ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการจำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการใช้ภาพถ่าย ที่ใช้เทคนิคมุมกล้องต่างกัน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการจำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการใช้ภาพถ่าย ที่ใช้เทคนิคมุมกล้องต่างกัน
นักวิจัย : สมชาย คอประเสริฐศักดิ์
คำค้น : ความจำ , ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน , ภาพในการศึกษา , การสอน -- อุปกรณ์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวิมล วัชราภัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย
ปีพิมพ์ : 2530
อ้างอิง : 9745672572 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46829
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลจากการใช้ภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคมุมกล้องแบบซับเจคทีฟ และแบบอ็อบเจคทีฟ ที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการจำของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มตัวอย่างประชากรเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2529 จากโรงเรียนปทุมคงคา สังกัดกรมสามัญศึกษาส่วนกลาง จำนวน 100 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 700 คน กลุ่มประชากรได้มาโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย หลังจากนั้นนำกลุ่มตัวอย่างประชากรทั้งหมดมาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม โดยวิธีการสุ่มอย่างง่ายเช่นกัน จำนวนกลุ่มละ 50 คน เพื่อให้เรียนโดยภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคมุมกล้องแบบซับเจคทีฟและแบบอ็อบเจคทีฟภาพถ่ายทั้ง 2 ชุดมีเนื้อหาเรื่องเกี่ยวกันคือเรื่อง การขึ้นรูปทรงเครื่องปั้นดินเผาด้วยวิธีต่างๆ และใช้วิธีเรียนแบบเดียวกันคือ ดูภาพที่มีคำบรรยายประกอบจากแถบบันทึกเสียง แล้วให้ทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทันที จากนั้นเว้นระยะ 2 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์ จึงให้ทำแบบทดสอบอีก 2 ครั้ง เพื่อวัดความคงทนในการจำ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์ค่าที่เพื่อหาค่าความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของคะแนนเฉลี่ยของทั้งสองกลุ่มการทดลองผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. นักเรียนที่เรียนจากภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคมุมกล้องแบบซับเจคทีฟ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าของนักเรียนที่เรียนจากภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคมุมกล้องแบบอ็อบเจคทีฟอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2. เมื่อทำการทดสอบหลังเรียนเสร็จแล้ว 2 สัปดาห์ พบว่านักเรียนที่เรียนจากภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคมุมกล้องแบบซับเจคทีฟมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียนจากภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคมุมกล้องแบบอ็อบเจคทีฟอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. เมื่อทำการทดสอบหลังเรียนเสร็จแล้ว 4 สัปดาห์ พบว่า นักเรียนที่เรียนจากภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคมุมกล้องแบบซับเจคทีฟ และนักเรียนที่เรียนจากภาพถ่ายที่ใช้เทคนิคมุมกล้องแบบอ๊อบเจคทีฟ มีผลสัมฤทธิ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05

บรรณานุกรม :
สมชาย คอประเสริฐศักดิ์ . (2530). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการจำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการใช้ภาพถ่าย ที่ใช้เทคนิคมุมกล้องต่างกัน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมชาย คอประเสริฐศักดิ์ . 2530. "การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการจำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการใช้ภาพถ่าย ที่ใช้เทคนิคมุมกล้องต่างกัน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมชาย คอประเสริฐศักดิ์ . "การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการจำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการใช้ภาพถ่าย ที่ใช้เทคนิคมุมกล้องต่างกัน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2530. Print.
สมชาย คอประเสริฐศักดิ์ . การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความคงทนในการจำ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จากการใช้ภาพถ่าย ที่ใช้เทคนิคมุมกล้องต่างกัน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2530.