ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบปัจจัยทางสรีรวิทยาระหว่างนักกีฬาว่ายน้ำระยะสั้นและระยะกลาง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบปัจจัยทางสรีรวิทยาระหว่างนักกีฬาว่ายน้ำระยะสั้นและระยะกลาง
นักวิจัย : ภัทราพร ชัยสำเร็จ
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ชัยพัฒน์ หล่อศิริรัตน์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43400
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของปัจจัยสรีรวิทยาของนักกีฬาว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์ ระยะสั้นและระยะกลาง ผู้วิจัยใช้วิธีวิจัยแบบการวิจัยสำรวจกึ่งทดลอง โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะ เจาะจงที่เป็นนักกีฬาว่ายน้ำ 36 คน แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มๆละ 9 คน ตามเพศ (ชายและหญิง) และระยะ ทางในการว่าย (50 เมตรและ 400 เมตร) การวิจัยครั้งนี้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวแปรทางสรีรวิทยา ของนักกีฬาว่ายน้ำหลังนักกีฬาทำการ แข่งขันมา 1 สัปดาห์ ซึ่งตัวแปรประกอบด้วย น้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย เปอร์เซ็นต์ไขมัน ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณ ข้อศอก ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณข้อเข่า ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณข้อเท้า ปริมาตรการหายใจ สูงสุด(FVC) ค่า FEV1 สมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุด (VO2max) สมรรถภาพการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ (VCO2) สมรรถภาพการใช้ออกซิเจนที่จุดเริ่มล้า (AT) สมรรถภาพการใช้ระบบพลังงานแบบแอนแอโรบิค ดัชนีความล้า (Fatigue Index) อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก อัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย ความดันโลหิตขณะพักและความดันโลหิตขณะออกกำลังกาย ผู้วิจัยนำผลที่ได้จากการทดลองมาหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบความแปรปรวนแบบสองทางและหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์โดยใช้โปรแกรม สำเร็จรูป เอส พี เอส เอส รุ่น 21.0 ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เพื่อให้การวิเคราะห์ทางสถิติ เป็นไปอย่างถูกต้องและแม่นยำ ผู้วิจัยทำการทดสอบการกระจายตัวของข้อมูลว่าเป็นไปตามการกระจายตัวแบบ โค้งปกติ (normal distribution) โดยใช้สถิติ Shaprio Wilk จากการทดสอบพบว่า การกระจายตัวของข้อมูลเป็นไป ตามการกระจายตัวแบบโค้งปกติที่ p=0.01 ผลการวิจัยพบว่า นักกีฬาว่ายน้ำเพศชายและเพศหญิงมีความต้องการทางสรีรวิทยาที่ต่างกันทั้ง 5 ระบบ และพบว่า ตัวแปรทางสรีรวิทยาของนักกีฬาว่ายน้ำที่มีความแตกต่างกับระยะทางในการว่ายทั้งระยะสั้นและระยะกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ได้แก่ ค่าทอร์กขณะเหยียดไหล่ขวา (F=131.211) ค่าทอร์กขณะงอเท้าขวา (F=15.083) และความดันโลหิตขณะออกกำลังกาย (F=6.034) จากงานวิจัยนี้ไม่พบความแตกต่างระหว่างค่า สมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุดกับเพศและระยะทางในการว่ายทั้งระยะสั้นและระยะกลางของ นักกีฬาว่ายน้ำ แต่พบความสัมพันธ์ระหว่างอันดับประเทศของนักกีฬากับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขณะเหยียดข้อศอก และ กล้ามเนื้อขณะเหยียดข้อเท้า โดยมีค่าสหสัมพันธ์เท่ากับ .496 และ .528 ตามลำดับ สรุปได้ว่า ตัวแปรทางสรีรวิทยาที่มีความแตกต่างระหว่างนักกีฬาว่ายน้ำระยะสั้นและระยะกลางได้แก่ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหัวไหล่ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อข้อเท้าและความดันโลหิตขณะออกกำลังกาย

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

บรรณานุกรม :
ภัทราพร ชัยสำเร็จ . (2556). การเปรียบเทียบปัจจัยทางสรีรวิทยาระหว่างนักกีฬาว่ายน้ำระยะสั้นและระยะกลาง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทราพร ชัยสำเร็จ . 2556. "การเปรียบเทียบปัจจัยทางสรีรวิทยาระหว่างนักกีฬาว่ายน้ำระยะสั้นและระยะกลาง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ภัทราพร ชัยสำเร็จ . "การเปรียบเทียบปัจจัยทางสรีรวิทยาระหว่างนักกีฬาว่ายน้ำระยะสั้นและระยะกลาง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ภัทราพร ชัยสำเร็จ . การเปรียบเทียบปัจจัยทางสรีรวิทยาระหว่างนักกีฬาว่ายน้ำระยะสั้นและระยะกลาง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.