ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การเปรียบเทียบระหว่างการฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบที่มีผลต่อตัวแปรทางสรีรวิทยา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การเปรียบเทียบระหว่างการฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบที่มีผลต่อตัวแปรทางสรีรวิทยา
นักวิจัย : วรีรัตน์ เกตุเต็ง
คำค้น : การวิ่ง -- การฝึก , Running -- Training
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา , ดรุณวรรณ สุขสม
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42783
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลของการฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบที่มีต่อตัวแปรทางสรีรวิทยาในเยาวชนชายกลุ่มตัวอย่างเป็นนิสิตคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพศชาย อายุ 19-23 ปี แบ่งเป็นสองกลุ่มได้แก่ กลุ่มที่ฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กล จำนวน 15 คน และกลุ่มที่ฝึกวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบจำนวน 15 คน ทั้งสองกลุ่มทำการฝึกสลับช่วงจำนวน 3 รอบ โดยมีอัตราการเต้นของหัวใจที่ 75-85 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดและค่าอัตราการเต้นหัวใจที่ 55-65 เปอร์เซ็นต์ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด โดยในสัปดาห์ที่ 1-6 ทำการฝึกสลับช่วงในอัตราส่วน 1:1 (4 นาที: 4 นาที) และสัปดาห์ที่ 7-12 ทำการฝึกสลับช่วงที่ อัตราส่วน 1.5:1 (6 นาที: 4 นาที) ทำการทดสอบตัวแปรทางสรีรวิทยาก่อนการฝึก หลังฝึกสัปดาห์ที่ 6 และหลังฝึกสัปดาห์ที่ 12 ได้แก่น้ำหนักตัว ปริมาณไขมันในร่างกายอัตราการเต้นหัวใจขณะพัก อัตราการเต้นหัวใจสูงสุดสมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุด ปริมาตรเลือดที่ออกจากหัวใจ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในท่าเหยียดเข่าและท่างอเข่า นำผลที่ได้จากการทดสอบมาวิเคราะห์ผลทางสถิติ ผลการวิจัย พบว่า 1. หลังการฝึกสัปดาห์ที่ 12 ทั้งกลุ่มที่ฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและกลุ่มที่ฝึกวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบมีค่าสมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุดและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาที่มากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนการฝึกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2. ค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัว ปริมาณไขมันในร่างกายอัตราการเต้นหัวใจขณะพักอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดปริมาตรเลือดที่ออกจากหัวใจ และสมรรถภาพการใช้ออกซิเจนสูงสุดมีค่าไม่แตกต่างกัน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่ฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและกลุ่มที่ฝึกวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบ แต่พบว่าค่าเฉลี่ยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาในท่าเหยียดเข่าและท่างอเข่าของกลุ่มที่ฝึกวิ่งบนพื้นราบมีมากกว่ากลุ่มที่ฝึกวิ่งบนลู่กลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 สรุปได้ว่าการฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและบนพื้นราบมีผลดีต่อการพัฒนาสมรรถภาพของระบบหัวใจและหายใจได้ไม่แตกต่างกัน แต่การฝึกวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาได้มากกว่ากลุ่มที่ฝึกวิ่งบนลู่กล

บรรณานุกรม :
วรีรัตน์ เกตุเต็ง . (2555). การเปรียบเทียบระหว่างการฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบที่มีผลต่อตัวแปรทางสรีรวิทยา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรีรัตน์ เกตุเต็ง . 2555. "การเปรียบเทียบระหว่างการฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบที่มีผลต่อตัวแปรทางสรีรวิทยา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรีรัตน์ เกตุเต็ง . "การเปรียบเทียบระหว่างการฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบที่มีผลต่อตัวแปรทางสรีรวิทยา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
วรีรัตน์ เกตุเต็ง . การเปรียบเทียบระหว่างการฝึกวิ่งสลับช่วงบนลู่กลและวิ่งสลับช่วงบนพื้นราบที่มีผลต่อตัวแปรทางสรีรวิทยา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.