ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อิทธิพลของออกซิเจนและความเค็มต่อเบนทิกฟลักซ์ของฟอสฟอรัสและซิลิกอนผ่านรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำบริเวณชายฝั่งอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อิทธิพลของออกซิเจนและความเค็มต่อเบนทิกฟลักซ์ของฟอสฟอรัสและซิลิกอนผ่านรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำบริเวณชายฝั่งอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี
นักวิจัย : นิรมล ตาอินทร์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. บัณฑิตวิทยาลัย , เพ็ญใจ สมพงษ์ชัยกุล
ปีพิมพ์ : 2557
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/46033
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557

ศึกษาอิทธิพลของออกซิเจนละลายน้ำและความเค็ม ที่มีผลต่อฟลักซ์ของฟอสเฟตและซิลิกาละลาย บริเวณรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำเหนือดินตะกอน บริเวณชายฝั่งอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี โดยศึกษาในห้องปฏิบัติการในการทดลองในสภาวะมีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน ที่ค่าความเค็ม 10, 15, 20, 25 และ 30 พบว่าฟลักซ์ของฟอสเฟตมีทิศทางจากดินตะกอนออกสู่มวลน้ำในสภาวะไร้ออกซิเจน ขณะที่ฟลักซ์จะมีทิศทางลงสู่ดินตะกอนในสภาวะที่น้ำมีออกซิเจน ส่วนค่าฟลักซ์ของซิลิกาละลายนั้นมีค่าไม่แตกต่างกันในทั้งสองสภาวะ แต่ที่ความเค็มสูงการละลายของซิลิกาจะลดลง ส่งผลให้ค่าฟลักซ์ของซิลิกาละลายจากดินตะกอนสู่น้ำลดลง จากการทดลองหาฟลักซ์ของสารอาหารในเบนทิกแชมเบอร์ชนิดโปร่งใสและทึบแสงในห้องปฏิบัติการ โดยใช้ดินตะกอนและน้ำทะเลความเค็ม 30 จากชายฝั่งอ่างศิลา พบว่าออกซิเจนละลายน้ำในแชมเบอร์ชนิดทึบแสงลดลงตามเวลา จนกระทั่งออกซิเจนละลายน้ำหมดลง เมื่อเวลาผ่านไป 40 ชั่วโมง ส่วนออกซิเจนละลายน้ำในแชมเบอร์ชนิดโปร่งใสเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามรอบวัน ค่าออกซิเจนละลายน้ำในแชมเบอร์ทั้งสองมีค่าต่ำทั้งคู่ เนื่องจากน้ำทะเลและดินตะกอนชายฝั่งอ่างศิลามีสารอินทรีย์สูง ออกซิเจนที่ได้จากการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืชในแชมเบอร์โปร่งใส จึงถูกแบคทีเรียใช้ไปในการย่อยสลายสารอินทรีย์ จนมีค่าต่ำในทั้งสองแชมเบอร์ อย่างไรก็ดี ผลการทดลองพบว่าปริมาณออกซิเจนละลายน้ำและความเค็มของน้ำในแชมเบอร์ มีผลต่อฟลักซ์ของสารอาหารบริเวณรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำ โดยฟลักซ์ของฟอสเฟตในแชมเบอร์โปร่งใสและทึบแสง มีค่าอยู่ในช่วง (-94.00) – 474.00 และ (-11.59) – 222.00 ไมโครโมล/ตารางเมตร/ชั่วโมง ตามลำดับ ส่วนฟลักซ์ของซิลิกาละลาย มีค่าอยู่ในช่วง (-160.97) – 528.0 และ (-169.24) – 258.0 ไมโครโมล/ตารางเมตร/ชั่วโมง ตามลำดับ ทั้งนี้ฟลักซ์ของฟอสเฟตมีแนวโน้มออกจากดินตะกอนสู่มวลน้ำ และฟลักซ์ในแชมเบอร์ทึบแสงมีค่าสูงกว่าในแชมเบอร์โปร่งใส ขณะที่ฟลักซ์ของซิลิกาละลายในแชมเบอร์ทั้งสองชนิด มีความแตกต่างกันน้อย แต่ในช่วง 30 ชั่วโมงแรก ฟลักซ์ของซิลิกาละลายมีทิศทางจากตะกอนดินตะกอนสู่มวลน้ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปในช่วงชั่วโมงที่ 30 ถึง 60 ทิศทางของฟลักซ์จะมีทิศทางจากมวลน้ำลงสู่ดินตะกอน หลังจากนั้น แทบจะไม่มีฟลักซ์ของซิลิกาละลาย ณ บริเวณรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำเหนือดินตะกอนเลย

บรรณานุกรม :
นิรมล ตาอินทร์ . (2557). อิทธิพลของออกซิเจนและความเค็มต่อเบนทิกฟลักซ์ของฟอสฟอรัสและซิลิกอนผ่านรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำบริเวณชายฝั่งอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิรมล ตาอินทร์ . 2557. "อิทธิพลของออกซิเจนและความเค็มต่อเบนทิกฟลักซ์ของฟอสฟอรัสและซิลิกอนผ่านรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำบริเวณชายฝั่งอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นิรมล ตาอินทร์ . "อิทธิพลของออกซิเจนและความเค็มต่อเบนทิกฟลักซ์ของฟอสฟอรัสและซิลิกอนผ่านรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำบริเวณชายฝั่งอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2557. Print.
นิรมล ตาอินทร์ . อิทธิพลของออกซิเจนและความเค็มต่อเบนทิกฟลักซ์ของฟอสฟอรัสและซิลิกอนผ่านรอยต่อระหว่างดินตะกอนและน้ำบริเวณชายฝั่งอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2557.