ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเฝ้าระวังพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย

หน่วยงาน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเฝ้าระวังพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย , A surveillance of drinking behaviors and other health-risk behaviours among high school students in Thailand
นักวิจัย : สาวิตรี อัษณางค์กรชัย , อโนชา หมึกทอง , ถนอมศรี อินทนนท์
คำค้น : ปัจจัยคุกคามสุขภาพ , พฤติกรรมการดื่ม--ในวัยรุ่น , เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ , พฤติกรรมเสี่ยง , สุรา
หน่วยงาน : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
ผู้ร่วมงาน : มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. คณะแพทยศาสตร์ , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. คณะแพทยศาสตร์ , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. คณะพยาบาลศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : hs1619 , http://hdl.handle.net/11228/2784 , WM274 ส687ก 2551
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : ไทย
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การดื่มสุราและพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพอื่นๆ เป็นปัญหาทางสังคมและสาธารณสุข ที่สำคัญที่พบมากขึ้นในวัยรุ่นทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ สุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสารเสพติดที่วัยรุ่นนิยมใช้มากที่สุด และทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย เช่น การบาดเจ็บและตายจากอุบัติเหตุจราจร การทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกาย และการฆ่าตัวตาย เป็นต้น โรงเรียนและสถานศึกษาเป็นสถานที่ที่สำคัญในการลดปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ รวมทั้งปัญหาการดื่มสุราและใช้สารเสพติดของวัยรุ่น ก่อนที่จะวางแผนโครงการเพื่อป้องกัน ปัญหาการดื่มสุราหรือการใช้สารเสพติดในสถานศึกษา ผู้วางนโยบายควรจะต้องมีความเข้าใจ ในตัวปัญหาในลักษณะและขอบเขตของปัญหาในสถานศึกษาเป็นอย่างดีก่อน พฤติกรรม การดื่มสุรา และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพอื่นๆ ของนักเรียนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอตาม กระแสสังคม ควรมีการสำรวจซ้ำเป็นระยะๆ สม่ำเสมอ คณะผู้วิจัยจึงได้ดำเนินโครงการวิจัยนี้ขึ้นมา เพื่อเฝ้าระวังแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มสุรา พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ การใช้สารเสพติด และผลกระทบจากการดื่มสุราและการใช้สารเสพติดในนักเรียนระดับ มัธยมศึกษาในประเทศไทย (Surveillance of drinking behaviors among high school children in Thailand) โดยโครงการนี้จะเป็นการสำรวจแบบตัดขวางซ้ำทุกสองปี (Repeated series of biannual cross-sectional surveys) เริ่มเก็บข้อมูลปีแรกในปีการศึกษา 2550 ในรายงาน นี้ เป็นผลการสำรวจของปีการศึกษา 2550 วิธีการศึกษา แหล่งประชากร และกลุ่มตัวอย่าง เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1, 3 และ 5 ของโรงเรียนมัธยมศึกษาสายสามัญ หรือนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปี 2 โรงเรียนสายอาชีวศึกษา จากโรงเรียนในจังหวัดที่สุ่มเลือกแบ่งตามเขตการศึกษาทั่วประเทศ และกรุงเทพมหานครรวม 40 จังหวัด สุ่มเลือกโรงเรียนนอกกรุงเทพฯ จังหวัดละ 5 โรงเรียน จำแนกตามประเภทของโรงเรียน เป็นโรงเรียนสายสามัญสังกัดรัฐบาลในเขตเมือง 1 โรงเรียน เขตชนบท 1 โรงเรียน โรงเรียนเอกชน 1 โรงเรียน โรงเรียนสายอาชีพด้านพาณิชยการ 1 โรงเรียน ด้านช่างเทคนิค 1 โรงเรียน ในกรุงเทพฯ มี 3 เขตพื้นที่การศึกษา เลือกเขตละ 4 โรงเรียน (ไม่มีโรงเรียนเขตชนบท) รวม 201 โรงเรียนทั่วประเทศ เป็นสายสามัญ 118 โรงเรียน สายอาชีพ 83 โรงเรียน สังกัดรัฐบาลในเขตเมือง 98 โรงเรียน เขตชนบท 55 โรงเรียน เอกชน 48 โรงเรียน [ 1 ] โดยในแต่ละโรงเรียนสุ่มเลือกห้องเรียนมาระดับชั้นละ 3 ห้องเรียน เก็บข้อมูลจากนักเรียนทุกคนที่ อยู่ในห้องเรียนเดียวกัน ได้จำนวนนักเรียนทั้งหมด 50,033 คน เป็นชาย 22,723 คน (ร้อยละ 45.6) หญิง 27,106 คน (ร้อยละ 54.4) ไม่ระบุเพศ 204 คน อายุเฉลี่ยของนักเรียนเท่ากับ 15.1 ปี นักเรียนร้อยละ 94.5 นับถือศาสนาพุทธ เป็นนักเรียนจากโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล 25 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 6,623 คน จากภาคกลาง 51 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 13,163 คน จากภาคเหนือ 40 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 10,388 คน จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 46 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 12,370 คน และจากภาคใต้ 36 โรงเรียน จำนวนนักเรียน 7,479 คน เจ้าหน้าที่วิจัยของทีมวิจัยแต่ละภาค เดินทางไปเก็บข้อมูลที่โรงเรียนแต่ละแห่ง โดยให้นักเรียนตอบแบบสอบถามในห้องเรียน ใช้เวลาในการตอบประมาณ 1 คาบเรียน (30-50 นาที) การร่วมมือในการตอบแบบสอบถามให้เป็นไปตามความสมัครใจของนักเรียน แบบสอบถามเป็นแบบอ่านและตอบเอง โดยไม่ระบุชื่อของผู้ตอบ เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วง เดือนธันวาคม 2550 - กุมภาพันธ์ 2551 ผลการศึกษา พฤติกรรมการดื่มสุรา นักเรียนชายและหญิงร้อยละ 39.8 และ 24.5 เคยดื่มสุรามาแล้วในชีวิต อายุเฉลี่ยที่นักเรียนเริ่มดื่มสุราเป็นครั้งแรก ประมาณ 13 ปีในผู้ชายและ 14 ปีในผู้หญิง ในจำนวนนักเรียนที่ดื่มในปัจจุบัน (30 วันที่ผ่านมา) ส่วนใหญ่จะดื่มเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น และดื่มเพียง 1-2 หน่วยต่อครั้ง นักเรียนชั้นโตกว่ามีแนวโน้มที่จะดื่มในปัจจุบัน ดื่มหนักและ ดื่มจนเมาบ่อยครั้งกว่านักเรียนชั้นเล็กกว่า และนักเรียนชายมีอัตราการดื่มมากกว่านักเรียนหญิง ในทุกระดับชั้น อัตราความชุกของการดื่มสุราแบบแผนต่างๆ จำแนกตามเพศและชั้นปี [ 2 ] สถานที่ที่นักเรียนมักจะดื่มสุรากันมากที่สุดได้แก่ ในสวน/ไร่นา และหอพัก ส่วนใหญ่ นักเรียนจะได้สุรามาจากผู้อื่นทั้งเป็นผู้ที่อายุมากกว่าหรือน้อยกว่า 20 ปี นักเรียนชายระดับ ปวช.2 จำนวนเกือบครึ่งหนึ่งสามารถซื้อหาสุรามาดื่มเองโดยที่ผู้ขายไม่ได้ตรวจบัตรประจำตัว และมีนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.3 ร้อยละ 4-16 ที่เคยซื้อสุรามาดื่มเองโดยที่ผู้ขายก็ไม่ได้ ตรวจบัตรประจำตัวเช่นกัน นักเรียนชายและหญิงร้อยละ 13.1 และ 6.2 สามารถซื้อหาสุรา มาได้จากร้านค้า ร้านอาหารบริเวณรอบโรงเรียนในรัศมีไม่เกิน 500 เมตร นักเรียนใช้เวลา เพียงประมาณ 12-14 นาทีก็สามารถหาซื้อสุราได้ โดยนักเรียนจำนวนครึ่งหนึ่งใช้เวลาเพียง 10 นาที ก็สามารถหาซื้อสุรามาได้ ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการดื่มสุราใน 12 เดือนที่ผ่านมาในนักเรียนเหล่านี้ได้แก่ 1) ลักษณะประชากรด้าน เพศ ระดับชั้นเรียน ศาสนา สถานที่อยู่อาศัย และผลการเรียน โดยระดับชั้นเรียนเป็นปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการดื่มสุราสูงสุด นักเรียนหญิงมีความเสี่ยง ในการดื่มน้อยกว่านักเรียนชายประมาณครึ่งหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนชั้น ม.1 นักเรียนชั้น ม.3 ม.5 และปวช.2 มีความเสี่ยงในการดื่มสุราเป็น 4-12 เท่า โดยความเสี่ยงนี้เพิ่มขึ้นตามชั้นปี 2) การรับรู้สภาพแวดล้อมทางสังคมในโรงเรียน และนโยบายกฎระเบียบของโรงเรียน โดยนักเรียน ที่ดื่มสุรามีแนวโน้มที่จะรับรู้สภาพแวดล้อมและนโยบายกฎระเบียบของโรงเรียนในด้านที่ สอดคล้องกับการดื่มสุรา ในขณะที่นักเรียนที่ไม่ดื่มสุรามองว่าตนเองอยู่ในสภาพแวดล้อม ที่มีผู้ดื่มสุราน้อยกว่า และรับทราบกฎระเบียบของโรงเรียนในเชิงที่ไม่ส่งเสริมการดื่มสุราของ นักเรียน โดยนักเรียนที่ดื่มสุรามีโอกาสเป็น 2-3 เท่าของนักเรียนที่ไม่ดื่มสุราที่จะมองว่าตนเอง แบบแผนการดื่ม เพศ ม.1 ม.3 ม.5 ปวช.2 รวม ชาย 17.3 35.0 51.8 68.8 39.8 การดื่มในชีวิต หญิง 8.9 22.2 31.3 44.7 24.5 ชาย 6.4 20.4 36.2 49.0 25.1 การดื่มใน 12 เดือนที่ผ่านมา หญิง 3.8 12.2 18.4 27.9 14.0 ชาย 4.5 15.3 27.6 40.1 19.5 การดื่มใน 30 วันที่ผ่านมา หญิง 2.8 8.3 12.2 21.0 9.8 การดื่มหนัก (>5 หน่วย/ครั้ง) ชาย 1.7 7.7 14.3 20.6 10.2 ใน 30 วันที่ผ่านมา หญิง 0.8 3.2 5.4 9.1 4.1 ชาย 3.9 12.7 20.3 36.8 16.4 การดื่มจนเมา ใน 30 วันที่ผ่านมา หญิง 1.8 5.8 7.8 16.2 6.7 [ 3 ] อัตราความชุกของการดื่มสุรา (ร้อยละ) อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีผู้ดื่มสุราหรือดื่มอย่างหนักจำนวนมาก 3) ปัจจัยที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง ที่ สัมพันธ์กับการดื่มสุราของนักเรียนจากผลการศึกษานี้ ได้แก่ การสัมผัสกับโฆษณาสุรา นักเรียนที่ ดื่มสุรามีอัตราการสัมผัสโฆษณาสุราบ่อยครั้งกว่านักเรียนที่ไม่ดื่มและสามารถจดจำ รวมทั้งมีความ รู้สึกอยากลองดื่มมากกว่านักเรียนที่ไม่ดื่มสุราอย่างชัดเจน โดยนักเรียน ที่ดื่มสุรามีอัตราการสัมผัส กับสื่อโฆษณาสุราทุกชนิดบ่อยครั้งกว่านักเรียนที่ไม่ดื่มสุรา ประมาณหนึ่งเท่าครึ่ง และมีอัตราการ จำชื่อยี่ห้อสุราได้มากกว่านักเรียนที่ไม่ดื่มถึงเกือบสองเท่า รวมทั้งยังมีความรู้สึกอยากลองดื่มสุรามา กกว่านักเรียนที่ไม่ดื่มประมาณสองเท่าเช่นกัน พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียน ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นักเรียนชายร้อยละ 81.7 และนักเรียนหญิงร้อยละ 82 สวมหมวกกันน้อคเวลาขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ และนักเรียนชายร้อยละ 77.3 และนักเรียนหญิงร้อยละ 78.8 คาดเข็มขัดนิรภัยเวลานั่งในรถยนต์ด้านหน้าข้างคนขับเป็นประจำ นักเรียนชายร้อยละ 19.4 และนักเรียนหญิงร้อยละ 7.8 เคยขับขี่รถยนต์รถจักรยานยนต์ หลังจากที่เพิ่งดื่มสุรามา นักเรียนชายหญิงน้อยกว่าร้อยละ 20 เคยพกพา มีด ปืน หรือ ไม้กระบองหรือสิ่งอื่นๆ เพื่อใช้เป็นอาวุธ สำหรับการชกต่อย ตบตีต่อสู้ทะเลาะวิวาทกับคนอื่น จนได้รับบาดเจ็บต้องได้รับการดูแลรักษาโดยแพทย์หรือพยาบาล เคยถูกแฟนตบตีหรือทำร้าย ร่างกายโดยตั้งใจ และเคยถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่เต็มใจใน 12 เดือนที่ผ่านมา โดยนักเรียนระดับ ปวช.2 ทั้งชายและหญิงมีอัตราการมีพฤติกรรมดังกล่าวสูงกว่านักเรียนชั้นอื่นๆ นักเรียนชายและหญิงร้อยละ 12.7 และ 13.2 เคยมีอาการซึมเศร้าหมดอาลัยในชีวิต เกือบทุกวันติดต่อกันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จนไม่สามารถดำเนินชีวิตได้ตามปกติ นักเรียนชาย และหญิงร้อยละ 4.5 และ 5.2 เคยคิดจะฆ่าตัวตายอย่างจริงจังและร้อยละ 4.9 และ 6.1 เคยวางแผนวิธีการฆ่าตัวตาย ในจำนวนนักเรียนที่เคยฆ่าตัวตายจริงๆ มีนักเรียนชายร้อยละ 16 .2 และนักเรียนหญิงร้อยละ 6 ที่เคยพยายามฆ่าตัวตายมากกว่า 5 ครั้ง และนักเรียนชายร้อยละ 27 นักเรียนหญิงร้อยละ 18.8 เคยพยายามฆ่าตัวตายจริงจนได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจนต้อง ได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์ อัตราการเคยมีอารมณ์เศร้า และการพยายามฆ่าตัวตายจริงๆ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามชั้นปี นักเรียนชายร้อยละ 15.8 และหญิงร้อยละ 7 เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว โดยอายุเฉลี่ย ของการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของนักเรียนชาย 14.6 ปี และนักเรียนหญิง 15.5 ปี ในจำนวน นักเรียนที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาแล้ว นักเรียนชายร้อยละ 22.9 นักเรียนหญิงร้อยละ 12.3 ดื่มสุราหรือใช้สารเสพติดก่อนมีเพศสัมพันธ์ครั้งสุดท้าย อัตราการเคยตั้งครรภ์หรือเคยทำให้ [ 4 ] คนอื่นตั้งครรภ์สูงพอๆ กันระหว่างนักเรียนชายและหญิง (ร้อยละ 10.6 และร้อยละ 9.2) นักเรียน ปวช.2 มีอัตราการเคยมีเพศสัมพันธ์สูงกว่านักเรียนสายสามัญ นักเรียนชายร้อยละ 73.9 และนักเรียนหญิงร้อยละ 83.4 เคยได้รับคำสอนเกี่ยวกับเรื่องเอดส์หรือเอชไอวีในโรงเรียน ประสบการณ์ใช้สารเสพติด สารเสพติดที่นักเรียนชายทุกชั้นปีเคยใช้มากที่สุดคือ บุหรี่ (ร้อยละ 21.2) รองลงมาเรียง ตามลำดับ ได้แก่ กัญชา ยานอนหลับ กระท่อม/สารผสมกระท่อม ยาแก้ไอผสมน้ำอัดลม ยาบ้า สารระเหย ยากล่อมประสาท/ยาคลายเครียด ซึ่งมีนักเรียนชายร้อยละ 2-7 เคยใช้ในชีวิต สารเสพติดที่นักเรียนหญิงเคยใช้ในชีวิตมากที่สุด ได้แก่ ยานอนหลับ (ร้อยละ 6.8) และบุหรี่ (ร้อยละ 5.3) ส่วนสารอื่น ๆ ที่นักเรียนหญิงเพียงร้อยละ 1-2 เคยใช้ ได้แก่ ยาแก้ไอผสมน้ำอัดลม ยากล่อมประสาท/ยาคลายเครียด และกัญชา นักเรียนในระดับชั้นที่สูงกว่าเคยใช้สารเสพติด มากกว่านักเรียนในระดับชั้นที่ต่ำกว่าทั้งชายและหญิง การใช้สารเสพติดแต่ละตัวใน 12 เดือนลดต่ำลงจากอัตราในชีวิตเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และนักเรียนประมาณร้อยละ 60 ขึ้นไปที่เคยใช้สารเสพติดแต่ละตัวใน 12 เดือนที่ผา่ นมา ยังคงใชส้ ารนั้นใน 30 วันที่ผา่ นมาเชน่ กัน สรุป การศึกษานี้ได้แสดงถึงอัตราความชุกของการดื่มสุราของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาของ ประเทศไทย และปัจจัยที่สัมพันธ์กับการดื่มสุราใน 12 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งอัตราการเกิด พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพในด้านต่างๆ และการใช้สารเสพติด อัตราการเกิดพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้มีความแตกต่างกันระหว่างนักเรียนชายและหญิง ระหว่างนักเรียนแต่ละชั้นปี และ ระหว่างนักเรียนสายสามัญกับนักเรียนสายอาชีวศึกษาอย่างชัดเจน ข้อมูลเหล่านี้สำคัญ ในการวางแผนโครงการเพื่อป้องกันการดื่มสุราของเยาวชนไทย ซึ่งควรจะต้องเป็นโครงการ ที่มีรูปแบบเฉพาะที่เหมาะสมกับนักเรียนตามระดับชั้นปีและสายการเรียน การศึกษาลักษณะนี้ อย่างต่อเนื่องจะเป็นข้อมูลสำคัญของประเทศในการติดตามเฝ้าระวังปัญหาการดื่มสุราและ พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียนต่อไป

ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.),กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข,สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

บรรณานุกรม :
สาวิตรี อัษณางค์กรชัย , อโนชา หมึกทอง , ถนอมศรี อินทนนท์ . (2551). การเฝ้าระวังพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย.
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สาวิตรี อัษณางค์กรชัย , อโนชา หมึกทอง , ถนอมศรี อินทนนท์ . 2551. "การเฝ้าระวังพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย".
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
สาวิตรี อัษณางค์กรชัย , อโนชา หมึกทอง , ถนอมศรี อินทนนท์ . "การเฝ้าระวังพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย."
    นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2551. Print.
สาวิตรี อัษณางค์กรชัย , อโนชา หมึกทอง , ถนอมศรี อินทนนท์ . การเฝ้าระวังพฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทย. นนทบุรี : สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; 2551.