ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์บนกระดาษสำหรับการตรวจวัดครีแอทินินในปัสสาวะด้วยหลักการเอนไซม์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์บนกระดาษสำหรับการตรวจวัดครีแอทินินในปัสสาวะด้วยหลักการเอนไซม์
นักวิจัย : ขวัญฤทัย ตาละลักษณ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วนิดา หลายวัฒนไพศาล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสหเวชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46522
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

ครีแอทินินเป็นตัวบ่งชี้หนึ่งที่ถูกใช้ในการประเมินสมรรถภาพการทำงานของไต งานวิจัยนี้พัฒนาอุปกรณ์การตรวจวิเคราะห์บนกระดาษสำหรับตรวจวัดครีแอทินินในปัสสาวะด้วยหลักการเอนไซม์ที่มีราคาถูก หรือเรียกว่า enz-PAD โดยใช้ปริมาตรน้ำยาที่เหลือจากตลับน้ำยาสำเร็จรูปของเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติในห้องปฏิบัติการทางคลินิกมาสร้าง enz-PAD บนกระดาษ Whatman No.3 ที่มีขนาด 4 x 40 มิลลิเมตรและมีบริเวณในการดูดซับน้ำยา 2 ชนิดแยกส่วนกัน การตรวจวัด ครีแอทินินในปัสสาวะทดสอบโดยจุ่ม enz-PAD ลงในหลุมที่มีตัวอย่างตรวจ เพื่อให้ครีแอทินินในตัวอย่างตรวจเคลื่อนที่ด้วยแรงแคปิลลารีของกระดาษมาทำปฏิกิริยากับน้ำยาที่ถูกดูดซับไว้ แล้วเกิดเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่มีสีสะสมอยู่ที่บริเวณตรวจวัดสีที่เกิดขึ้น เกิดจากปฏิกิริยาของเอนไซม์ครีแอทินิเนส เอนไซม์ครีแอทิเนส และเอนไซม์ซาโคซีนออกซิเดสที่เปลี่ยนครีแอทินินในตัวอย่างตรวจเป็น H2O2 ซึ่งสามารถทำปฏิกิริยากับ 4-aminophenazone และ 2,4,6-triiodo-3-hydrozybenzoic acid โดยมีเอนไซม์เปอร์ออกซิเดสเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเกิดสารประกอบเชิงซ้อนสีชมพูของ quinoneimine บนพื้นที่สำหรับตรวจวัด การตรวจวัดครีแอทินินด้วย enz-PAD ที่พัฒนาขึ้น มีช่วงความเป็นเส้นตรง 2.5 – 25 mg dL-1 (r2 = 0.983) และความสามารถในการตรวจวัดต่ำสุดเท่ากับ 1.9 mg dL-1 เมื่อทำการตรวจวัดครีแอทินินในปัสสาวะที่ผ่านการเจือจางแล้วด้วย enz-PAD เปรียบเทียบกับวิธีที่ใช้ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ทั้ง 2 วิธีคือ วิธีอัลคาไลน์พิเครทแบบไคเนติกพบว่ามีความสัมพันธ์เชิงเส้น (r2) เท่ากับ 0.977 และไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.606, paired sample t-test, n = 40) และวิธีเอนไซม์มีความสัมพันธ์เชิงเส้น (r2) เท่ากับ 0.911 และไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.858, paired sample t-test, n = 50) ดังนั้นอุปกรณ์ตรวจวัดบนกระดาษที่พัฒนาขึ้นถือเป็นวิธีทางเลือกใหม่สำหรับตรวจกรองปริมาณ ครีแอทินินในปัสสาวะ เนื่องจากใช้งานง่าย ราคาถูก อีกทั้งยังมีประโยชน์อย่างมากสำหรับการใช้งานในประเทศกำลังพัฒนา

บรรณานุกรม :
ขวัญฤทัย ตาละลักษณ์ . (2557). การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์บนกระดาษสำหรับการตรวจวัดครีแอทินินในปัสสาวะด้วยหลักการเอนไซม์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ขวัญฤทัย ตาละลักษณ์ . 2557. "การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์บนกระดาษสำหรับการตรวจวัดครีแอทินินในปัสสาวะด้วยหลักการเอนไซม์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ขวัญฤทัย ตาละลักษณ์ . "การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์บนกระดาษสำหรับการตรวจวัดครีแอทินินในปัสสาวะด้วยหลักการเอนไซม์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
ขวัญฤทัย ตาละลักษณ์ . การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจวิเคราะห์บนกระดาษสำหรับการตรวจวัดครีแอทินินในปัสสาวะด้วยหลักการเอนไซม์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.