ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาคำเรียกการทำอาหารในภาษาไทยถิ่นเหนือตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาคำเรียกการทำอาหารในภาษาไทยถิ่นเหนือตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์
นักวิจัย : โกสินทร์ ปัญญาอธิสิน
คำค้น : อรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ , อาหาร , การปรุงอาหาร , อาหารไทย (ภาคเหนือ) , ภาษาไทยถิ่นเหนือ , ไทย (ภาคเหนือ) -- ความเป็นอยู่และประเพณี , Ethnosemantics , Cookery , Food , Thai food , Thailand, Northern -- Social life and customs
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : อมรา ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36196
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

การทำอาหารเป็นกระบวนการที่มีความซับซ้อนน่าสนใจ แม้จะมีงานวิจัยในอดีตที่เกี่ยวกับอาหารและวัฒนธรรมของชาวเหนือ แต่ยังไม่มีผลงานที่วิเคราะห์รูปภาษาอย่างเป็นระบบ ที่จะทำให้เข้าใจวัฒนธรรมโลกทัศน์และปฏิบัติกรรมของชาวล้านนาเกี่ยวกับการทำอาหาร งานวิจัยนี้จึงมุ่งวิเคราะห์คำเรียกการทำอาหารในภาษาไทยถิ่นเหนือตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์ โดยใช้วิธีวิเคราะห์องค์ประกอบทางความหมาย และตีความโลกทัศน์ของชาวล้านนาที่สะท้อนผ่านความหมายของคำเรียกการทำอาหาร ผู้บอกภาษาของงานวิจัยนี้อาศัยอยู่ในเขตอำเภอเมืองใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง ผู้วิจัยสัมภาษณ์ผู้บอกภาษาจังหวัดละ 5 ท่านรวม 20 ท่าน ซึ่งมีการคัดเลือกอย่างเฉพาะเจาะจง ผลการวิจัยพบว่า มีคำเรียกการทำอาหารทั้งสิ้น 48 คำ และจากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางความหมาย พบว่าคำเรียกการทำอาหารแตกต่างกันใน 9 มิติ คือ "จุดประสงค์" "วิธีทำให้กินได้" "น้ำ" และ "น้ำมัน" ซึ่ง 4 มิติแรกเป็นมิติที่เด่นครอบคลุมทุกคำ ส่วนมิติเฉพาะเจาะจงที่เหลือ ได้แก่ "เวลา" "การใช้พริกแกง" "ชนิดของพริกแกง" "วัสดุอุปกรณ์" และ "วัตถุดิบ" การจัดจำพวกแบบชาวบ้านของคำเรียกการทำอาหารพบว่า คำเรียกการทำอาหารแบ่งประเภทตามลำดับชั้นได้ 4 ชั้น เริ่มจากลำดับจุดเริ่มต้นหนึ่งเดียว (unique beginner) คือ "เญียะ-กิ๋น" หรือ "ทำอาหาร" ซึ่งเป็นคำที่อยู่ในระดับสูงสุดครอบคลุมมโนทัศน์ทั้ง 47 คำที่เหลือ ลำดับบอกหมวด (generic) คือ ต้ม หง หนึ้ง จี่ ขั้ว ต้อด ต๋ำ ส้า₁/ญำ₂ ส้า₂ ลาบ หลู้ และ หมั๋ก ลำดับเฉพาะเจาะจง (specific) คือ กั๊น แก๋ง เข้ว จอ จ๊อ จ่อม จื๋น เจ๋ว ดอง ปิ้ง ผั๋ด/โซ้/ซว้า มอบ/มอก ญ่าง ญำ₁ ลวก ลวน สู่ หม๋ก หลาม หลำ อ็อ๋ก อ่อง₁ อ่อง₂ เผา/แอน แอ็บ๋ ฮ้วม ฮม ฮ้า ฮิง และ ลำดับลักษณะพิเศษ (varietal) มีคำเรียกจำนวน 6 คำ คือ อุ๊ด อ่อม อ๋บ ฮุ่ม หลน และ ป่าม จากการวิเคราะห์มิติแห่งความแตกต่าง ทำให้สามารถสังเคราะห์ระบบการทำอาหาร และภาพรวมขั้นตอนการทำอาหารของชาวล้านนา โดยเริ่มต้นจากขั้นการเตรียม ขั้นการทำอาหาร และขั้นหลังทำอาหาร ผลการวิเคราะห์วัฒนธรรมการกินพบว่า ในวัฒนธรรมล้านนาเนื้อสัตว์มีความสำคัญ เป็นอาหารพิเศษอันแสดงถึงฐานะ หน้าตา และรูปแปรของเนื้อสัตว์กำหนดคำเรียกการทำอาหารเป็นจำนวนมาก ชาวล้านนาไม่นิยมอาหารมันแบบตะวันตก มักรับประทานอาหารรสธรรมชาติ วัตถุดิบก็มาจากพืชพันธุ์ไม้ธรรมชาติในท้องถิ่นเป็นหลัก ไม่ค่อยมีการปรุงแต่งด้วยสิ่งสังเคราะห์ พริกแกงประเภทต่างๆ เป็นวัตถุดิบพื้นฐานที่อาจใช้ได้ทั้งเป็นทั้งอาหารและเครื่องปรุง และมีมโนทัศน์เรื่องการสุกโดยไม่ต้องผ่านความร้อน อาหารประเภทนี้เป็นสัญลักษณ์ของค่านิยมความเป็นชายชาตรี

บรรณานุกรม :
โกสินทร์ ปัญญาอธิสิน . (2552). การศึกษาคำเรียกการทำอาหารในภาษาไทยถิ่นเหนือตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โกสินทร์ ปัญญาอธิสิน . 2552. "การศึกษาคำเรียกการทำอาหารในภาษาไทยถิ่นเหนือตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โกสินทร์ ปัญญาอธิสิน . "การศึกษาคำเรียกการทำอาหารในภาษาไทยถิ่นเหนือตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
โกสินทร์ ปัญญาอธิสิน . การศึกษาคำเรียกการทำอาหารในภาษาไทยถิ่นเหนือตามแนวอรรถศาสตร์ชาติพันธุ์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.