ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน
นักวิจัย : กิ่งกนก เสาวภาวงศ์
คำค้น : -
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมบัติ กาญจนกิจ , ประพัฒน์ ลักษณพิสุทธิ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา
ปีพิมพ์ : 2556
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/43098
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนแบ่งการวิจัยหลักเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1. ศึกษาข้อมูลเบื้องต้น 2. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและปัญหา สำรวจศักยภาพ และวิธีการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทย ใช้แบบสอบถามเพื่อสำรวจพฤติกรรมและปัญหาจากนักท่องเที่ยวจำนวน 400 คน นำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้มาวิเคราะห์หาค่าทางสถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า “ที” และค่า "เอฟ" กำหนดระดับความมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 ใช้แบบสำรวจเพื่อสำรวจศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ และใช้เทคนิคสัมภาษณ์กึ่งมีโครงสร้างสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์จำนวน 15 คน 3.ร่างและหาค่าความตรงของร่างแนวทางการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน 4.สรุปแนวทางการพัฒนาศักยภาพฯโดยการสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์จำนวน 12 คน ผลการวิจัยมีดังนี้: 1. พฤติกรรมนักท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ใช้รถจักรยานยนต์ประเภทสปอร์ต ความจุกระบอกสูบ 601 ซีซี ขึ้นไป ไม่เคยได้รับการฝึกอบรมการขับขี่จักรยานยนต์ ไม่เป็นสมาชิกชมรมจักรยานยนต์ มีวัตถุประสงค์หลักในการท่องเที่ยวคือเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับจักรยานยนต์ ท่องเที่ยวโดยจักรยานยนต์ในประเทศ 3 – 5 ครั้ง/ปี และต่างประเทศ1 – 2 ครั้ง/ปี ใช้ระยะเวลาในการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ 1 – 2 วัน ระยะทางเฉลี่ยในการท่องเที่ยว 200 – 400 กม. ใช้ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 2,000 – 4,000 บาท เดินทางร่วมกับกลุ่มเพื่อน(ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์) ใช้ความเร็วเฉลี่ยในการเดินทาง 101 – 120 กม.ต่อชั่วโมง พักที่โรงแรม /รีสอร์ท และต้องการท่องเที่ยวทะเล และชายหาด 2. ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาในการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และมีปัญหาในระดับมากด้านนโยบาย (ค่าเฉลี่ย=3.53) และด้านทางหลวง (ค่าเฉลี่ย=3.69) 3.จากการทดสอบค่า "ที" พบว่าความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติต่อประเด็นปัญหาการจัดการการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยไม่แตกต่างกัน และจากการทดสอบค่า "เอฟ" พบว่าความคิดเห็นนักท่องเที่ยวที่ใช้จักรยานยนต์ในรูปแบบที่แตกต่างกันต่อประเด็นปัญหาการจัดการการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. ประเทศไทยมีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ โดยหากจำแนกเป็นรายภูมิภาคภาคเหนือ และภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์มากที่สุด 5. แนวทางในการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ในประเทศไทย จำแนกเป็น 9 ด้าน ได้แก่ ด้านการตลาด ด้านนโยบาย ด้านแหล่งท่องเที่ยว ด้านที่พักแรม ด้านชมรมยานยนต์ ด้านทางหลวง ด้านประกันภัย ด้านความปลอดภัย และด้านอื่น ๆ

บรรณานุกรม :
กิ่งกนก เสาวภาวงศ์ . (2556). การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิ่งกนก เสาวภาวงศ์ . 2556. "การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กิ่งกนก เสาวภาวงศ์ . "การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2556. Print.
กิ่งกนก เสาวภาวงศ์ . การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงจักรยานยนต์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2556.