ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของความผิดปกติของการหายใจขณะหลับต่อผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ในการตั้งครรภ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของความผิดปกติของการหายใจขณะหลับต่อผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ในการตั้งครรภ์
นักวิจัย : กัญญาลักษณ์ ณ รังษี
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วิฑูรย์ โล่ห์สุนทร , ณัฐพงษ์ เจียมจริยธรรม , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์ , สมรัตน์ เลิศมหาฤทธิ์
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46435
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นของหญิงตั้งครรภ์ต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ และการคลอดก่อนกำหนด ความชุกของภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ภาวะง่วงมากกว่าปกติในเวลากลางวัน และคุณภาพการนอนหลับของหญิงตั้งครรภ์ ใช้การศึกษารูปแบบ Prospective cohort study ในอาสาสมัครจำนวน 1,485 คน เป็นหญิงตั้งครรภ์ซึ่งมีอายุครรภ์น้อยกว่า 20 สัปดาห์ เข้ารับบริการดูแลการตั้งครรภ์ ณ โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลในเครือข่ายงานอนามัยแม่และเด็กจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 5 แห่ง อาสาสมัครจะตอบแบบประเมินด้วยตนเอง ในช่วงอายุครรภ์ไตรมาสที่ 1-3 โดยประเมินความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ภาวะง่วงมากกว่าปกติในเวลากลางวัน และคุณภาพการนอนหลับ ด้วยแบบประเมิน Berlin แบบประเมิน Epworth Sleepiness Scale และแบบประเมิน Pittsburgh Sleep Quality Index ตามลำดับ ใช้สถิติถดถอยโลจิสติกส์ในการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์และควบคุมตัวแปรกวน ผลการศึกษาพบว่า เมื่อเทียบกับหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่ำต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นและควบคุมตัวแปรกวนแล้ว หญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นซึ่งใช้ผลการประเมินในช่วงอายุครรภ์ไตรมาสที่ 2 มีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ 2.72 เท่า (95% confidence interval [CI]: 1.33, 5.57) และคลอดก่อนกำหนด 2.00 เท่า (95% CI: 1.20, 3.34) ตามลำดับ ในช่วงอายุครรภ์ไตรมาสที่ 1-3 หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นร้อยละ 8.6, 10.2 และ 18.1 มีภาวะง่วงมากกว่าปกติในเวลากลางวันร้อยละ 25.2, 32.7 และร้อยละ 38.0 และมีคุณภาพการนอนหลับไม่ดีร้อยละ 39.7, 40.0 และ 61.1 ตามลำดับ สรุป ผลการศึกษาครั้งนี้น่าจะสร้างความตระหนักต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น ทั้งนี้ไม่เฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ แต่รวมทั้งในบุคลากรทางการแพทย์ การเฝ้าระวังหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น อาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษและการคลอดก่อนกำหนด

บรรณานุกรม :
กัญญาลักษณ์ ณ รังษี . (2557). ผลของความผิดปกติของการหายใจขณะหลับต่อผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ในการตั้งครรภ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญญาลักษณ์ ณ รังษี . 2557. "ผลของความผิดปกติของการหายใจขณะหลับต่อผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ในการตั้งครรภ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญญาลักษณ์ ณ รังษี . "ผลของความผิดปกติของการหายใจขณะหลับต่อผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ในการตั้งครรภ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
กัญญาลักษณ์ ณ รังษี . ผลของความผิดปกติของการหายใจขณะหลับต่อผลลัพธ์ไม่พึงประสงค์ในการตั้งครรภ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.