ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แบบแผนการคลอดบุตรของหญิงไทยในรอบ ๑๒ ปี (พ ศ ๒๕๓๓–๒๕๔๔)

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แบบแผนการคลอดบุตรของหญิงไทยในรอบ ๑๒ ปี (พ ศ ๒๕๓๓–๒๕๔๔)
นักวิจัย : ยศ ตีระวัฒนานนท์ , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร , สัญญา ศรีรัตนะ , ปรัศนี ทิพยโสภติ
คำค้น : โรงพยาบาลรัฐ , โรงพยาบาลเอกชน , แบบแผนการคลอดบุตร , การคลอดด้วยคีม , การคลอดด้วยเครื่องดูดสูญญากาศ , ผ่าตัดคลอด
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ , สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ , สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ , สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
ปีพิมพ์ : 2546
อ้างอิง : วารสารวิชาการสาธารณสุข 12,1(2546) : 1-18 , 0858-4923 , DMJ36 , http://hdl.handle.net/11228/431
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจแบบแผนการคลอดบุตรของหญิงไทยในช่วง ๑๒ ปี ระหว่าง ๒๕๓๓-๒๕๔๔ โดยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ไปยังโรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วประเทศจำนวนสองครั้งในปี ๒๕๔๐ และ ๒๕๔๕ โดยการสุ่มตัวอย่างแบบ multi-stage non-proportional probability to size systematic random sampling การศึกษานี้มีอัตราการตอบกลับร้อยละ ๖๔ และ ๓๖ ตามลำดับ ผู้วิจัยพบว่าการคลอดบุตรส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป (โรงพยาบาลระดับจังหวัด) และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตลอดระยะเวลาของการสำรวจ โดย เป้นร้อยละ ๗๔ ของการคลอดทั้งหมดในปี ๒๕๔๔ ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจในปี ๒๕๔๐ จำนวนคลอดบุตรในโรงพยาบาลเอกชนซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังวิกฤติเศรษฐกิจ หญิงไทยมีอุปสงค์ต่อบริการคลอดบุตรในโรงพยาบาลลดต่ำลงอย่างชัดเจน โดยเพิ่มอุปสงค์ต่อบริการในโรงพยาบาลภาครัฐมากขึ้น ตลอดช่วงระยะกว่าทศวรรษอัตราการคลอดทางช่องคลอด การคลอดด้วยคีม และการคลอดด้วยเครื่องดูดสูญญากาศมีแนวโน้มลดลงอย่างช้าๆ ขณะที่อัตราการคลอดบุตรด้วยการผ่าตัดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในปี ๒๕๓๓ อัตราการผ่าคลอดของประเทศอยู่ที่ร้อยละ ๑๔.๘ และเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ ๑๒ ปี เป็นร้อยละ ๒๒.๐๙ ในปี ๒๕๓๙ อย่างไรก็ตามภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจอัตราการผ่าตัดคลอดลดต่ำลงและคงที่ในอัตราร้อยละ ๒๐ ในปัจจุบัน ในปี ๒๕๔๔ อัตราผ่าตัดคลอดในโรงพยาบาลชุมชนคิดเป็นร้อยละ ๕.๖ โรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไปร้อยละ ๒๙.๖ และโรงพยาบาลเอกชนร้อยละ ๕๓.๙ การผ่าตัดคลอดทุติยภูมิมีสัดส่วนเป็นหนึ่งในสามของการผ่าตัดคลอดทั้งหมด การศึกษาครั้งนี้ได้ให้ข้อมูลแบบแผนการคลอดบุตรที่เป็นประโยชน์อย่างมาก อย่างไรก็ตามยังมีข้อจำกัดบางประการของข้อมูล นักวิจัยเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขและราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์ เป็นผู้รับผิดชอบจัดทำฐานข้อมูลแบบแผนการคลอดบุตรอย่างเป็นระบบเพื่อการประเมินในภาพรวมทั้งประเทศ และเพื่อการใช้ประโยชน์ในการประเมินโดยโรงพยาบาลเอง

บรรณานุกรม :
ยศ ตีระวัฒนานนท์ , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร , สัญญา ศรีรัตนะ , ปรัศนี ทิพยโสภติ . (2546). แบบแผนการคลอดบุตรของหญิงไทยในรอบ ๑๒ ปี (พ ศ ๒๕๓๓–๒๕๔๔).
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ยศ ตีระวัฒนานนท์ , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร , สัญญา ศรีรัตนะ , ปรัศนี ทิพยโสภติ . 2546. "แบบแผนการคลอดบุตรของหญิงไทยในรอบ ๑๒ ปี (พ ศ ๒๕๓๓–๒๕๔๔)".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
ยศ ตีระวัฒนานนท์ , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร , สัญญา ศรีรัตนะ , ปรัศนี ทิพยโสภติ . "แบบแผนการคลอดบุตรของหญิงไทยในรอบ ๑๒ ปี (พ ศ ๒๕๓๓–๒๕๔๔)."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2546. Print.
ยศ ตีระวัฒนานนท์ , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร , สัญญา ศรีรัตนะ , ปรัศนี ทิพยโสภติ . แบบแผนการคลอดบุตรของหญิงไทยในรอบ ๑๒ ปี (พ ศ ๒๕๓๓–๒๕๔๔). นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2546.