ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ต่อเชื้อไวรัสเอชไอวีในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ต่อเชื้อไวรัสเอชไอวีในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี
นักวิจัย : บุตร แก้วบุญ
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ปาลนี อัมรานนท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสหเวชศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46439
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

การติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีก่อให้เกิดปัญหาทางสาธารณสุข เนื่องจากการติดเชื้อร่วมกันทำให้พยาธิสภาพของโรครุนแรงขึ้น การดำเนินของโรคเอดส์เร็วขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะมีความสำคัญมากในการต่อสู้และกำจัดเชื้อไวรัสในร่างกาย การติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับไวรัสตับอักเสบซีทำให้ประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันต่ำลง การศึกษานี้มีจุดประสงค์เพื่อเปรียบเทียบการตอบสนองของภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะต่อเชื้อเอชไอวี ในอาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีเปรียบเทียบกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ด้วยวิธี Interferon gamma Enzyme Linked ImmunoSpot Assay และเพื่อเปรียบเทียบการแสดงออกของโมเลกุล Granzyme A, Granzyme B และ Perforin ด้วยวิธีโฟลไซโตเมตทรี ในตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จำนวน 23 คน แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้ 1.) อาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีจำนวน 11 คน 2.) อาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีและรับประทานยา GPO vir จำนวน 8 คน และ 3.) อาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซีจำนวน 4 คน ได้ผลการทดลองดังนี้ การตอบสนองของภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะต่อเชื้อเอชไอวีในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซีต่ำกว่ากลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มที่ 1 และ 2 เล็กน้อย กล่าวคือ จำนวนตัวอย่างที่ตอบสนองต่อ HIV-1 Env peptide ของอาสาสมัครกลุ่มที่ 3 ผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเท่ากับ 25.00% ซึ่งต่ำกว่าอาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มที่ 1 และ 2 โดยกลุ่มที่ 1 เท่ากับ 45.45% และกลุ่มที่ 2 เท่ากับ 87.50% ซึ่งกลุ่มที่ 3 น้อยกว่ากลุ่มที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญ จำนวนตัวอย่างที่ตอบสนองต่อ HIV-1 Gag peptide ทั้ง 3 กลุ่มใกล้เคียงกัน คือ กลุ่มที่ 1 เท่ากับ 72.73% กลุ่มที่ 2 เท่ากับ 87.50% และกลุ่มที่ 3 เท่ากับ 75.00% ปริมาณการแสดงออกของโมเลกุล Granzyme A ในอาสาสมัครกลุ่มที่ 3 ผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (53.73%) มากกว่าอาสาสมัครผู้ติดเชื้อเอชไอวีในกลุ่มที่ 1 (28.04%) และ กลุ่มที่ 2 (25.72%) โดยกลุ่มที่ 3 มากกว่ากลุ่มที่ 2 อย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณการแสดงออกของโมเลกุล Granzyme B และ Perforin ในอาสาสมัครกลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 3 มีมากกว่ากลุ่มที่ 2 เล็กน้อย และพบว่า ปริมาณการแสดงออกของโมเลกุล Granzyme B และ Perforin มีความสัมพันธ์แบบผกผันกับปริมาณ CD4+T cell count โดยรวมแล้วภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะต่อเชื้อเอชไอวีมีแนวโน้มลดลงในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งสอดคล้องกับการแสดงออกของ Granzyme และ Perforin ที่พบมากในกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับไวรัสตับอักเสบซี การแสดงออกของ Granzyme และ Perforin ที่มากเกินไปบ่งบอกถึงความเสียสมดุลของภูมิคุ้มกัน การศึกษาในครั้งนี้ทดลองในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก ข้อจำกัดในการควบคุมตัวแปรต่างๆ และยังมีผลการทดลองบางอย่างที่แสดงถึงความไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่มที่เปรียบเทียบ ดังนั้นจึงควรศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนมากกว่าเพื่อการสรุปผลที่ชัดเจนกว่านี้

บรรณานุกรม :
บุตร แก้วบุญ . (2557). การตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ต่อเชื้อไวรัสเอชไอวีในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุตร แก้วบุญ . 2557. "การตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ต่อเชื้อไวรัสเอชไอวีในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
บุตร แก้วบุญ . "การตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ต่อเชื้อไวรัสเอชไอวีในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
บุตร แก้วบุญ . การตอบสนองของภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ต่อเชื้อไวรัสเอชไอวีในผู้ติดเชื้อไวรัสเอชไอวีร่วมกับเชื้อไวรัสตับอักเสบซี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.