ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การประเมินผลกระทบและการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศต่อการชะล้างพังทลายของดินในลุ่มน้ำยมตอนบน

หน่วยงาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การประเมินผลกระทบและการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศต่อการชะล้างพังทลายของดินในลุ่มน้ำยมตอนบน
นักวิจัย : พีรวัฒน์ ปลาเงิน
คำค้น : ตะกอน , ลุ่มน้ำยมตอนบน , การชะล้างพังทลายของดิน , การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน , การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
หน่วยงาน : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2558
อ้างอิง : http://elibrary.trf.or.th/project_content.asp?PJID=RDG5640028 , http://research.trf.or.th/node/9379
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การชะล้างพังทลายของดินและการทับถมตะกอนคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตเนื่องจากสาเหตุการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น พืชที่ปกคลุมผิวดินจะส่งผลกระทบต่อการชะล้างพังทลายและทับถมของดิน นอกจากนี้ความเข้มขนของปริมาณฝนซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (อุณหภูมิ และปริมาณฝน) จะส่งผลกระทบต่อปริมาณการชะล้างพังทลายและทับถมของดิน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลกระทบและการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศต่อการชะล้างพังทลายของดินและการทับถมของตะกอนในลุ่มน้ำยมตอนบน การศึกษานี้ได้คาดการณ์การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ประเมินค่าปัจจัยการกัดกร่อนของฝนภายใต้ภูมิอากาศในอนาคต คาดการณ์การชะล้างพังทลายของดินและการปริมาณตะกอนภายใต้การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในอนาคตและเสนอมาตรการอนุรักษ์ดินในอนาคตพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง การคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในอนาคตด้วยแบบจำลอง LCM ข้อมูลภูมิอากาศในอนาคตจากแบบจำลองภูมิอากาศภูมิภาคประกอบด้วย PRECIS: ECHAM4 and RegCM3: ECHAM5 นอกจากนี้แบบจำลอง Soil loss บนพื้นฐานของสมการการสูญเสียดินสากล (RUSLE) และแบบจำลอง Sedimentation ถูกใช้ในการประเมินการชะล้างพังทลายของดินและตะกอนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและรวมผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทั้งสอง หลักการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยแบ่งตามพื้นที่ความชันถูกนำมาพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางการปรับตัวและลดปริมาณการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่เสี่ยงสูง ผลของการศึกษาพบว่าระดับของการชะล้างพังทลายของดินในลุ่มน้ำยมตอนบนสามารถจำแนกได้ออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ การชะล้างพังทลายเล็กน้อยมาก (น้อยกว่า 2 ตันต่อไร่ต่อปี) การชะล้างพังทลายเล็กน้อย (มากกว่า 2 แต่น้อยกว่า 5 ตันต่อไร่ต่อปี) การชะล้างพังทลายปานกลาง (มากกว่า 5 แต่น้อยกว่า 15 ตันต่อไร่ต่อปี) การชะล้างพังทลายรุนแรง (มากกว่า 15 แต่น้อยกว่า 15 ตันต่อไร่ต่อปี) การชะล้างพังทลายรุนแรงมาก (มากกว่า 20 ตันต่อไร่ต่อปี) จากเนื้อที่ 2057 ตร.กม. (1,285,625 ไร่) ของพื้นที่ศึกษาและอยู่ในพื้นที่ 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอปง อำเภอเชียงม่วน อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา และอำเภอสอง จังหวัดแพร่ ในปี พ.ศ. มีเพียงร้อยละ 7.10 มีการชะล้างพังทลายน้อย ร้อยละ 18.04 มีการชะล้างพังทลายของดินน้อยมาก ร้อยละ 48.18 มีการชะล้างพังทลายปานกลาง ร้อยละ 16.92 มีการชะล้างพังทลายรุนแรง และร้อยละ 9.77 มีการชะล้างพังทลายรุนแรงมาก ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศในปี พ.ศ. 2565 พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของพื้นที่การชะล้างพังทลายของดินระดับรุนแรงมาก (มากกว่า 20 ตันต่อไร่ต่อปี) จากปี พ.ศ. 2555 ประมาณ 131 ตร.กม. (81,875 ไร่) พื้นที่ที่มีความรุนแรงอยู่ทางตอนบนและตอนล่างของลุ่มน้ำ แต่พื้นที่การชะล้างพังทลายระดับรุนแรง (มากกว่า 15 แต่น้อยกว่า 15 ตันต่อไร่ต่อปี) ลดลงจาก 348 ตร.กม. (2555) ถึง 116 ตร.กม. (2565). ผลการคาดการณ์ปริมาณตะกอนลุ่มน้ำยมตอนบน ในปี พ.ศ. 2555 พบว่าปริมาณตะกอนทั้งหมด 18,151 ตัน โดยแยกปริมาณตะกอนตามเขตการปกครองในพื้นที่อำเภอปง 8,811 ตัน อำเชียงม่วน 5,568 ตัน อำเภอสอง 3,510 ตัน และอำเภอดอกคำใต้ 262 ตัน ตามลำดับ ขณะที่ปริมาณตะกอนภายใต้การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศในปี 2565 ประมาณ 33,997 ตัน ซึ่งพบขึ้นจากปัจจุบัน 87.3% ถ้าพิจารณาตามเขตการปกครองจะเห็นได้ว่าปริมาณตะกอนเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันทุกอำเภอ ประกอบด้วย อำเภอปง 16,920 ตัน อำเชียงม่วน 8,622 ตัน อำเภอสอง 6,922 ตัน และอำเภอดอกคำใต้ 1,542 ตัน ถ้าพิจารณาเปรียบเทียบผลกระทบระหว่างผลกระทบการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศลุ่มน้ำยมตอนบน ในปี พ.ศ. 2565 โดยปริมาณตะกอน 28,608 ตัน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและ 21,643 ตัน เนื่องการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน ดังนั้นแสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อการชะล้างพังทลายของดินและตะกอนดินมากกว่าการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในอนาคต ผลลัพธ์ของปริมาณตะกอนจากแบบจำลอง Sedimentation ในปี พ.ศ. 2555 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศได้จำแนกบนพื้นที่ฐานของระดับความรุนแรงเป็น 7 ระดับ ซึ่งพบว่าพื้นที่การชะล้างพังทลาย 300 ตร.กม. และการทับถมของตะกอน 1,757 ตร.กม. ขณะที่ปริมาณการชะล้างพังทลายของดินและการทับถมตะกอน 41,179 ตัน และ 23,027 ตัน ในปี พ.ศ. 2555 ปริมาณตะกอนเหล่านี้จะถูกพัดพาสู่ลำน้ำสาขาในลุ่มน้ำยมตอนบน 18,151 ตัน โดยแบ่งตามพื้นที่แต่ละอำเภอประกอบด้วย อำเภอปง 8,811 ตัน อำเชียงม่วน 5,568 ตัน อำเภอดอกคำใต้ 262 ตัน และอำเภอสอง 3,510 ตัน ตามลำดับ ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการใช้ที่ดินต่อปริมาณตะกอนในปี พ.ศ. 2565 สังเกตได้ชัดเจนว่ามีการเพิ่มขึ้นของปริมาณตะกอนภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศผลรวมจากแบบจำลองภูมิอากาศภูมิภาค PRECIS: ECHAM4 (A2, B2) และ RegCM3: ECHAM5 (A1b) 10,457 ตัน จากปี พ.ศ. 2555. การใช้หลายแบบจำลองภูมิอากาศภูมิภาคและภาพฉายหลายสมมติฐานช่วยในจัดการปัญหาความไม่แน่นของแบบจำลองภูมิอากาศ ปริมาณตะกอนในอนาคตของลุ่มน้ำยมตอนบนภายใต้การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้นจากปี พ.ศ. 2555 ประมาณ 3,492 ตัน เห็นได้ชัดเจนว่าการเพิ่มขึ้นของการชะล้างพังทลายของดินและตะกอนในอนาคตเกิดจากปัจจัยหลักคือการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อรวมสองปัจจัยเข้าด้วยกัน (ภูมิอากาศและการใช้ที่ดิน) พบว่าปริมาณตะกอนเพื่อขึ้นอย่างมาก 15,846 ตัน (87.3%) จากปี พ.ศ. 2555 สังเกตได้ว่าการเพิ่มขึ้นของการพังทลายและการทับถมตะกอนในอนาคตเป็นผลมาจากการรวมผลกระทบของการใช้ที่ดินและภูมิอากาศ การปรับตัวและการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและการทับถมของตะกอนในลุ่มน้ำยมตอนบนใช้หลักการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยแบ่งพื้นที่ทำเกษตรตามความลาดชัน ประกอบด้วยวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำโดยวิธีกล วิธีพืช และวิธีเขตกรรม ความลาดชันของพื้นที่แบ่งออกเป็น 6 ระดับและในแต่ระดับความลาดชันได้เสนอหลักการอนุรักษ์ดินและน้ำ ดังนี้ ความลาดชัน 0 – 2% ใช้วิธีเขตเกษตรกรรมและวิธีพืช ความลาดชัน 2 – 5 ใช้วิธีพืชและวิธีกล ความลาดชัน 5 – 12% ใช้วิธีพืชและวิธีกลผสมผสานกัน ความลาดชัน 12 – 20% ใช้ทั้งวิธีพืชและวิธีกลควรปลูกไม้ยืนต้นและไม้ผล ความลาดชัน 20 – 35% ใช้วิธีพืชและวิธีกลอย่างเข้มข้น และความลาดชัน > 35% พื้นที่ส่วนนี้มีความลาดชันสูงควรสงวนไว้ปลูกป่าธรรมชาติ

บรรณานุกรม :
พีรวัฒน์ ปลาเงิน . (2558). การประเมินผลกระทบและการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศต่อการชะล้างพังทลายของดินในลุ่มน้ำยมตอนบน.
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พีรวัฒน์ ปลาเงิน . 2558. "การประเมินผลกระทบและการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศต่อการชะล้างพังทลายของดินในลุ่มน้ำยมตอนบน".
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
พีรวัฒน์ ปลาเงิน . "การประเมินผลกระทบและการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศต่อการชะล้างพังทลายของดินในลุ่มน้ำยมตอนบน."
    กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2558. Print.
พีรวัฒน์ ปลาเงิน . การประเมินผลกระทบและการปรับตัวของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและภูมิอากาศต่อการชะล้างพังทลายของดินในลุ่มน้ำยมตอนบน. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย; 2558.