ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของอุณหภูมิและโลหะหนักบางชนิด ที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบ (Crassostrea commercialis) วัยอ่อนและที่โตเต็มวัย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของอุณหภูมิและโลหะหนักบางชนิด ที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบ (Crassostrea commercialis) วัยอ่อนและที่โตเต็มวัย
นักวิจัย : สมถวิล เดชะพรหมพันธุ์
คำค้น : หอยนางรม , โลหะหนัก , มลพิษทางน้ำ , สิ่งแวดล้อม
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ณิฏฐารัตน์ ปภาวสิทธิ์ , เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2527
อ้างอิง : 9745632376 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46862
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527

ได้ทำการศึกษาผลของอุณหภูมิต่อความเป็นพิษของโลหะหนัก 3 ชนิด คือ ทองแดง แคดเมี่ยม และตะกั่ว ต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบ (Crassostrea commercualis) จากไข่ที่ผสมแล้วจนเป็นตัวอ่อนระยะ D-shaped และหอยนางรมปากจีบที่โตเต็มวัย การทดลองขั้นแรก ศึกษาผลของอุณหภูมิที่มีต่อระยะเวลาที่ใช้ในการพัฒนาจากไข่ที่ผสมแล้วจนเป็นตัวอ่อนระยะ D-shaped ที่อุณหภูมิ 3 ระดับ ผลปรากฏว่าที่อุณหภูมิ (28.0 องศาเซลเซียส) และอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติ (32.5 องศาเซลเซียส) ใช้เวลาประมาณ 23 ชั่วโมง และ 12 ชั่วโมง ตามลำดับ จะเห็นว่าการพัฒนาการจะเร็วขึ้นเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น และผลของโลหะหนักทั้งสามที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบจากไข่ที่ผสมแล้วจนเป็นตัวอ่อนระยะ D-shaped ที่อุณหภูมิ 3 ระดับ ปรากฏว่าค่า EC50 ในเวลา 48 ชั่วโมงของทองแดงที่อุณหภูมิ 23.5, 28.0 และ 32.5 องศาเซลเซียส เท่ากับ 0.0049, 0.0094 และ 0.0030 ส่วนในล้านส่วน ค่า EC50 ในเวลา 48 ชั่วโมงของแคดเมี่ยมที่อุณหภูมิ 23.5, 28.0 และ 32.5 องศาเซลเซียส เท่ากับ 0.2049, 0.5542 และ 0.1847 ส่วนในล้านส่วน จะเห็นว่าทองแดงมีพิษมากกว่าแคดเมี่ยม อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำกว่าปกติจะทำให้ความเป็นพิษของโลหะหนักทั้งสองมีมากกว่าที่อุณหภูมิปกติ ส่วนระดับปลดอดภัยของทองแดงและแคดเมี่ยมที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบจากไข่ที่ผสมแล้วจนเป็นตัวอ่อนระยะ D-shaped เท่ากับ 0.0002 และ 0.0139 ส่วนในล้านส่วน ตามลำดับ การทดลองขั้นที่สอง ศึกษาผลของอุณหภูมิและโลหะหนัก (ทองแดงและแคดเมี่ยม) ที่มีต่อหอยนางรมปากจีบที่โตเต็มวัยมีค่า 96-h. LC50 ของทองแดงและแคดเมี่ยมที่อุณหภูมิ 23.5, 28.0 และ 32.5 องศาเซลเซียส เท่ากับ 10.64, 2.44, 1.45 ส่วนในล้านส่วน และ 8.62, 2.21, 1.32 ส่วนในล้านส่วน ตามลำดับ โดยสรุปแล้วแคดเมี่ยม มีพิษมากกว่าทองแดงอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ความรุนแรงของพิษเพิ่มขึ้น ส่วนระดับปลอดภัยของทองแดงและแคดเมี่ยมที่มีต่อหอยนางรมปากจีบที่โตเต็มวัยเท่ากับ 0.1220, 0.1105 ส่วนในล้านส่วน ตามลำดับ สำหรับผลของอุณหภูมิและตะกั่วที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบจากไข่ที่ผสมแล้วจนเป็นตัวอ่อนระยะ D-shaped ปรากฏว่าค่า 48-h. EC50 ที่อุณหภูมิ 23.5, 28.0 และ 32.5 องศาเซลเซียส เท่ากับ 0.3287, 1.1059 และ 0.1569 ส่วนในล้านส่วน และระดับปลอดภัยของตะกั่วเท่ากับ 0.0276 ส่วนในล้านส่วน จากการวัดปริมาณตะกั่วที่มีอยู่จริงในน้ำเมื่อเสร็จการทดลองที่ความเข้มข้น 1.0 ส่วนในล้านส่วน พบว่าค่าที่ได้ลดน้อยลงมากส่วนการทดลองผลของอุณหภูมิและตะกั่วที่มีต่อหอยนางรมปากจีบที่โตเต็มวัยนั้นเนื่องจากตะกั่วที่ความเข้มข้นประมาณ 7 ส่วนในล้านส่วน จะตกตะกอนทำให้ปริมาณตะกั่วที่มีอยู่ในน้ำลดน้อยลงจึงไม่สามารถหาพิษ เฉียบพลันของตะกั่วได้ จากการทดลองพบว่าหอยนางรมปากจีบวัยอ่อนมีความไวต่อทองแดง แคดเมี่ยมและตะกั่วมากกว่าหอยนางรมปากจีบที่โตเต็มวัย ดังนั้นในการตั้งมาตรฐานคุณภาพน้ำจึงควรคำนึงถึงผลของโลหะหนักที่ต่อสัตว์วัยอ่อนด้านนอกเหนือจากสัตว์ที่โตเต็มวัย

บรรณานุกรม :
สมถวิล เดชะพรหมพันธุ์ . (2527). ผลของอุณหภูมิและโลหะหนักบางชนิด ที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบ (Crassostrea commercialis) วัยอ่อนและที่โตเต็มวัย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมถวิล เดชะพรหมพันธุ์ . 2527. "ผลของอุณหภูมิและโลหะหนักบางชนิด ที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบ (Crassostrea commercialis) วัยอ่อนและที่โตเต็มวัย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมถวิล เดชะพรหมพันธุ์ . "ผลของอุณหภูมิและโลหะหนักบางชนิด ที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบ (Crassostrea commercialis) วัยอ่อนและที่โตเต็มวัย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527. Print.
สมถวิล เดชะพรหมพันธุ์ . ผลของอุณหภูมิและโลหะหนักบางชนิด ที่มีต่อพัฒนาการของหอยนางรมปากจีบ (Crassostrea commercialis) วัยอ่อนและที่โตเต็มวัย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2527.