ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมและศาลปกครอง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมและศาลปกครอง
นักวิจัย : ธนวิธ โชติรัตน์
คำค้น : คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) , การบริหารงานบุคคล , การบริหารรัฐกิจ -- การวินิจฉัยสั่งการ , การตัดสิน , การลงโทษ , Personnel management , Public administration -- Decision-making , Judgement , Punishment , Merit System Protection Board and Administrative Court
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : นันทวัฒน์ บรมานันท์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะนิติศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2552
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36174
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (น.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552

การศึกษาวิจัยในวิทยานิพนธ์นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิจัยถึงการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) และการควบคุมตรวจสอบความชอบด้วย กฎหมายในการวินิจฉัยข้อพิพาทของ ก.พ.ค. โดยศาลปกครอง พร้อมทั้งศึกษาวิจัยองค์กรวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลภาครัฐในประเทศฝรั่งเศสและประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อนำมาเป็นกรณีศึกษาเปรียบเทียบถึง แนวทางในการพัฒนาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดย ก.พ.ค. และศาลปกครองให้มี ความเหมาะสมต่อไป ผลจากการศึกษาพบว่า ก.พ.ค. เป็นคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ที่มีการจัดโครงสร้างและระเบียบวิธีพิจารณาข้อพิพาทในขั้นตอนต่างๆ ที่สามารถให้หลักประกันในความเป็นธรรม แก่คู่กรณีเทียบเท่ากับโครงสร้างและระเบียบวิธีพิจารณาคดีของศาล อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การทำหน้าที่ของ ก.พ.ค. มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ ระเบียบวิธีพิจารณาข้อพิพาท และการบริหารจัดการ ผู้ศึกษาจึงได้เสนอรายละเอียดของแนวทางการพัฒนาในด้านต่างๆ ไว้ในวิทยานิพนธ์ ฉบับนี้แล้ว สำหรับในส่วนการควบคุมตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายในการวินิจฉัยข้อพิพาทของ ก.พ.ค. โดยศาลปกครองนั้น พบว่า เมื่อ ก.พ.ค. เป็นคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทที่มีความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัยข้อพิพาท เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายแล้ว จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ศาลปกครองต้องทำการปรับเปลี่ยนและพัฒนาระเบียบวิธีพิจารณาคดีปกครองที่เกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบ คำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. รวมถึงคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทอื่นโดยทั่วไป โดยควรกำหนดขั้นตอนใน การแสวงหาข้อเท็จจริงจากคู่กรณีเพียงสองขั้นตอน ประกอบกับควรกำหนดให้ผู้ใดที่ไม่พอใจในคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. สามารถยื่นฟ้องต่อศาลเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น เช่นเดียวกับผู้ที่ไม่พอใจในคำวินิจฉัยขององค์กร วินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐในต่างประเทศ ที่สามารถยื่นฟ้องต่อศาลเฉพาะในปัญหา ข้อกฎหมายเท่านั้นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ จึงกล่าวโดยสรุปว่า หากมีการพัฒนาระบบการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลภาครัฐทั้งในส่วนของ ก.พ.ค. และศาลปกครองให้มีความสอดคล้องและต่อเนื่องกันอย่าง เป็นรูปธรรมแล้ว ย่อมที่จะเป็นการแบ่งแยกการใช้อำนาจของแต่ละองค์กรได้อย่างมีดุลยภาพ และเป็นการสร้างหลักประกันที่มีความเป็นธรรมให้แก่คู่กรณีภายใต้การปกครองตามหลักนิติรัฐนั่นเอง

บรรณานุกรม :
ธนวิธ โชติรัตน์ . (2552). แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมและศาลปกครอง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนวิธ โชติรัตน์ . 2552. "แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมและศาลปกครอง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนวิธ โชติรัตน์ . "แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมและศาลปกครอง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2552. Print.
ธนวิธ โชติรัตน์ . แนวทางการพัฒนาการวินิจฉัยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลภาครัฐโดยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมและศาลปกครอง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2552.