ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาระบบการเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับผู้ดูแลเด็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาระบบการเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับผู้ดูแลเด็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
นักวิจัย : เอื้ออารี จันทร
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เนาวนิตย์ สงคราม , ประกอบ กรณีกิจ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46416
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลสภาพ 2) สร้าง 3) ศึกษาผล และ 4) นำเสนอระบบการเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสาร กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญ 10 คน ผู้ดูแลเด็ก 10 คน คณาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาที่มีนโยบายจัดการเรียนรู้จากการทำงาน 5 มหาวิทยาลัย 467 คน ผู้เชี่ยวชาญ 7 คน กลุ่มทดลองสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม จำนวน 25 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 13 คน สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา วิเคราะห์เนื้อหา และการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบมีหน่วยประกอบแบบวัดซ้ำ ผลการวิจัยมีดังนี้ 1) ทักษะการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีเพื่อการสื่อสารเป็นทักษะสำคัญสำหรับผู้ดูแลเด็กที่ต้องได้รับการพัฒนา 2) ระบบการเรียนรู้จากการทำงานฯ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ งาน กิจกรรม บุคคล เทคโนโลยี และการประเมินผล ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันลำดับที่สอง พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ ค่า P-value เท่ากับ 0.12 ค่า RMSEA เท่ากับ 0.027 ขั้นตอนสำคัญของระบบ ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ตั้งเป้าหมายและวิเคราะห์งาน ขั้นตอนที่ 2 จัดทำแผนพัฒนางานและการสื่อสาร ขั้นตอนที่ 3 เรียนรู้จากการทำงาน ขั้นตอนที่ 4 เผยแพร่ผลงานและการเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยี 3 ด้าน คือ ด้านการปฏิบัติงาน (คู่มืออิเล็กทรอนิกส์ คลังทักษะอิเล็กทรอนิกส์) ด้านการสื่อสารกับผู้เกี่ยวข้อง (สื่อสังคม) และด้านแหล่งเรียนรู้ (ทรัพยากรการเรียนรู้แบบเปิด) 3) กลุ่มทดลองเรียนรู้ในระบบ 12 สัปดาห์ มีคะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 คะแนนเฉลี่ยทักษะการสื่อสารของการสื่อสารกับตนเอง เพื่อน เด็ก ผู้ปกครองและชุมชน รอบที่ 2 สูงกว่า รอบที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คะแนนทักษะการสื่อสารของกลุ่มตัวอย่างโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับดี 4) สัดส่วนการผสมผสานแบบออนไลน์ต่อออฟไลน์ คือ 70:30.

บรรณานุกรม :
เอื้ออารี จันทร . (2557). การพัฒนาระบบการเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับผู้ดูแลเด็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอื้ออารี จันทร . 2557. "การพัฒนาระบบการเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับผู้ดูแลเด็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เอื้ออารี จันทร . "การพัฒนาระบบการเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับผู้ดูแลเด็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
เอื้ออารี จันทร . การพัฒนาระบบการเรียนรู้จากการทำงานแบบผสมผสานและเสริมศักยภาพด้วยเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารสำหรับผู้ดูแลเด็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.