ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์กลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์กลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู
นักวิจัย : กมลวรรณ พลับจีน
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , วรรณี แกมเกตุ
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43451
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบ และตัวบ่งชี้อัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครูของครูไทย 2) วิเคราะห์และเปรียบเทียบระดับอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครูของครูไทย ระหว่างครูที่มีภูมิหลังแตกต่างกันในด้านเพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์การสอน คณะที่จบการศึกษา ตำแหน่งทางวิชาการ บทบาทของผู้บริหาร และบรรยากาศในการทำงาน 3) วิเคราะห์กลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครูของครูไทย และ 4) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครูกับภูมิหลังของครูไทยในด้านเพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์การสอน คณะที่จบการศึกษา ตำแหน่งทางวิชาการ บทบาทของผู้บริหาร และบรรยากาศในการทำงาน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี แบบลำดับเวลา แบ่งเป็น 2 ระยะ ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์นักวิชาการทางการศึกษา 14 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ตัวอย่างวิจัย คือ ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 625 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แบบสอบถาม โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา มีค่า ความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์อยู่ระหว่าง 0.570 ถึง 1.000 และมีค่าความเที่ยงอยู่ระหว่าง 0.601 ถึง 0.958 2) แบบสอบวัดความรู้ในการประกอบวิชาชีพครู โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหามีค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามและวัตถุประสงค์อยู่ระหว่าง 0.570 ถึง 1.000 มีค่าความยากอยู่ระหว่าง 0.211 ถึง 0.789 มีค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.235 ถึง 0.824 และมีค่าความเที่ยงแบบ KR20 เท่ากับ 0.741 การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้สถิติเชิงบรรยายและสถิติเชิงอ้างอิง ประกอบด้วย ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์การกระจาย ความเบ้ ความโด่ง การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน การวิเคราะห์กลุ่มแฝง การวิเคราะห์ตารางไขว้ การทดสอบไค-สแควร์ และการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติก ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ 1. อัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ 26 ตัวบ่งชี้ ดังนี้ องค์ประกอบที่ 1 ความรู้ในการประกอบวิชาชีพครู ประกอบด้วย 10 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ความรู้ในเนื้อหาวิชา ความรู้ในความเป็นครู ความรู้ในปรัชญาการศึกษา ความรู้ในจิตวิทยาสำหรับครู ความรู้ในหลักสูตร ความรู้ในการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน ความรู้ในการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ความรู้ในนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ความรู้ในการวัดและการประเมินผลการเรียนรู้ และความรู้ในการประกันคุณภาพการศึกษา องค์ประกอบที่ 2 ความสามารถในการประกอบวิชาชีพครู ประกอบด้วย 9 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความสามารถในการใช้หลักสูตร ความสามารถในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียน ความสามารถในการใช้จิตวิทยาสำหรับครู ความสามารถในการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน ความสามารถในการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ความสามารถด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการศึกษา ความสามารถในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และความสามารถในการประกันคุณภาพการศึกษา องค์ประกอบที่ 3 คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ประกอบด้วย 7 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ ความรักและศรัทธาในวิชาชีพ ความรักเมตตาและปรารถนาดีต่อผู้เรียน การประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี การมีวินัย ความรับผิดชอบ ความอดทนและการมองโลกในแง่ดี และการแสวงหาความรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง โมเดลอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ และ 26 ตัวบ่งชี้ดังกล่าว มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-square = 183.745, df = 188, p = 0.574, GFI = 0.978, AGFI = 0.959 และ RMR = 0.019) 2. ครูไทยมีอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 60.287 และเมื่อพิจารณาระดับอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครูเป็นรายด้าน พบว่า 1) ด้านความรู้ในการประกอบวิชาชีพครูอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 55.200 2) ด้านความสามารถในการประกอบวิชาชีพครูอยู่ในระดับสูง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 64.105 และ 3) ด้านคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพครู อยู่ในระดับสูง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 66.502 จากคะแนนเต็ม 100 คะแนน 3. การวิเคราะห์กลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครูโดยภาพรวม พบว่าสามารถจำแนกครูได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มครูที่ไม่มีอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู จำนวน 35 คน (ร้อยละ 5.60) กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มครูที่มีความรู้ และคุณธรรมประจำใจในการประกอบวิชาชีพครูต่ำ จำนวน 429 คน (ร้อยละ 68.64) และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มครูที่มีความรู้ในการประกอบวิชาชีพครูต่ำ จำนวน 161 คน (ร้อยละ 25.76) จากจำนวนครูทั้งหมด 625 คน 4. การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครูกับภูมิหลังของครู จากผลการวิเคราะห์ตารางไขว้ และการทดสอบไค-สแควร์ พบว่าอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู มีความสัมพันธ์กับเพศ ระดับการศึกษา ประสบการณ์การสอน คณะที่จบการศึกษา ตำแหน่งทางวิชาการ บทบาทของผู้บริหาร และบรรยากาศในการทำงาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p < 0.05) และจากผลการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติก พบว่าครูที่มีความคิดเห็นว่าบรรยากาศในการทำงานดีมีความน่าจะเป็นที่จะถูกจัดเข้ากลุ่มแฝงที่ 1 (กลุ่มครูที่ไม่มีอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู) มากกว่ากลุ่มแฝงที่ 2 (กลุ่มครูที่มีความรู้ และคุณธรรมประจำใจในการประกอบวิชาชีพครูต่ำ) แต่ครูเพศหญิง และครูที่มีความคิดเห็นว่าผู้บริหารดี มีความน่าจะเป็นที่จะถูกจัดเข้ากลุ่มแฝงที่ 3 (กลุ่มครูที่มีความรู้ในการประกอบวิชาชีพครูต่ำ) มากกว่ากลุ่มแฝงที่ 2 (กลุ่มครูที่มีความรู้ และคุณธรรมประจำใจในการประกอบวิชาชีพครูต่ำ)

บรรณานุกรม :
กมลวรรณ พลับจีน . (2556). การวิเคราะห์กลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กมลวรรณ พลับจีน . 2556. "การวิเคราะห์กลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กมลวรรณ พลับจีน . "การวิเคราะห์กลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
กมลวรรณ พลับจีน . การวิเคราะห์กลุ่มแฝงอัตลักษณ์เชิงวิชาชีพครู. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.