ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจ : การประยุกต์ใช้โมเดลการวัดเชิงก่อตัวและเชิงสะท้อน

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจ : การประยุกต์ใช้โมเดลการวัดเชิงก่อตัวและเชิงสะท้อน
นักวิจัย : ธนินทร์ รัตนโอฬาร
คำค้น : ความฉลาดทางอารมณ์ , ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง , บุคลิกภาพ , จริยธรรม , นักศึกษา , Emotional intelligence , Transformational leadership , Personality , Ethics , Students
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : วรรณี แกมเกตุ , สุวิมล ว่องวาณิช , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2553
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36537
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบุคลิกภาพ ความฉลาดทางอารมณ์ จริยธรรม และภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษา 2) ตรวจสอบความตรงของโมเดลการวัดภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้นำนักศึกษาระหว่างมุมมองของผู้นำนักศึกษากับมุมมองของนักศึกษา 3) พัฒนาและตรวจสอบความตรงของโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาที่ประยุกต์ใช้โมเดลการวัดเชิงก่อตัวและเชิงสะท้อน และ 4) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงสำหรับนักศึกษา โดยแบ่งขั้นตอนดำเนินการวิจัยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงสำรวจเพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษา และส่วนที่ 2 เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงสำหรับนักศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการสำรวจ คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรีที่สังกัดอยู่ในคณะที่ทำการจัดการเรียนการสอนด้านบริหารธุรกิจของสถาบันอุดมศึกษารัฐบาลและเอกชน จำนวน 50 สถาบันๆ ละ 20 คน รวม1,000 คน และผู้นำนักศึกษาของคณะสถาบันละ 1 คน รวม 50 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ส่วนกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเชิงคุณภาพได้เลือกกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักในการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้บริหารและผู้นำนักศึกษา ของคณะที่นักศึกษามีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยสูงและต่ำสถาบันละ 1 คนรวม 8 คน และเลือกผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่มย่อยจากกลุ่มนักศึกษาที่มีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงสูงและต่ำ กลุ่มละ 8 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ชุด ได้แก่ 1) แบบสอบถามสำหรับนักศึกษา และ 2) แนวคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึกและสนทนากลุ่มย่อย สำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติบรรยาย สถิติทดสอบที่ ค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันแบบระดับเดียว แบบพหุระดับ และแบบรายคู่ การวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างด้วยโปรแกรม LISREL และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับด้วยโปรแกรม Mplus 6.0 ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยที่สำคัญสรุปได้ดังนี้ 1) บุคลิกภาพ ความฉลาดทางอารมณ์ จริยธรรม และภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางมาก 2) โมเดลการวัดภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้นำนักศึกษาระหว่างมุมมองของผู้นำนักศึกษาและกลุ่มนักศึกษามีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยค่าน้ำหนักองค์ประกอบของทุกตัวบ่งชี้ที่ประเมินจากมุมมองของนักศึกษามีค่าสูงกว่ามุมมองของผู้นำนักศึกษาที่ทำการประเมินตนเอง รวมทั้งผลการประเมินภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้นำนักศึกษาระหว่างมุมมองผู้นำนักศึกษากับกลุ่มนักศึกษามีความสัมพันธ์เชิงบวก โดยขนาดความสัมพันธ์นั้นอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ (r =0.29) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 3) โมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจ ที่ประยุกต์ใช้โมเดลการวัดเชิงก่อตัวและเชิงสะท้อน มีความสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยโมเดลระดับบุคคล พบว่า บุคลิกภาพ ความฉลาดทางอารมณ์ และจริยธรรมของนักศึกษามีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษา อีกทั้งบุคลิกภาพของนักศึกษายังส่งอิทธิพลทางอ้อมต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษา โดยส่งผ่านความฉลาดทางอารมณ์ของนักศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สำหรับโมเดลระดับองค์กรพบว่า บริบทองค์กรของคณะวิชา และภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้นำนักศึกษา มีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อีกทั้งบริบทองค์กรของคณะวิชาส่งอิทธิพลทางอ้อมต่อภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาโดยส่งผ่านภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้นำนักศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ตัวแปรทำนายทั้งหมดในระดับบุคคลและระดับองค์กรสามารถอธิบายความแปรปรวนของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาได้ 42% และ 64% ตามลำดับ และ 4) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน มี 3 ประการคือ 4.1) สถาบันการศึกษาและคณะวิชาต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาอย่างจริงจัง และกำหนดเป็นนโยบายหรือแนวทางในการพัฒนาอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการรณรงค์ภายในคณะหรือมหาวิทยาลัยเพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง 4.2) ผู้บริหาร คณาจารย์ และผู้นำนักศึกษาควรเป็นแบบอย่างของการเป็นผู้นำที่ดีต่อนักศึกษา และควรสนับสนุนส่งเสริม และผลักดันให้นักศึกษามีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในตนเอง และ 4.3) พ่อแม่ผู้ปกครองต้องพยายามปลูกฝังการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงผ่านการเลี้ยงดูให้เกิดขึ้นกับลูกตั้งแต่วัยเด็ก

บรรณานุกรม :
ธนินทร์ รัตนโอฬาร . (2553). การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจ : การประยุกต์ใช้โมเดลการวัดเชิงก่อตัวและเชิงสะท้อน.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนินทร์ รัตนโอฬาร . 2553. "การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจ : การประยุกต์ใช้โมเดลการวัดเชิงก่อตัวและเชิงสะท้อน".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนินทร์ รัตนโอฬาร . "การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจ : การประยุกต์ใช้โมเดลการวัดเชิงก่อตัวและเชิงสะท้อน."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2553. Print.
ธนินทร์ รัตนโอฬาร . การพัฒนาโมเดลสมการโครงสร้างพหุระดับของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาปริญญาบัณฑิตสาขาวิชาบริหารธุรกิจ : การประยุกต์ใช้โมเดลการวัดเชิงก่อตัวและเชิงสะท้อน. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2553.