ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของโปรเจสเตอโรนที่เคลือบด้วยกรดพอลิแลคไทด์โคไกลโคไลด์ต่อการพัฒนารังไข่กุ้งขาวแวนนาไม Litopenaeus vannamei Boone, 1931

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของโปรเจสเตอโรนที่เคลือบด้วยกรดพอลิแลคไทด์โคไกลโคไลด์ต่อการพัฒนารังไข่กุ้งขาวแวนนาไม Litopenaeus vannamei Boone, 1931
นักวิจัย : ชนัดดา เกษมโชติช่วง
คำค้น : กรดพอลิแลคไทด์โคไกลโคไลด์ , กุ้งขาวแวนนาไม , โปรเจสเตอโรน , รังไข่ , Poly (lactide-co-glycolide) acids , Litopenaeus vannamei , Progesterone , Ovaries , Litopenaeus vannamei
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สมเกียรติ ปิยะธีรธิติวรกุล , อรพร หมื่นพล , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36118
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

การศึกษาผลของโปรเจสเตอโรนที่เคลือบด้วยกรดพอลิแลคไทด์โคไกลโคไลด์ต่อการพัฒนารังไข่แม่พันธุ์กุ้งขาวแวนนาไม การผลิตเม็ดแคปซูลเพื่อตรึงฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนด้วย PLGA ใช้เทคนิค Oil-in-water single emulsion solvent evaporation ที่ความเข้มข้นของ PLGA 5, 7.5 และ 10 % ผลผลิตที่ได้ (% yield) เท่ากับ 92.76, 92.10 และ 91.77% และความสามารถในการตรึงฮอร์โมน (% Encapsulation efficiency) เท่ากับ 89.02, 94.06 และ 95.51% ซึ่งปริมาณผลผลิตและความสามารถในการตรึงฮอร์โมนไม่ต่างกัน จึงเลือกความเข้มข้น PLGA 5% ที่มีความสามารถในการตรึงฮอร์โมนเท่ากับ 89% และขนาดเม็ดอยู่ที่ 21-40 µm จากการศึกษาอัตราการปลดปล่อยฮอร์โมน (release rate) เม็ดแคปซูลสามารถปลดปล่อย P4 ได้มากที่สุดที่ pH 5.5 สูงกว่า pH 7.5 และ 9.5 อย่างมีนัยสำคัญ และปลดปล่อยฮอร์โมนสูงสุดที่ชั่วโมงที่ 1 (9.46 %) นำเม็ดแคปซูล PLGA-P4 ผสมเป็นวัตถุดิบอาหารที่มีปริมาณฮอร์โมนแตกต่างกัน 3 ระดับความเข้มข้น (0.1, 0.2 and 0.3 mg P4/kg feed) ให้เป็นอาหารแม่กุ้งขาวสลับกับอาหารมีชีวิต นาน 1 เดือน ฮอร์โมนจากเม็ดแคปซูลในอาหารทำให้ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในเลือดแม่กุ้งขึ้นสูงสุดในสัปดาห์แรก (476 pg/ml haemolymph) จากนั้นระดับฮอร์โมนในเลือดจะปรับลดลงจนเท่ากับกลุ่มควบคุม (35.91 pg/ml haemolymph) แต่ไม่พบว่าแม่กุ้งมีการพัฒนารังไข่ เมื่อมีการตัดตา พบว่าอาหารผสมเม็ดแคปซูล PLGA-P4 ที่ระดับฮอร์โมน 0.33 mgP4/g feed สามารถกระตุ้นให้แม่กุ้ง เกิดการพัฒนารังไข่ จากไข่อ่อนเป็นไข่แก่จนกระทั่งมีการวางไข่ได้ดีกว่าแม่กุ้งที่ได้รับฮอร์โมนระดับอื่น โดยที่ทุกกลุ่มการทดลองมีการพัฒนารังไข่และไข่ได้ดีกว่าแม่กุ้งที่กินอาหารธรรมชาติแต่เพียงอย่างเดียว พบความสัมพันธ์เชิงบวกของความเข้มข้นของโปรเจสเตอโรนในเลือด กับการพัฒนารังไข่และไข่แม่กุ้งขาวแวนนาไม กล่าวคือ ระดับความเข้มข้นของโปรเจสเตอโรนในเลือดจะเพิ่มตามระยะไข่ที่เจริญขึ้น (32.58-58.30 pg/ml haemolymph วัดจากไข่ระยะที่ 1 ถึงไข่ระยะที่ 4 จากแม่กุ้งกลุ่มควบคุม) กลุ่มทดลองที่ให้ผลดีที่สุดในแง่ ความเร็วในการพัฒนาไข่และรังไข่ จำนวนแม่กุ้งวางไข่ คือกลุ่มฮอร์โมน 0.33 mgP4/g feed แม่กุ้งมีระดับโปรเจสเตอโรนในเลือดเมื่อมีไข่ระยะที่ 4 เท่ากับ 100.27 pg/ml haemolymph ซึ่งสูงเป็นสองเท่าของกลุ่มควบคุม จากการศึกษาครั้งนี้สรุปได้ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะสามารถนำสเตียรอยด์ฮอร์โมนมาใช้กระตุ้นการพัฒนารังไข่ของแม่กุ้งผ่านทางอาหาร เพื่อทดแทนการตัดตา ทำให้เกิดการเพาะขยายพันธุ์กุ้งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

บรรณานุกรม :
ชนัดดา เกษมโชติช่วง . (2550). ผลของโปรเจสเตอโรนที่เคลือบด้วยกรดพอลิแลคไทด์โคไกลโคไลด์ต่อการพัฒนารังไข่กุ้งขาวแวนนาไม Litopenaeus vannamei Boone, 1931.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนัดดา เกษมโชติช่วง . 2550. "ผลของโปรเจสเตอโรนที่เคลือบด้วยกรดพอลิแลคไทด์โคไกลโคไลด์ต่อการพัฒนารังไข่กุ้งขาวแวนนาไม Litopenaeus vannamei Boone, 1931".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชนัดดา เกษมโชติช่วง . "ผลของโปรเจสเตอโรนที่เคลือบด้วยกรดพอลิแลคไทด์โคไกลโคไลด์ต่อการพัฒนารังไข่กุ้งขาวแวนนาไม Litopenaeus vannamei Boone, 1931."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ชนัดดา เกษมโชติช่วง . ผลของโปรเจสเตอโรนที่เคลือบด้วยกรดพอลิแลคไทด์โคไกลโคไลด์ต่อการพัฒนารังไข่กุ้งขาวแวนนาไม Litopenaeus vannamei Boone, 1931. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.