ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวโน้มการใช้ยาตามนโยบายบัญชียาหลักแห่งชาติของโรงพยาบาลในปัจจุบัน

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวโน้มการใช้ยาตามนโยบายบัญชียาหลักแห่งชาติของโรงพยาบาลในปัจจุบัน
นักวิจัย : วรนัดดา ศรีสุพรรณ , จุฬาภรณ์ ลิมวัฒนานนท์ , สุพล ลิมวัฒนานนท์ , ไพทิพย์ เหลืองเรืองรอง , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร
คำค้น : บัญชียาหลักแห่งชาติ , การใช้ยา , ค่าใช้จ่ายด้านยา , ยาหลัก
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ , คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น , คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น , สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ , สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
ปีพิมพ์ : 2547
อ้างอิง : วารสารวิชาการสาธารณสุข 13,1(2547) : 37-46 , 0858-4923 , DMJ46 , http://hdl.handle.net/11228/242
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

บัญชียาหลักแห่งชาติฉบับ พ.ศ.2542 มีจำนวนตัวยา 634 รายการ การศึกษานี้วิเคราะห์แนวโน้มการใช้ยาของโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งพบว่า ในปีงบประมาณ 2545 โรงพยาบาลชุมชนโรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็กและใหญ่ และโรงพยาบาลศูนย์ที่เป็นและไม่เป็นโรงเรียนแพทย์ ซื้อยาโดยเฉลี่ยแห่งละ 4.83; 23.85 และ 45.02; 85.99 และ 138.66 ล้านบาท ตามลำดับ โรงพยาบาลที่มีขนาดเล็กใช้ยาในบัญชียาหลักแห่งชาติคิดเป็นสัดส่วนของเงินที่จัดซื้อสูงกว่าในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ สำหรับยาที่มีค่าใช้จ่ายสูง 50 อันดับแรก โรงพยาบาลชุมชนใช้งบประมาณส่วนใหญ่ ระยะเวลาศึกษาระหว่างเดือนธันวาคม 2545 ถึงมีนาคม 2546 (86.6%) ซื้อยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยเฉพาะบัญชี ก. ซึ่งแตกต่างจากโรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาลศูนย์ สำหรับยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สตีรอยด์ (NSAID) ในโรงพยาบาลศูนย์ 4 แห่ง ค่าใช้จ่ายของ COX2 inhibitors ได้แก่ Celecoxib และ Rofecoxib สำหรับผู้ป่วยนอกเพิ่มจาก 0.44 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 2 ปี 2543 เป็น 1.7 ล้านบาทในไตรมาสสุดท้ายปี 2544 ในขณะที่ NSAID ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ยกเว้น Metoxicam ลดลงจาก 1.2 เป็น 1.0 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกัน สัดส่วนการใช้ยาที่มีราคาแพงมีความแตกต่างระหว่างสิทธิการรักษาประเภทต่างๆ โดยผู้ป่วยที่ใช้สวัสดิการข้าราชการในปี 2543 และ 2544 มีโอกาสได้รับ COX2 inhibitors (5.1 และ 12.2%), Meloxicam (8.8 และ 11.0%), และ NSAID ที่ไม่ใช่ยาหลัก แห่งชาติ (21.4 และ 19.1%) คิดเป็นสัดส่วนสูงกว่าผู้ป่วยในโครงการผู้มีรายได้น้อยและประกันสังคม ประมาณการว่า หากผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวเปลี่ยนยาเป็นชนิดที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติจะทำให้ประหยัดเงินของสวัสดิการข้าราชการได้ 4.5 และ 7.6 ล้านบาท ในปี 2543 และ 2544 ตามลำดับ

บรรณานุกรม :
วรนัดดา ศรีสุพรรณ , จุฬาภรณ์ ลิมวัฒนานนท์ , สุพล ลิมวัฒนานนท์ , ไพทิพย์ เหลืองเรืองรอง , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร . (2547). แนวโน้มการใช้ยาตามนโยบายบัญชียาหลักแห่งชาติของโรงพยาบาลในปัจจุบัน.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
วรนัดดา ศรีสุพรรณ , จุฬาภรณ์ ลิมวัฒนานนท์ , สุพล ลิมวัฒนานนท์ , ไพทิพย์ เหลืองเรืองรอง , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร . 2547. "แนวโน้มการใช้ยาตามนโยบายบัญชียาหลักแห่งชาติของโรงพยาบาลในปัจจุบัน".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
วรนัดดา ศรีสุพรรณ , จุฬาภรณ์ ลิมวัฒนานนท์ , สุพล ลิมวัฒนานนท์ , ไพทิพย์ เหลืองเรืองรอง , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร . "แนวโน้มการใช้ยาตามนโยบายบัญชียาหลักแห่งชาติของโรงพยาบาลในปัจจุบัน."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2547. Print.
วรนัดดา ศรีสุพรรณ , จุฬาภรณ์ ลิมวัฒนานนท์ , สุพล ลิมวัฒนานนท์ , ไพทิพย์ เหลืองเรืองรอง , วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร . แนวโน้มการใช้ยาตามนโยบายบัญชียาหลักแห่งชาติของโรงพยาบาลในปัจจุบัน. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2547.