ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาประสิทธิภาพของการลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีน้ำหนักเกินและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาประสิทธิภาพของการลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีน้ำหนักเกินและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ
นักวิจัย : ปิยวรรณ กิตติสกุลนาม
คำค้น : ไตอักเสบ , โรคอ้วน , การควบคุมน้ำหนัก , โปรตีนในปัสสาวะ , Glomerulonephritis , Obesity , Weight control , Proteinuria
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : เถลิงศักดิ์ กาญจนบุษย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะแพทยศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/37382
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

ที่มา: ผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะมากกว่า 1 กรัมต่อวัน มีการพยากรณ์โรคทางไตที่ไม่ดีพบว่า สามารถชะลอการดำเนินโรคไปสู่ไตวายเรื้อรัง โดยการลดปริมาณโปรตีนที่รั่วในปัสสาวะ การวิจัยเชิงทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของการลดน้ำหนัก ต่อการเปลี่ยนแปลงปริมาณโปรตีนในปัสสาวะของผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีน้ำหนักเกิน (ค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 23 กก./ตร.ม. ขึ้นไป) ร่วมกับมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะเป็นเวลานานเกิน 6 เดือนขึ้นไป วิธีการศึกษา: สุ่มคัดเลือกผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่ได้รับการวินิจฉัยด้วยการเจาะชิ้นเนื้อไตที่มีน้ำหนักเกิน และโปรตีนรั่วในปัสสาวะ 0.5-3 กรัมต่อวัน จำนวน 26 ราย ให้ควบคุมน้ำหนักโดยการจำกัดปริมาณพลังงานในอาหารที่ได้รับต่อวัน (กลุ่มทดสอบ) และกลุ่มที่ให้รับประทานอาหารได้ตามปกติ (กลุ่มควบคุม) กลุ่มละ 13 รายเท่ากัน โดยที่ทั้งสองกลุ่มได้รับปริมาณโปรตีนในอาหารเท่ากันร่วมกับบริหารยา angiotensin converting enzyme inhibitor หรือ angiotensin receptor blocker ในขนาดสูงสุดที่ผู้ป่วยสามารถทนได้ และยาลดความดันโลหิตชนิดอื่นเพื่อควบคุมให้ระดับความดันโลหิตน้อยกว่า 130/85 มม. ปรอท เก็บข้อมูลพื้นฐานต่างๆ และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการทั้งก่อนและหลังการศึกษา 6 เดือน ผลการศึกษา: ผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่มไม่มีความแตกต่างกันในข้อมูลพื้นฐาน และค่าการทำงานของไตเมื่อเริ่มการศึกษา หลังการควบคุมอาหารเป็นระยะเวลา 6 เดือน พบว่าผู้ป่วยทั้งสองกลุ่มสามารถดำเนินการได้ตามแผนการรักษาที่กำหนดไว้ คือมีน้ำหนักลดลงมากกว่า 5% จำนวน 6 ราย (23.07%) ความดันซิสโตลิกน้อยกว่า 130 มม. ปรอท 24 รายและความดันได-แอสโตลิกน้อยกว่า 85 มม. ปรอท 23 ราย ปริมาณพลังงานที่ได้รับต่อวันในผู้ป่วยกลุ่มที่มีการจำกัดปริมาณอาหาร มีค่าน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.01) น้ำหนักตัวและปริมาณโปรตีนในปัสสาวะมีค่าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในกลุ่มที่มีการจำกัดอาหาร (p<0.001) โดยกลุ่มทดสอบมีปริมาณโปรตีนในปัสสาวะลดลง 45.03% เทียบกับกลุ่มควบคุมโดยไม่มีความแตกต่างของปริมาณโปรตีนในอาหารที่รับประทานต่อวันระหว่าง 2 กลุ่ม (p=0.46) หลังสิ้นสุดการศึกษา 6 เดือน ระดับความดันโลหิตและการทำงานของไตไม่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจากตอนเริ่มการศึกษา เมื่อวิเคระห์เชิงลึกพบว่ากลุ่มทดสอบที่มีน้ำหนักตัวลดลงมากกว่า 5% ของน้ำหนักตั้งต้นพบว่ามีปริมาณโปรตีนในปัสสาวะลดลง 45.21% ระดับเลปตินในเลือดมีค่าลดลงและระดับอะดิโปเนคตินมีค่าเพิ่มขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p=0.02 และ p=0.03 ตามลำดับ) สรุป: การลดน้ำหนักตัวของผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีน้ำหนักเกิน และโปรตีนรั่วในปัสสาวะเป็นระยะเวลา 6 เดือน มีผลทำให้ปริมาณโปรตีนที่รั่วในปัสสาวะลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยไม่ขึ้นกับปัจจัยอื่น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับไซโตอะดิโปไคน์ในเลือด ทั้งนี้ ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลต่อการทำงานของไตในระยะยาวต่อไป

บรรณานุกรม :
ปิยวรรณ กิตติสกุลนาม . (2555). การศึกษาประสิทธิภาพของการลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีน้ำหนักเกินและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิยวรรณ กิตติสกุลนาม . 2555. "การศึกษาประสิทธิภาพของการลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีน้ำหนักเกินและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปิยวรรณ กิตติสกุลนาม . "การศึกษาประสิทธิภาพของการลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีน้ำหนักเกินและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
ปิยวรรณ กิตติสกุลนาม . การศึกษาประสิทธิภาพของการลดน้ำหนักในผู้ป่วยโรคไตอักเสบชนิดไอจีเอที่มีน้ำหนักเกินและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.