพักตร์ เนรมิตพิทักษ์กุล
คำค้น : เศรษฐศาสตร์สาธารณสุข , ต้นทุน , เศรษฐศาสตร์การแพทย์ , เศรษฐกิจ , แอลกอฮอล์ , สุรา , ต้นทุนการเจ็บป่วย , alcohol , cost , economic , cost-of-illness
หน่วยงาน : โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ
ผู้ร่วมงาน : โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : hs1544 , http://hdl.handle.net/11228/2298 , W74 ม154ก 2551
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : พิมพ์ครั้งที่1 , พิมพ์ครั้งที่2
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

Location:HSRI

การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินต้นทุนทางเศรษฐกิจจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2549 โดยใช้กรอบแนวคิดของการศึกษาต้นทุนของความเจ็บป่วย (cost of illness study) ทำการวิเคราะห์ต้นทุนโดยใช้วิธีความชุก (prevalence based) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ต้นทุนที่เกิดขึ้นจาก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในอดีตและปัจจุบันซึ่งส่งผลให้เกิดต้นทุนในปีที่ทำการวิเคราะห์ ทั้งนี้ทำการ ประเมินต้นทุนที่เกิดขึ้นในลักษณะของต้นทุนความสูญเสีย (gross cost) ซึ่งประเมินเฉพาะต้นทุนที่เกิดขึ้นจาก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่านั้นโดยไม่ได้ประเมินประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ สำหรับในส่วนของการวิเคราะห์ต้นทุนทางอ้อมทำโดยใช้วิธีทุนมนุษย์ (human capital approach) ต้นทุนที่ทำการประเมินในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งต้นทุนทางตรง (direct cost) และต้นทุนทางอ้อม (indirect cost) โดยต้นทุนทางตรงที่ทำการประเมินได้แก่ ต้นทุนค่ารักษาพยาบาล (health care cost) ต้นทุน เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายและการฟ้องร้องคดีความ (law enforcement and criminal justice cost) และ ต้นทุนทรัพย์สินที่เสียหายจากอุบัติเหตุจราจรทางบก (cost of property loss due to traffic accident) และ ในส่วนของต้นทุนทางอ้อมที่ทำการประเมินได้แก่ ต้นทุนจากการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควร (cost of premature mortality) และต้นทุนจากการสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงาน (cost of reduced productivity) ทั้งจากการ ขาดงาน (absenteeism) และการขาดประสิทธิภาพขณะทำงาน (presenteeism) ผลจากการศึกษาในครั้งนี้พบว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทยในปี พ.ศ. 2549 มีมูลค่า 156,105 ล้านบาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 1.99 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product; GDP) หรือประมาณ 2,391 บาทต่อคน ทั้งนี้พบว่าต้นทุนทางอ้อมเป็นต้นทุนที่มี มูลค่ามากที่สุดโดยคิดเป็นประมาณร้อยละ 95.8 ของต้นทุนทั้งหมด ต้นทุนที่มีมูลค่าสูงที่สุดได้แก่ ต้นทุนจาก การเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควร (104,128 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 65.7 ของต้นทุนทั้งหมด) ตามด้วย ต้นทุน จากการสูญเสียประสิทธิภาพในการทำงานจากการขาดงานและการสูญเสียประสิทธิภาพขณะทำงาน (45,464.6 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 30.1 ของต้นทุนทั้งหมด) ต้นทุนค่ารักษาพยาบาล (5,491 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 3.5 ของต้นทุนทั้งหมด) ต้นทุนทรัพย์สินที่เสียหายจากอุบัติเหตุจราจรทางบก (779 ล้านบาทคิดเป็นร้อยละ 0.5 ของ ต้นทุนทั้งหมด) และ ต้นทุนเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายและการฟ้องร้องคดีความ 242 ล้านบาท จำแนกเป็น ต้นทุนที่เกิดขึ้นที่ศาล156 ล้านบาท และสถานีตำรวจ 86 ล้านบาท (มูลค่ารวมคิดเป็นร้อยละ 0.2 ของต้นทุน ทั้งหมด) ตามลำดับ นอกจากนี้ยังพบว่าในปี 2549 มีผู้ป่วยด้วยโรค/ภาวะที่มีสาเหตุจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้ง สิ้น 3,029,427 คน โดยเป็นเพศชาย 2,675,513 คน และเพศหญิง 353,914 คน ทั้งนี้มีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ในแผนกผู้ป่วยในด้วยโรค/ภาวะที่มีสาเหตุจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนทั้งสิ้น 218,799 ครั้ง โดย จำแนกเป็นเพศชาย 168,549 ครั้ง และ เพศหญิง 50,250 ครั้ง โรคที่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล สูงสุด 5 อันดับแรก คือ อุบัติเหตุจราจรทางบก (ประมาณ 1,232 ล้านบาท) เอดส์ (ประมาณ 1,088 ล้านบาท) การใช้แอลกอฮอล์ในทางที่ผิด (ประมาณ 574 ล้านบาท) ลมชัก (ประมาณ 537 ล้านบาท) และภาวะติดสุรา (ประมาณ 430 ล้านบาท) ตามลำดับ เมื่อพิจารณาถึงต้นทุนจากการสูญเสียผลิตภาพจากการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควรพบว่าในปี พ.ศ. 2549 มีผู้ที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งสิ้น 39,459 คน จำแนกเป็นเพศชาย 33,493 คน และเพศหญิง 5,966 คน ทั้งนี้จำนวนปีที่สูญเสียจากการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควรจากการบริโภคเครื่อง ดื่มแอลกอฮอล์คิดเป็น 1,390,899 ปี จำแนกเป็นจากเพศชาย 1,164,552 ปี เพศหญิง 226,348 ปี เมื่อพิจารณา ถึงสาเหตุที่ก่อให้เกิดต้นทุนการสูญเสียผลิตภาพจากการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควรเป็นมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ในเพศชายได้แก่ โรคเอดส์ประมาณ 36,277 ล้านบาท (เสียชีวิต 10,204 คน) อุบัติเหตุจราจรทางบกประมาณ 26,989 ล้านบาท (เสียชีวิต 8,460 คน) และโรคตับแข็งประมาณ 13,044 ล้านบาท (เสียชีวิต 5,147) ในขณะ ที่สาเหตุที่ก่อให้เกิดต้นทุนการสูญเสียผลิตภาพจากการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควรเป็นมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรก ในเพศหญิงได้แก่ โรคเอดส์ประมาณ 3,580 ล้านบาท (เสียชีวิต 1,877 คน) อุบัติเหตุจราจรทางบกประมาณ 2,796 ล้านบาท (เสียชีวิต 1,848 คน) และโรคมะเร็งตับประมาณ 706 ล้านบาท (เสียชีวิต 868 คน) ตามลำดับ ทั้งนี้พบว่ามูลค่าการสูญเสียผลิตภาพจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรนี้เกิดขึ้นสูงสุดในกลุ่มอายุ 30-44 ปี (เสียชีวิต 13,622 คนก่อให้เกิดความสูญเสียประมาณ 49,827 ล้านบาท) รองลงมาคือกลุ่มอายุ 15-29 ปี (เสียชีวิต 7,275 คนก่อให้เกิดความสูญเสียประมาณ 25,912 ล้านบาท) ตามลำดับ จากการวิเคราะห์ความอ่อนไหว ซึ่งพิจารณาความไม่แน่นอนของตัวแปรต่างๆ และระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้ ในการวิเคราะห์ พบว่ามูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ในช่วงระหว่าง 126,311 ถึง 214,053 ล้านบาท โดยพบว่าการเลือกใช้อัตราปรับลดตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ต่างกันก่อให้เกิด ความแตกต่างของต้นทุนการสูญเสียผลิตภาพและต้นทุนทั้งหมดที่คำนวณได้เป็นมูลค่าค่อนข้างมาก ทั้งนี้ใน ส่วนของวิธีการที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าการสูญเสียผลิตภาพที่เกิดจากการขาดงานและการขาดประสิทธิภาพ ขณะทำงาน ตลอดจนการคิดรวมมูลค่าจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของกลุ่มประชากรที่ไม่ได้ทำงานนั้น พบว่ามีอิทธิพลปานกลางต่อต้นทุนทั้งหมดที่ประเมินได้ ในทางกลับกันสัดส่วนของอุบัติเหตุจราจรที่มีสาเหตุมา จากแอลกอฮอล์และกาu3619 .คิดรวมผลได้ทางสุขภาพจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นส่งผลกระทบเพียง เล็กน้อยต่อต้นทุนรวมทั้งหมด ผลการศึกษาครั้งนี้พบว่าต้นทุนทางตรงจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่รัฐบาลต้องจ่ายไปทั้งใน ส่วนของการรักษาพยาบาลการเจ็บป่วยจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต้นทุนของการบังคับใช้กฎหมาย และการฟ้องร้องคดีความ ตลอดจนมูลค่าของทรัพย์สินที่เสียหายไปจากอุบัติเหตุจราจร มีมูลค่าสูงถึง 6,512 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบร้อยละ 0.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product; GDP) อย่างไรก็ตามการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังก่อให้เกิดต้นทุนทางอ้อมซึ่งทำให้รัฐบาลต้องสูญเสียผลิตภาพ ทั้งจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและการสูญเสียผลิตภาพขณะทำงานอีกเป็นมูลค่าเกือบ 150,000 ล้านบาท ทั้งนี้จากสถิติของกรมสรรพสามิต ปี พ.ศ. 2549 พบว่า รายรับที่รัฐบาลเก็บได้จากภาษีสรรพสามิตมีมูลค่า เพียง 72,871 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.93 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product ; GDP) ผลการศึกษาในครั้งนี้จึงชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญต่อนโยบายการลดการบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นโยบายการดำเนินการลดผลกระทบเชิงลบที่เกิดจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงนโยบายทางด้านภาษีหรือนโยบายอื่นๆ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างรายรับและรายจ่ายของรัฐบาลที่เกิดจาก การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีความเหมาะสมมากขึ้นในอนาคต

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ,สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา

This study aims to provide estimate of the economic costs of alcohol consumption in Thailand 2006. It is prevalence-based (i.e. estimate the economic costs of alcohol associated with the past and current use in the given year, 2006), using the cost-of-illness methodology. Human capital approach is employed in estimating cost of productivity loss due to premature mortality. The estimated cost in this study represents the gross cost, in which only the costs associated with negative effects of alcohol consumption has been estimated. Both direct cost and indirect cost are included in the estimation. Direct cost includes health care cost, law enforcement and criminal justice cost, and cost of property loss due to traffic accident while indirect consists of cost of productivity loss due to premature mortality and cost of reduced productivity from absenteeism and presenteeism. According to this study, alcohol consumption costs 156,105 Million Baht or 1.99% of Gross Domestic Product (GDP), resulting in approximately 2,391 Baht per capita. Indirect cost outweighs the direct cost, representing 95.8 % of the total cost. The largest cost attributable to alcohol consumption is cost of productivity loss due to premature mortality (104,128 Million Baht, accounted for 65.7% of total cost), followed by cost of productivity loss due to reduced productivity (45,464.6 Million Baht, accounted for 30.1% of total cost), health care cost (5,491.1 Million Baht, accounted for 3.5% of total cost), cost of property damage due to road traffic accident (779 Million Baht, accounted for 0.5% of total cost), and cost of laws enforcement and criminal justice (242 Million Baht, accounted for 0.2% of total cost), which consisted of court cost (156 Million Baht) and police cost (86 Million Baht.), respectively. In Thailand 2006, it was found that there were 3,029,427 patients attributable to alcohol consumption. Of these amounts, 2,675,513 were male while 353,914 were female. When looking at the number of hospitalization due to alcohol consumption, it was found that there were 218,799 admissions attributable to alcohol. Of this amount, 168,549 hospitalizations were from male while 50,250 were from female. The 5 leading causes of health care cost are road traffic accident (approx. 1,232 Million Baht), HIV/AIDS (approx. 1,088 Million Baht), alcohol abuse (approx. 574 Million Baht), epilepsy (approx. 537 Million Baht), and alcohol dependence (approx. 430 Million Baht), respectively. Regarding the cost of productivity loss, it was found that there were 39,459 deaths attributable to alcohol consumption in Thailand 2006. Of these amount, 33,493 were male, while 5,966 were female, resulting in the total number of years of life lost due to premature mortality of 1,390,899 years (male 1,164,551 years, female 226,348 years) Among male, the 3 leading causes of productivity loss due to premature death were HIV/AIDS (approx. 36,277 millions Baht, 10,204 deaths), traffic accidents (approx. 26,989 millions Baht, 8,460 deaths), and cirrhosis (approx. 13,044 5,147 deaths), respectively. On the other hand, the 3 leading causes of productivity loss due to premature death among female are HIV/AIDS (approx. 3,580 millions Baht, 1,877 deaths), traffic accident (approx. 2,796 millions Baht, 1,848 deaths), and liver cancer (approx 706 millions Baht, 868 death), respectively. In addition, it was found that the cost of productivity loss was highest among those who were 30-44 years old (13,622 deaths resulting in 49,827 millions Baht) followed by those who were 15-29 years old (7,275 deaths resulting in 25,912 millions Baht), respectively. Although this is the current best estimate for Thailand it should be interpret along with the results of the sensitivity analyses. According to the sensitivity analyses, economic cost of alcohol consumption ranges between 126,311 to 214,053 millions Baht depending on methodology and value of parameters employed in the estimation. The result from sensitivity analyses found that the choice of discount rates makes a considerable difference to the total estimated of economic cost of alcohol, while the method used in estimating cost of reduced productivity due to absenteeism and presenteeism, and the inclusion of cost of premature mortality among non-working population have medium effect to the total estimated cost. On the other hand, proportion of alcohol attributable to road traffic accident and inclusion of health benefits form alcohol consumption have only minor effect on the total estimated cost. This study revealed that direct cost associated with alcohol consumption in term of health care cost, cost of laws enforcement, and cost of property damage was estimated at 6, 512 Million Baht or accounted for about 0.1% of Gross Domestic Product (GDP). However, alcohol consumption also led to the indirect cost in terms of productivity loss due to premature mortality and reduced productivity which cost approximately 150,000 Million Baht. According to the statistics from Excise Department, the excise tax generated from alcohol beverage in 2006 was 72,871 Millions Baht or accounted for 0.93% of GDP. Based on these findings, the Thai government needs to pay more attention to the implementation of more effective alcohol policies aimed at reducing alcohol consumption and harms associated with alcohol, including tax policies or other related policies while balancing between revenues and costs generated from alcohol. millions Baht,

บรรณานุกรม :