ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ปัญหาสุขภาวะเด็ก กฎหมาย/นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการจัดลำดับความสำคัญปัญหาสุขภาวะเด็ก 0 - 5 ปี ในประเทศไทย

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ปัญหาสุขภาวะเด็ก กฎหมาย/นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการจัดลำดับความสำคัญปัญหาสุขภาวะเด็ก 0 - 5 ปี ในประเทศไทย , Health promotion and disease prevention policies and priority setting on health problems for children aged 0-5 years in Thailand
นักวิจัย : จอมขวัญ โยธาสมุทร , พิศพรรณ วีระยิ่งยง , นัยนา ประดิษฐ์สิทธิกร , สุทธิษา สมนา , ศรีเพ็ญ ตันติเวสส , ลัดดา เหมาะสุวรรณ , นิพรรณพร วรมงคล , กนิษฐา บุญธรรมเจริญ , สุชัญญา อังกุลานนท์ , ยศ ตีระวัฒนานนท์
คำค้น : การสร้างเสริมสุขภาพ , สุขภาวะเด็ก , การป้องกันโรค , Health promotion , disease prevention
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP) , ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย , กระทรวงสาธารณสุข. กรมอนามัย , สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ , สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ , โครงการประเมินเทคโนโลยีและนโยบายด้านสุขภาพ (HITAP)
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข 6,4(ต.ค.-ธ.ค.2555) : 543-556 , 0858-9437 , http://hdl.handle.net/11228/3787
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ระบบสุขภาพของประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคมาเป็นระยะเวลานาน แต่ยังเป็นการดำเนินการแบบแยกส่วน ส่งผลให้ขาดความร่วมมือ ทิศทาง และเป้าหมายของการดำเนินงานที่ชัดเจน หากดำเนินการแบบองค์รวมโดยยึดที่กลุ่มของประชากรเป้าหมาย และจัดบริการให้เป็นองค์รวม จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานในภาพรวมได้ คณะนักวิจัยจึงจัดทำข้อเสนอเพื่อพัฒนานโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยเลือกศึกษานโยบายฯในกลุ่มเด็กอายุ 0-5 ปี ด้วยวิธีการทบทวนวรรณกรรมและจัดลำดับความสำคัญปัญหาสุขภาวะของเด็กอายุ 0-5 ปี โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการพัฒนานโยบายสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับประชากรกลุ่มนี้ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอประสบการณ์ และผลการทบทวนวรรณกรรมและการจัดลำดับความสำคัญ ประเทศไทยมีกฎหมายและนโยบาย ตลอดจนการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะของเด็กอายุ 0-5 ปี อยู่ทุกด้าน ซึ่งกฎหมาย/นโยบายเหล่านั้นอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานที่หลากหลาย แต่ไม่พบการประสานการดำเนินงานในระดับประเทศที่เป็นระบบ สำหรับผลการจัดลำดับความสำคัญของปัญหาสุขภาวะ พบว่าปัญหาที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นว่ามีความสำคัญควรได้รับการพิจารณาแก้ไขเป็นลำดับต้น 3 เรื่องแรก ได้แก่ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความไม่พร้อมของการดูแลเด็ก พัฒนาการเด็ก และการฝากครรภ์และคลอด ทั้งนี้ยังได้จัดกลุ่มปัญหาตามหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องควรนำไปพิจารณา โดยแบ่งเป็น ปัญหาสุขภาวะทางการแพทย์ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และปัญหาสุขภาวะที่เป็นเชิงสังคมซึ่งมีหน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เป็นผู้ดูแล การศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของการจัดลำดับความสำคัญต่อการพัฒนานโยบาย กระบวนการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าถึงแม้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นผู้ที่อยู่ในสาขาสุขภาพ แต่ปัญหาที่ได้จากการจัดลำดับความสำคัญก็มิได้มีแต่มิติด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ยังให้ความสำคัญทางด้านมิติทางสังคมด้วย และยังให้ความสำคัญกับปัจจัยแวดล้อมที่อาจเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาสุขภาพ เช่น การตั้งครรภ์ไม่พร้อม โดยเฉพาะในวัยรุ่น คุณภาพของศูนย์เด็กเล็ก การขาดความรู้ของผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็ก มากกว่าเรื่องโรค นอกจากนั้นยังตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาด้านพัฒนาการของเด็กเพราะเชื่อว่าจะส่งผลถึงการเป็นประชากรที่มีคุณภาพและการมีคุณภาพชีวิตที่ดีเมื่อเป็นผู้ใหญ่ จะเห็นได้ว่าประเด็นดังกล่าวไม่เคยได้รับการระบุในชุดสิทธิประโยชน์เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. มาก่อน จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายในการค้นหามาตรการในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้เพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อ สปสช. และหน่วยงานอื่นๆ

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

Health promotion and disease prevention (PP) policy has played a critical role in the Thai health care system for a period of time. However, the implementations of such policies were still fragmented without a clear strategic plan and goals. The development of PP policy focusing on certain age group in a systematic manner was expected to help tackle those barriers. Children aged 0-5 group was selected as a pilot group for the development of PP policy recommendations for relevant PP agencies in Thailand. Extensive document reviews and deliberative process which involved the participation of stakeholders was employed in the health problems prioritisation process. This article aimed to share experiences and findings from the review and prioritisation process. Child health related policy and law were completely available in Thailand and covered almost all aspects of health determinants. Those policy and law were under responsible of varied agencies; however, a well-coordinate initiative at a national level was not observed. According to the prioritisation process, three health related problems that stakeholders expressed as high priority were problems related to carers, child development, and antenatal care. The identified problems were also categorised according to type of problems and responsible agencies. Problems related to physical and mental health were mostly taken care by the National Health Security Office (NHSO), meanwhile problems concerning health and well-beings were under other agencies, i.e. the Ministry of Social Development and Human Security and the Thai Health Promotion Foundation. Experiences from this study affirmed the importance of priority setting for policy development process. Although most of the stakeholders of the priority setting process were from health sector, prioritised problems were not solely focused on physical health. Proposed problems also included other societal aspects as well as environmental factors that might affect well-beings, e.g. teenage pregnancy, quality of child development centres, lack of parental knowledge of carers. In addition, the stakeholders also aware of an importance of child development as this would affect quality of the population and their quality of life in the future. Obviously, these social and well-being concerns have never been included in the benefit package for health promotion and disease prevention under the NHSO. Challenges included identification of effective interventions to tackle those prioritised problems in order to develop decent policy recommendations for the NHSO and other responsible agencies.

บรรณานุกรม :
จอมขวัญ โยธาสมุทร , พิศพรรณ วีระยิ่งยง , นัยนา ประดิษฐ์สิทธิกร , สุทธิษา สมนา , ศรีเพ็ญ ตันติเวสส , ลัดดา เหมาะสุวรรณ , นิพรรณพร วรมงคล , กนิษฐา บุญธรรมเจริญ , สุชัญญา อังกุลานนท์ , ยศ ตีระวัฒนานนท์ . (2555). ปัญหาสุขภาวะเด็ก กฎหมาย/นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการจัดลำดับความสำคัญปัญหาสุขภาวะเด็ก 0 - 5 ปี ในประเทศไทย.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
จอมขวัญ โยธาสมุทร , พิศพรรณ วีระยิ่งยง , นัยนา ประดิษฐ์สิทธิกร , สุทธิษา สมนา , ศรีเพ็ญ ตันติเวสส , ลัดดา เหมาะสุวรรณ , นิพรรณพร วรมงคล , กนิษฐา บุญธรรมเจริญ , สุชัญญา อังกุลานนท์ , ยศ ตีระวัฒนานนท์ . 2555. "ปัญหาสุขภาวะเด็ก กฎหมาย/นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการจัดลำดับความสำคัญปัญหาสุขภาวะเด็ก 0 - 5 ปี ในประเทศไทย".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
จอมขวัญ โยธาสมุทร , พิศพรรณ วีระยิ่งยง , นัยนา ประดิษฐ์สิทธิกร , สุทธิษา สมนา , ศรีเพ็ญ ตันติเวสส , ลัดดา เหมาะสุวรรณ , นิพรรณพร วรมงคล , กนิษฐา บุญธรรมเจริญ , สุชัญญา อังกุลานนท์ , ยศ ตีระวัฒนานนท์ . "ปัญหาสุขภาวะเด็ก กฎหมาย/นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการจัดลำดับความสำคัญปัญหาสุขภาวะเด็ก 0 - 5 ปี ในประเทศไทย."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2555. Print.
จอมขวัญ โยธาสมุทร , พิศพรรณ วีระยิ่งยง , นัยนา ประดิษฐ์สิทธิกร , สุทธิษา สมนา , ศรีเพ็ญ ตันติเวสส , ลัดดา เหมาะสุวรรณ , นิพรรณพร วรมงคล , กนิษฐา บุญธรรมเจริญ , สุชัญญา อังกุลานนท์ , ยศ ตีระวัฒนานนท์ . ปัญหาสุขภาวะเด็ก กฎหมาย/นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคและการจัดลำดับความสำคัญปัญหาสุขภาวะเด็ก 0 - 5 ปี ในประเทศไทย. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2555.