ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาคู่มือการสร้างแบบสอบวินิจฉัยการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาโดยใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาคู่มือการสร้างแบบสอบวินิจฉัยการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาโดยใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ
นักวิจัย : ปรารถนา พลอภิชาติ
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ศิริเดช สุชีวะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์ , สุวิมล ว่องวาณิช
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43324
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อวิเคราะห์ข้อบกพร่องของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่พบในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ 2) เพื่อสร้างแบบสอบวินิจฉัยโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์โดยใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ และตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบที่พัฒนาขึ้นด้านความเที่ยง ความตรง ความยาก และอำนาจจำแนก 3) เพื่อวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ เรื่อง การบวกและการลบเศษส่วน และ 4) เพื่อสร้างและตรวจสอบคุณภาพของคู่มือการสร้างแบบสอบวินิจฉัยโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาโดยประยุกต์ใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ ตัวอย่างวิจัยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่าย จำนวน 1,252 คน และ 2) ครูคณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาที่ได้จากการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 13 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย แบบบันทึกการสัมภาษณ์ แบบสอบวินิจฉัยการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงบรรยาย การวิเคราะห์เนื้อหา และคำนวณคะแนนเชิงวินิจฉัยโดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีเบย์ การตรวจสอบคุณภาพของแบบสอบวินิจฉัยใช้การวิเคราะห์ค่าพารามิเตอร์ความยากและอำนาจจำแนกโดยใช้โมเดลการตอบสนองข้อสอบแบบ 2 พารามิเตอร์ ความตรงเชิงเนื้อหา ความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในด้วยวิธีของฮอยท์ และความเที่ยงระหว่างผู้ตรวจ ผลการวิจัย 1. นักเรียนมีข้อบกพร่องในการแก้โจทย์ปัญหา คือ 1) ความเข้าใจในการอ่านไม่สามารถระบุความหมายของ “สิ่งที่โจทย์ต้องการให้ตอบ” และ “สิ่งที่โจทย์กำหนดให้” 2) การตีความหมายของคำสำคัญในโจทย์ที่แปลงเป็นการดำเนินการทางคณิตศาสตร์ และ 3) ปัญหาการคำนวณ โดยหน่วยการเรียนรู้ที่นักเรียนบกพร่องมากที่สุด คือ เศษส่วน 2. การสร้างแบบสอบวินิจฉัยด้วยวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ (attribute hierarchy method) และโมเดลข้อสอบ (item model) มีขั้นตอนหลัก ดังนี้ 1) กำหนดและเรียงลำดับคุณลักษณะ 2) สร้างโมเดลลำดับขั้นของคุณลักษณะ (attribute hierarchy model) 3) สร้างเมทริกซ์กำหนดคุณลักษณะของข้อสอบ (Q-matrix) 4) สร้างแบบสอบตาม Q-matrix และ 5) คำนวณคะแนนเชิงวินิจฉัยเป็นรายคุณลักษณะ และ 6) สร้างแบบสอบวินิจฉัยโดยประยุกต์ใช้โมเดลข้อสอบ คุณภาพของแบบสอบวินิจฉัยที่สร้างขึ้นมีค่าความยากระหว่าง (-2.14) - 1.06 และค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.77 - 3.07 ความตรงเชิงเนื้อหาเท่ากับ 1.00 ค่าความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในด้วยวิธีของฮอยท์เท่ากับ 0.84 และค่าความเที่ยงระหว่างผู้ตรวจเท่ากับ 0.90 3. ผลการวินิจฉัยข้อบกพร่องส่วนใหญ่พบว่า นักเรียนมีความรอบรู้อย่างชัดเจนในคุณลักษณะด้านการอ่านและการตีความคำสำคัญในโจทย์ปัญหา แต่ขาดความรอบรู้ในคุณลักษณะด้านการบวกจำนวนคละ และคุณลักษณะด้านการลบจำนวนคละ 4. ผลการใช้คู่มือพบว่า ครูสามารถสร้างแบบสอบวินิจฉัยตามวิธีโมเดลลำดับขั้นของคุณลักษณะและโมเดลข้อสอบได้ แต่ต้องใช้เวลาในการศึกษาคู่มือนาน เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับวิธีการสร้างแบบสอบวินิจฉัยแนวใหม่และศัพท์เทคนิค เช่น คุณลักษณะ Q-matrix

บรรณานุกรม :
ปรารถนา พลอภิชาติ . (2556). การพัฒนาคู่มือการสร้างแบบสอบวินิจฉัยการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาโดยใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรารถนา พลอภิชาติ . 2556. "การพัฒนาคู่มือการสร้างแบบสอบวินิจฉัยการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาโดยใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปรารถนา พลอภิชาติ . "การพัฒนาคู่มือการสร้างแบบสอบวินิจฉัยการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาโดยใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
ปรารถนา พลอภิชาติ . การพัฒนาคู่มือการสร้างแบบสอบวินิจฉัยการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์สำหรับครูประถมศึกษาโดยใช้โมเดลข้อสอบและวิธีลำดับขั้นของคุณลักษณะ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.