ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลกระทบต่อหลักกฎหมายมหาชนอันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลกระทบต่อหลักกฎหมายมหาชนอันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555
นักวิจัย : ปิยดา บุญเรืองขาว
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์ , นันทวัฒน์ บรมานันท์
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43739
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาถึงผลกระทบต่อหลักกฎหมายมหาชนอันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำสั่งรับคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 เรื่องการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 โดยได้ศึกษาถึงความเป็นมาของคำวินิจฉัย สาระสำคัญทั้งคำวินิจฉัยกลางของศาลรัฐธรรมนูญและความเห็นในการวินิจฉัยคดีส่วนตนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แนวคิดทฤษฎี และหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคำวินิจฉัย ประเด็นปัญหาจากคำวินิจฉัยที่กระทบต่อแนวคิด ทฤษฎี และหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งวิเคราะห์ผลกระทบต่อหลักกฎหมายมหาชนเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป จากการศึกษาพบว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวอาจกระทบต่อแนวคิด ทฤษฎี และหลักกฎหมายมหาชนหลายประการ อาทิเช่น หลักการตีความรัฐธรรมนูญและเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ หลักการแบ่งแยกอำนาจ ทฤษฎีความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ และทฤษฎีว่าด้วยอำนาจจัดให้มีรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสถานะของคำชี้แนะหรือคำสั่งการของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ เพื่อให้การจัดทำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมีความสอดคล้องและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง จึงได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากคำวินิจฉัยดังกล่าวซึ่งกระทบต่อหลักการแนวคิดและทฤษฎีหลายประการ อาทิเช่น ในการตีความบทบัญญัติหรือถ้อยคำของรัฐธรรมนูญนั้น องค์กรผู้ตีความจะต้องตีความไปในทางที่เป็นไปได้สมเหตุสมผลและไม่เกิดผลประหลาด โดยจะต้องเลือกเอาความหมายที่สมเหตุผลสอดคล้องและสามารถปฏิบัติได้ ส่วนในเรื่องเขตอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องเป็นไปภายในกรอบที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายให้อำนาจไว้ และในการทำหน้าที่ขององค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องเคารพภารกิจขององค์กรตามรัฐธรรมนูญอื่นที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ อาจมีการกลับแนวบรรทัดฐานของคำวินิจฉัยได้หากแต่จะต้องแสดงเหตุผลให้เป็นที่ประจักษ์ รวมทั้งเสนอแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ในส่วนที่เป็นประเด็นปัญหาต่างๆเพื่อให้เกิดความชัดเจนโดยไม่ต้องมีการตีความใดๆ อีก โดยต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของเจตนาที่สุจริตของรัฐสภา ทั้งนี้ ในการจัดทำวิทยานิพนธ์ฉบับนี้พร้อมการเสนอแนะแนวทางตามที่กล่าวมาในเบื้องต้นนั้นเป็นความเห็นส่วนตัวทางวิชาการของผู้จัดทำ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นองค์กรหลักในการคุ้มครองความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญสามารถให้ความคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนโดยสัมฤทธิผลและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของมหาชนอย่างแท้จริง.

บรรณานุกรม :
ปิยดา บุญเรืองขาว . (2556). ผลกระทบต่อหลักกฎหมายมหาชนอันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิยดา บุญเรืองขาว . 2556. "ผลกระทบต่อหลักกฎหมายมหาชนอันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิยดา บุญเรืองขาว . "ผลกระทบต่อหลักกฎหมายมหาชนอันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ปิยดา บุญเรืองขาว . ผลกระทบต่อหลักกฎหมายมหาชนอันเนื่องมาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18-22/2555. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.