ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบการใช้กล้ามเนื้อหลักบริเวณแกนกลางลำตัวในการเต้นลีลาศประเภทละตินอเมริกันของนักกีฬาลีลาศสมัครเล่น

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบการใช้กล้ามเนื้อหลักบริเวณแกนกลางลำตัวในการเต้นลีลาศประเภทละตินอเมริกันของนักกีฬาลีลาศสมัครเล่น
นักวิจัย : เฉลิมพล น้อยอิ่ม
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เฉลิม ชัยวัชราภรณ์ , จิตอนงค์ ก้าวกสิกรรม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46445
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการใช้กล้ามเนื้อหลักบริเวณแกนกลางลำตัวในการเต้นลีลาศประเภทละตินอเมริกัน 5 จังหวะพื้นฐานในนักกีฬาลีลาศมือสมัครเล่น กลุ่มตัวอย่างเป็นนักกีฬาลีลาศชายจำนวน 6 คน จากชมรมลีลาศจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2 คน สมาคมกีฬาลีลาศแห่งประเทศไทย 2 คน และเอื้อพันธ์แดนซ์สตูดิโอ 2 คน โดยทุกคนจะต้องมีความหนาของชั้นไขมันหน้าท้องไม่เกิน 20 มิลลิเมตร มีค่า BMI ระหว่าง 18-20 Kg/m2 และมีอายุระหว่าง 15-30 ปี นักกีฬาทุกคนจะติดขั้วอิเล็คโตรดที่ กล้ามเนื้อทั้ง 5 มัด (Transversus Abdominis , External Oblique , Internal Oblique , Rectus Abdominis , Erector Spinae) โดยนักกีฬาทุกคนจะต้องเต้นท่าที่เป็นพื้นฐานขั้นต้นในจังหวะ ชะช่า (Cha-cha) , แซมบ้า (Samba) , คิวบัน รัมบ้า (Cuban Rumba) , พาโซ โดเบล้ (Paso Doble) และ ไจว์ฟ (Jive) เรียงลำดับตามกฎและกติกาการแข่งขันจริง ของสมาคมกีฬาลีลาศประเทศไทย โดยมีระยะเวลาและเพลงที่ใช้ประกอบการเต้น เป็นเพลงที่มีความเร็วบีทของเพลงที่เท่ากันตามกฎของสมาคมฯเช่นกัน นำผลที่ได้จากนักกีฬาทั้ง 6 คนมาวิเคราะห์โดยใช้วิธีการทางสถิติแบบทดสอบฟรีดแมน (The Friedman Test) และเปรียบเทียบรายคู่แบบวิธีทดสอบแมนวิทนีย์ยู (The Mann-Whitney U Test) ที่ระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า มีความแตกต่างในการทำงานของกล้ามเนื้อ Rectus Abdominis กับกล้ามเนื้อ External Oblique ในจังหวะ Jive และแตกต่างกับกล้ามเนื้อ Internal Oblique , Transversus Abdominis และ Erector Spinae ในจังหวะ Rumba และ Jive อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 สรุปได้ว่า เนื่องจากการเต้นลีลาศในจังหวะ Rumba นักเต้นต้องให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวของสะโพกเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลมาจากการบิดลำตัวของกล้ามเนื้อ External Oblique และจากงานวิจัยยังพบว่า การเต้นลีลาศในจังหวะ Jive ให้ความสำคัญกับกล้ามเนื้อ Internal Oblique เป็นหลัก ดังนั้นกล้ามเนื้อ Rectus Abdominis จึงมีการทำงานที่แตกต่างกับกล้ามเนื้อมัดอื่นใน 2 จังหวะนี้ และในจังหวะอื่นกล้ามเนื้อทุกมัดมีการทำงานที่ไม่แตกต่างกัน

บรรณานุกรม :
เฉลิมพล น้อยอิ่ม . (2557). การศึกษาเปรียบเทียบการใช้กล้ามเนื้อหลักบริเวณแกนกลางลำตัวในการเต้นลีลาศประเภทละตินอเมริกันของนักกีฬาลีลาศสมัครเล่น.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เฉลิมพล น้อยอิ่ม . 2557. "การศึกษาเปรียบเทียบการใช้กล้ามเนื้อหลักบริเวณแกนกลางลำตัวในการเต้นลีลาศประเภทละตินอเมริกันของนักกีฬาลีลาศสมัครเล่น".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เฉลิมพล น้อยอิ่ม . "การศึกษาเปรียบเทียบการใช้กล้ามเนื้อหลักบริเวณแกนกลางลำตัวในการเต้นลีลาศประเภทละตินอเมริกันของนักกีฬาลีลาศสมัครเล่น."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
เฉลิมพล น้อยอิ่ม . การศึกษาเปรียบเทียบการใช้กล้ามเนื้อหลักบริเวณแกนกลางลำตัวในการเต้นลีลาศประเภทละตินอเมริกันของนักกีฬาลีลาศสมัครเล่น. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.