ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตของสตรีมุสลิมที่อาศัยในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลของอำเภอเมืองปัตตานี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตของสตรีมุสลิมที่อาศัยในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลของอำเภอเมืองปัตตานี
นักวิจัย : ธนภัทร เต็มรัตนะกุล
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ดวงกมล ชาติประเสริฐ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิเทศศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/44007
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (นศ.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การศึกษาเรื่องนี้มุ่งวิเคราะห์และเปรียบเทียบการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตของสตรีมุสลิมที่อาศัยอยู่ในเขตและนอกเขตเทศบาลเมืองปัตตานี โดยการศึกษาครั้งนี้ใช้ “การวิจัยแบบผสมผสาน” (Mixed-Method Research) ระหว่างระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ที่ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างสตรีมุสลิมในเขตเทศบาลจำนวน 445 คน และนอกเขตเทศบาลจำนวน 427 คน และระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ที่ใช้การเก็บข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่ม (Focus group) ในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างสตรีมุสลิมในเขตเทศบาลจำนวน 5 คน และนอกเขตเทศบาลจำนวน 5 คน โดยผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างสตรีมุสลิมที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลจะมีข้อได้เปรียบในเรื่องการเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตมากกว่ากลุ่มตัวอย่างสตรีมุสลิมที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาล โดยเป็นข้อได้เปรียบเรื่องความรู้ในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต การใช้จ่ายเพื่อการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต และการส่งเสริมทางสังคมในเรื่องการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังทำให้พบแนวทางในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตที่มีความเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มตัวอย่างสตรีมุสลิม โดยในส่วนของการเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตพบว่ากลุ่มตัวอย่างสตรีมุสลิมได้ทำการพิจารณาความพร้อมของตนเองโดยเรียงตามลำดับต่อไปนี้ ได้แก่ 1) การมีความจำเป็นในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต 2) การมีความรู้ในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต 3) การมีเวลาในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต 4) การควบคุมตนเองในการใช้สื่ออินเทอร์เน็ต และ 5) การหาใช้สื่ออินเทอร์เน็ตได้ โดยพบว่าการเข้าถึงสื่ออินเทอร์เน็ตที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวอย่างเคร่งครัด และในส่วนของการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตนั้นพบว่ากลุ่มตัวอย่างสตรีมุสลิมได้กำหนดกลยุทธ์การใช้ประโยชน์โดยนำเอาหลักศาสนาอิสลามมาประยุกต์ใช้ ซึ่งประกอบด้วยกลยุทธ์เชิงรุกที่นำเอาหลักการเรื่อง “หน้าที่ของสตรีมุสลิม” มาใช้ในการเลือกใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ต และหลักการเรื่อง “สิทธิของสตรีมุสลิม” มาใช้ในการสร้างทางเลือกใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ต และกลยุทธ์เชิงรับที่นำเอาหลักการเรื่อง “การปกป้องตนเองของสตรีมุสลิม” มาใช้ในการเลือกไม่ใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ต โดยพบว่าจุดมุ่งหมายของกลยุทธ์คือการทำให้สตรีมุสลิมเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือสื่อที่ตนเองเลือกใช้มิใช่ให้สื่อเป็นฝ่ายที่มีอำนาจเหนือสตรีมุสลิม

บรรณานุกรม :
ธนภัทร เต็มรัตนะกุล . (2556). การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตของสตรีมุสลิมที่อาศัยในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลของอำเภอเมืองปัตตานี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนภัทร เต็มรัตนะกุล . 2556. "การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตของสตรีมุสลิมที่อาศัยในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลของอำเภอเมืองปัตตานี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนภัทร เต็มรัตนะกุล . "การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตของสตรีมุสลิมที่อาศัยในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลของอำเภอเมืองปัตตานี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ธนภัทร เต็มรัตนะกุล . การเข้าถึงและการใช้ประโยชน์จากสื่ออินเทอร์เน็ตของสตรีมุสลิมที่อาศัยในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาลของอำเภอเมืองปัตตานี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.