ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างการเซลฟี่และเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยมีการรับรู้ตนเสมือนวัตถุเป็นตัวแปรส่งผ่าน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างการเซลฟี่และเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยมีการรับรู้ตนเสมือนวัตถุเป็นตัวแปรส่งผ่าน
นักวิจัย : กชกร จงเกริกเกียรติ , ฐานิตา ไพรีขยาด , ณภัทร สุวัชราภิสิทธิ์
คำค้น : ภาพลักษณ์ร่างกาย , การรับรู้ตนเอง , ศัลยกรรม , ความงามของบุคคล , การเสริมสวย , ความงามของสตรี (สุนทรียศาสตร์) , การถ่ายภาพ , Body image , Self-perception , Surgery , Beauty, Personal , Beauty culture , Feminine beauty (Aesthetics) , Photography
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ประพิมพา จรัลรัตนกุล , กมลกานต์ จีนช้าง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะจิตวิทยา
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : PSP5725 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46906
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โครงงานทางจิตวิทยานี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยา คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2557

A senior project submitted in partial fulfillment of the requirements for the Degree of Bachelor of Science in Psychology, Faculty of Psychology, Chulalongkorn University, Academic year 2014

โครงงานทางจิตวิทยานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเซลฟี่และเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยมีการรับรู้ตนเสมือนวัตถุเป็นตัวแปรส่งผ่านของกลุ่มตัวอย่างเพศหญิง ที่มีอายุระหว่าง 18-34 ปี (Millennials) จำนวน 212 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ มาตรวัดการเซลฟี่ มาตรวัดการรับรู้ตนเสมือนวัตถุ และมาตรวัดเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม ผลการวิเคราะห์อิทธิพลส่งผ่าน (Mediation Analysis) โดยโปรแกรม Process พบว่า 1.1 การเซลฟี่มีอิทธิพลทางบวกกับการเฝ้าสำรวจภาพลักษณ์ทางร่างกายของตนเอง (b = .28, p < .001) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 1.2 การเซลฟี่มีอิทธิพลทางบวกกับความรู้สึกอับอายในภาพลักษณ์ทางร่างกายของตนเอง (b = .29, p < .001) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 2.1 การเฝ้าสำรวจภาพลักษณ์ทางร่างกายของตนเองมีอิทธิพลทางบวกกับเจตคติต่อการทำ ศัลยกรรมเสริมความงาม (b = .38, p < .001) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 2.2 ความรู้สึกอับอายในภาพลักษณ์ทางร่างกายของตนเองมีอิทธิพลทางบวกกับเจตคติต่อการทำ ศัลยกรรมเสริมความงาม (b = .36, p < .001) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 3.การเซลฟี่มีอิทธิพลทางบวกกับเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม (b = .44, p < .001) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 4.1 การเซลฟี่มีอิทธิพลต่อเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงามโดยมีการเฝ้าสำรวจภาพลักษณ์ทางร่างกายของตนเองเป็นตัวแปรส่งผ่านที่ระดับ .01 4.2 การเซลฟี่มีอิทธิพลต่อเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงามโดยมีความรู้สึกอับอายในภาพลักษณ์ทางร่างกายของตนเองเป็นตัวแปรส่งผ่านที่ระดับ .01

บรรณานุกรม :
กชกร จงเกริกเกียรติ , ฐานิตา ไพรีขยาด , ณภัทร สุวัชราภิสิทธิ์ . (2557). ความสัมพันธ์ระหว่างการเซลฟี่และเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยมีการรับรู้ตนเสมือนวัตถุเป็นตัวแปรส่งผ่าน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กชกร จงเกริกเกียรติ , ฐานิตา ไพรีขยาด , ณภัทร สุวัชราภิสิทธิ์ . 2557. "ความสัมพันธ์ระหว่างการเซลฟี่และเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยมีการรับรู้ตนเสมือนวัตถุเป็นตัวแปรส่งผ่าน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กชกร จงเกริกเกียรติ , ฐานิตา ไพรีขยาด , ณภัทร สุวัชราภิสิทธิ์ . "ความสัมพันธ์ระหว่างการเซลฟี่และเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยมีการรับรู้ตนเสมือนวัตถุเป็นตัวแปรส่งผ่าน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
กชกร จงเกริกเกียรติ , ฐานิตา ไพรีขยาด , ณภัทร สุวัชราภิสิทธิ์ . ความสัมพันธ์ระหว่างการเซลฟี่และเจตคติต่อการทำศัลยกรรมเสริมความงาม โดยมีการรับรู้ตนเสมือนวัตถุเป็นตัวแปรส่งผ่าน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.