ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนามโนทัศน์ของครูด้านการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผล

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนามโนทัศน์ของครูด้านการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผล
นักวิจัย : ฐิติพร กรัยวิเชียร
คำค้น : วิจัยเชิงปฏิบัติการทางการศึกษา , การเรียนรู้แบบพินิจพิเคราะห์ , Action research in education , Reflective learning
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวิมล ว่องวาณิช , ศิริเดช สุชีวะ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/42419
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อวิเคราะห์มโนทัศน์และประเมินความต้องการจำเป็นของครูด้านโปรไฟล์นักเรียนและการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยในชั้นเรียน 2) เพื่อพัฒนามโนทัศน์ให้แก่ครูเกี่ยวกับการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยในชั้นเรียนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผล และวิเคราะห์ผลที่เกิดกับครู 3) เพื่อจัดทำแนวทางการกำหนดประเด็นวิจัยในชั้นเรียนจากผลการใช้โปรไฟล์นักเรียน วิธีวิจัยใช้การวิจัยเชิงบรรยายในการประเมินความต้องการจำเป็นของครู และการวิจัยเชิงทดลองเพื่อพัฒนาความสามารถในการสะท้อนผลและใช้ข้อมูลโปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัย กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงบรรยายเป็นครูจำนวน 1,095 คน ส่วนกลุ่มตัวอย่างในการทดลองแบ่งเป็น กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ๆ ละ 15 คนในโรงเรียนที่เลือกเป็นกรณีศึกษา 1 โรงเรียน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามเพื่อวัดมโนทัศน์ของครู มีค่าความเที่ยงแบบความสอดคล้องภายในเท่ากับ 0.84 – 0.98 และแบบวัดความสามารถในการกำหนดประเด็นวิจัยที่ให้คะแนนแบบบรูบริค วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา สถิติบรรยาย การทดสอบที (t-test) และการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม (ANCOVA) ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. มโนทัศน์ของครูด้านโปรไฟล์นักเรียนและการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยในชั้นเรียนอยู่ในระดับปานกลาง โดยครูมีความต้องการจำเป็นต้องได้รับการพัฒนามโนทัศน์ด้านโปรไฟล์นักเรียนและการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยในชั้นเรียนเรียงลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ (1) ความรู้เกี่ยวกับประเภทข้อมูลที่อยู่ในโปรไฟล์นักเรียน (2) ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญ การสร้าง และการใช้โปรไฟล์นักเรียน (3) การใช้ข้อมูลจากโปรไฟล์นักเรียนในการทำวิจัย และ (4) ลักษณะการใช้ประโยชน์ของโปรไฟล์นักเรียนในการจัดการเรียนการสอน การแนะแนว และการทำวิจัยในชั้นเรียน 2. กระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผลที่ใช้ในการวิจัยนี้ส่งผลให้ครูในกลุ่มทดลองมีความสามารถในการสะท้อนผลและใช้ข้อมูลโปรไฟล์เพื่อการตั้งคำถามวิจัยได้สูงกว่าก่อนการทดลอง และสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และกระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผลมี 4 ขั้นตอนได้แก่ (1) การจัดบรรยากาศในการเรียนรู้ (2) กระบวนการเรียนรู้ใช้โมเดลกระบวนการสะท้อนผล 3 ขั้นตอนของ Scanlon และ Chernomas (1997) (3) การใช้การสะท้อนผลร่วมกันเป็นกลุ่ม และ (4) การบันทึกการเรียนรู้จากการสะท้อนผล 3. ผลการถอดบทเรียนจากการเรียนรู้ของครูที่เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้ทำให้ได้แนวทางในการตั้งคำถามวิจัยที่ใช้ข้อมูลโปรไฟล์ได้เป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การสำรวจปัญหา (2) การจำแนกปัญหา (3) การเลือกวิธีการแก้ปัญหา และ (4) การตั้งคำถามวิจัย

บรรณานุกรม :
ฐิติพร กรัยวิเชียร . (2555). การพัฒนามโนทัศน์ของครูด้านการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผล.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐิติพร กรัยวิเชียร . 2555. "การพัฒนามโนทัศน์ของครูด้านการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผล".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐิติพร กรัยวิเชียร . "การพัฒนามโนทัศน์ของครูด้านการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผล."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
ฐิติพร กรัยวิเชียร . การพัฒนามโนทัศน์ของครูด้านการใช้โปรไฟล์นักเรียนเพื่อการทำวิจัยโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ผ่านการสะท้อนผล. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.