ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิเคราะห์รูปแบบที่ส่งผลต่อการได้คะแนนของทีมนักกีฬาบาสเกตบอลชาย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิเคราะห์รูปแบบที่ส่งผลต่อการได้คะแนนของทีมนักกีฬาบาสเกตบอลชาย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012
นักวิจัย : วรรธนะ ทรัพย์ประเสริฐ
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เฉลิม ชัยวัชราภรณ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43413
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์รูปแบบที่ส่งผลต่อการได้คะแนนและเป็นที่นิยมของทีมบาสเกตบอลชายในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012 ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยเชิงวิเคราะห์ (Analytical Research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ทีมบาสเกตบอลชาย ที่แข่งขันในรอบมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2012 จำนวน 38 เกม การแข่งขัน โดยทำการเก็บข้อมูลโดยนำไฟล์บันทึกการแข่งขันมาแปลงไฟล์และใช้โปรแกรมวิเคราะห์สมรรถภาพขั้นสูง (Focus X2 version 1.5) นำผลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติโดยการหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าร้อยละและเปรียบเทียบความแตกต่างด้วยการทดสอบรายคู่ที่เป็นอิสระจากกัน (Independent Samples T-test) การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way Analysis of Variance, ANOVA) และการเปรียบเทียบค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Pearson-Correlation) เพื่อเปรียบเทียบรูปแบบการได้คะแนนและเทคนิคที่ใช้ในการได้คะแนนที่ส่งผลต่อการได้คะแนนระหว่างทีมชนะและทีมแพ้ ในภาพรวม โดยการวิเคราะห์สถิติดังกล่าวจะทำการวิเคราะห์ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัยพบว่า พบความแตกต่างระหว่างทีมชนะและทีมแพ้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในรูปแบบการได้คะแนนแบบเพื่อนส่งให้ทำคะแนนและเทคนิคการได้คะแนนแบบจัมพ์ชอต ซึ่งรูปแบบการได้คะแนนที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในทุกการแข่งขัน คือ รูปแบบการได้คะแนนแบบเพื่อนร่วมทีมส่งให้ทำคะแนน (37.84%) และเทคนิคที่นิยมใช้ในการได้คะแนนมากที่สุด คือ เทคนิคจัมพ์ชอต (39.48%) และยังพบว่าสำหรับทีมชนะมีความสัมพันธ์ของรูปแบบการได้คะแนนด้วยแทคติคเลี้ยงเข้าไปด้วยตนเองกับเทคนิคจัมพ์ชอตและดังค์ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เท่ากับ .548 และ .622 ตามลำดับ และมีความสัมพันธ์ระหว่างแทคติคเพื่อนส่งให้ทำคะแนนกับเทคนิค จัมพ์ชอต ดังค์ และแท็พ เท่ากับ .618 .661 และ .567 ตามลำดับ สำหรับทีมแพ้มีความสัมพันธ์ของรูปแบบการได้คะแนนด้วยแทคติคเพื่อนส่งให้ทำคะแนนกับเทคนิค จัมพ์ชอต ดังค์และแท็พ เท่ากับ .702, .397 และ .518 ตามลำดับ และแทคติคยืนยิงกับเทคนิคยิงโทษเท่ากับ .407 สรุปได้ว่า ความร่วมมือในการแข่งขันของทีมชนะและทีมแพ้มีความแตกต่างกัน โดยทีมชนะมีความสามารถในการส่งบอลให้เพื่อนในตำแหน่งที่ได้เปรียบมากกว่า จึงเพิ่มโอกาสในการได้คะแนนสูงกว่าทีมแพ้ นอกจากนี้ยังพบว่าทีมชนะเลือกใช้เทคนิคจัมพ์ชอต มากกว่าทีมแพ้ ทั้งนี้เนื่องจากเทคนิคจัมพ์ชอตดังกล่าวทำให้คู่ต่อสู้ป้องกันได้ลำบาก ส่งผลให้เป็นการเพิ่มโอกาสในการได้คะแนนมากยิ่งขึ้น และทีมชนะมีความสัมพันธ์ของแทคติคที่เพื่อนส่งให้ทำคะแนนกับเทคนิคต่างๆสูงกว่าทีมแพ้อีกด้วย

บรรณานุกรม :
วรรธนะ ทรัพย์ประเสริฐ . (2556). การวิเคราะห์รูปแบบที่ส่งผลต่อการได้คะแนนของทีมนักกีฬาบาสเกตบอลชาย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรธนะ ทรัพย์ประเสริฐ . 2556. "การวิเคราะห์รูปแบบที่ส่งผลต่อการได้คะแนนของทีมนักกีฬาบาสเกตบอลชาย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรรธนะ ทรัพย์ประเสริฐ . "การวิเคราะห์รูปแบบที่ส่งผลต่อการได้คะแนนของทีมนักกีฬาบาสเกตบอลชาย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
วรรธนะ ทรัพย์ประเสริฐ . การวิเคราะห์รูปแบบที่ส่งผลต่อการได้คะแนนของทีมนักกีฬาบาสเกตบอลชาย ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2012. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.