ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อัลกอริธึมสำหรับใช้เครื่องสังยุคเฟสแสงสำหรับโครงข่ายเส้นใยแสง wavelength-routed ที่ใช้อัตราการรับส่งข้อมูล 40 Gbps ต่อช่องสัญญาณ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อัลกอริธึมสำหรับใช้เครื่องสังยุคเฟสแสงสำหรับโครงข่ายเส้นใยแสง wavelength-routed ที่ใช้อัตราการรับส่งข้อมูล 40 Gbps ต่อช่องสัญญาณ
นักวิจัย : ดนุยศ แดงประดิษฐ์
คำค้น : เส้นใยนำแสง , การสื่อสารด้วยแสง , การสังยุคเฟสแสง , Optical fibers , Optical communications , Optical phase conjugation
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พสุ แก้วปลั่ง , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิศวกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42635
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วศ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้ศึกษาการจัดการปัญหาดิสเพอร์ขันที่เกิดในการสื่อสารผ่านเส้นใยแสง ด้วยวิธีการใช้เครื่องสังยุคเฟสแสง (Optical Phase Conjugator: OPC) โดยนำเสนอระเบียบวิธีในการวาง OPC บนโครงข่ายเส้นใยแสง wavelength-routed-network แบบเมช ที่มีอัตราการรับส่งข้อมูล 40 Gbps ต่อช่องสัญญาณ ด้วยการใช้งานระเบียบวิธีดังกล่าว จะทำให้ค่าดิสเพอร์ชันสะสม ณ ปลายทางของการสื่อสารของทุกคู่โนดบนโครงข่ายใดๆมีค่าไม่เกินขีดจำกัดดิสเพอร์ชันซึ่งกำหนดไว้ที่ 800 ps/nm สำหรับอัตราการรับส่งข้อมูล 40 Gbps ด้วยการมอดูเลตแบบ DQPSK โดยแบบจำลองของ OPC ที่ใช้ในระเบียบวิธีมี 2 ชนิด คือ OPC ชนิดไม่เลื่อนความยาวคลื่น และ OPC ชนิดเลื่อนความยาวคลื่น ซึ่งทั้ง 2 ชนิดมีข้อแตกต่างในการสร้างสัญญาณคอนจูเกตและจะส่งผลในการออกแบบระเบียบวิธีที่แตกต่างกัน ในการจัดทำระเบียบวิธีการวาง OPC ทั้ง 2 ชนิดจะทำการทดลองบนโครงข่ายตัวอย่าง 3 โครงข่าย ได้แก่ โครงข่าย ERNet, โครงข่าย NARNet และ โครงข่าย OPEN ตามลำดับ สำหรับหลักการเบื้องต้นของระเบียบวิธีการวาง OPC ได้แก่ การวิเคราะห์ทราฟฟิกของการสื่อสารข้อมูลระหว่างคู่โนดใดๆในแต่ละโครงข่ายโดยใช้วิธีการหาเส้นทางที่สั้นที่สุด จากนั้นจึงอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างความยาวคลื่น ค่าดิสเพอร์ชันและพารามิเตอร์ R ซึ่งเป็นพารามิเตอร์ในการคำนวณหาช่วงความยาวคลื่นและชนิดเส้นใยแสงที่จะใช้โดยไม่ต้องลดขนาดโครงข่าย เมื่อได้ค่าดังกล่าวแล้วจึงนำไปคำนวณพร้อมทั้งกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสมของการวาง OPC ในแต่ละข่ายเชื่อมโยง จากนั้นขั้นตอนสุดท้ายคือการทดสอบตำแหน่งดังกล่าวในทุกๆทราฟฟิกการสื่อสาร ว่าสามารถชดเชยดิสเพอร์ชันสะสมในระบบได้หรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์จากระเบียบวิธีการวาง OPC ทั้ง 2 ชนิดบนโครงข่ายตัวอย่างทั้ง 3 นั้น พบว่าสามารถจัดการกับปัญหาดิสเพอร์ชันสะสมในระบบได้โดยไม่ต้องลดขนาดของโครงข่าย แสดงได้ว่า ระเบียบวิธีการวาง OPC ทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นระเบียบวิธีที่ได้ผลสำเร็จและสามารถประยุกต์ใช้กับโครงข่าย wavelength-routed-network แบบเมชได้

บรรณานุกรม :
ดนุยศ แดงประดิษฐ์ . (2555). อัลกอริธึมสำหรับใช้เครื่องสังยุคเฟสแสงสำหรับโครงข่ายเส้นใยแสง wavelength-routed ที่ใช้อัตราการรับส่งข้อมูล 40 Gbps ต่อช่องสัญญาณ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดนุยศ แดงประดิษฐ์ . 2555. "อัลกอริธึมสำหรับใช้เครื่องสังยุคเฟสแสงสำหรับโครงข่ายเส้นใยแสง wavelength-routed ที่ใช้อัตราการรับส่งข้อมูล 40 Gbps ต่อช่องสัญญาณ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดนุยศ แดงประดิษฐ์ . "อัลกอริธึมสำหรับใช้เครื่องสังยุคเฟสแสงสำหรับโครงข่ายเส้นใยแสง wavelength-routed ที่ใช้อัตราการรับส่งข้อมูล 40 Gbps ต่อช่องสัญญาณ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
ดนุยศ แดงประดิษฐ์ . อัลกอริธึมสำหรับใช้เครื่องสังยุคเฟสแสงสำหรับโครงข่ายเส้นใยแสง wavelength-routed ที่ใช้อัตราการรับส่งข้อมูล 40 Gbps ต่อช่องสัญญาณ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.