ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช
นักวิจัย : ดาริกา ลาสุดตา
คำค้น : ไพรีน -- การย่อยสลายทางชีวภาพ , การกำจัดสารปนเปื้อนในดิน , Pyrene -- Biodegradation , Soil remediation
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุเทพ ธนียวัน , กาญจนา จันทองจีน , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะวิทยาศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2554
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36250
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (วท.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554

STK เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่มีสมบัติไม่ชอบน้ำสามารถเข้าจับกับสารกลุ่ม PAHs ซึ่งมีคุณสมบัติไม่ชอบน้ำเช่นกันได้ พบว่ากลุ่มแบคทีเรีย STK สามารถใช้ไพรีนเป็นแหล่งคาร์บอนและแหล่งพลังงานได้ แต่อย่างไรก็ตาม พบว่าการย่อยสลายไพรีนในดินโดยแบคทีเรียนี้ยังเกิดได้ไม่ดีนัก งานวิจัยนี้มุ่งเน้นที่จะเปรียบเทียบประสิทธิภาพการย่อยสลายไพรีนในดินภาวะของแข็งและในรูปแบบสเลอรีด้วยกลุ่มแบคทีเรีย STK ที่เลี้ยงในอาหารเลี้ยงเชื้อ CFMM ในรูปเซลล์อิสระกับชนิดที่ตรึงบนเศษใบไม้ เมื่อเติมแบคทีเรียที่ตรึงบนเศษใบไม้ในดินภาวะของแข็งสามารถลดปริมาณไพรีนเป็น 4.08% ในเวลา 28 วัน ส่วนการย่อยไพรีนในดินภาวะสเลอรีนั้นหลังการย่อย 10 วัน พบปริมาณไพรีนเหลือในส่วนวัฏภาคดินและน้ำประมาณ 0.24% และ 6.83% ตามลำดับ สำหรับการเติมกลุ่มแบคทีเรีย STK ในรูปเซลล์อิสระนั้นไม่พบการย่อยไพรีนในระบบดินภาวะของแข็ง โดยหลังการย่อย 28 วัน เหลือไพรีน 66.89% เทียบกับชุดควบคุมที่เหลืออยู่ 76% แต่หากย่อยในระบบสเลอรีนั้นจะเหลือปริมาณไพรีนอยู่ที่ 18.21% และ15.04% ในเฟสดินและน้ำตามลำดับที่ 10 วันของการย่อย การเก็บกลุ่มจุลินทรีย์นี้ไว้ใช้ในระยะยาวทำโดยการเลี้ยงกลุ่มแบคทีเรีย STK บนวัสดุเหลือใช้จากพืช 14 วัน ลดความชื้นเป็น 30% แล้วทำแห้งแบบเยือกแข็ง จากนั้นนำมาเก็บที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 9 เดือน ในระหว่างนั้นนำตัวอย่างมาตรวจสอบการย่อยสลายไพรีนในดินภาวะของแข็งและหาจำนวนของแบคทีเรียทั้งหมดที่ยังเหลือตามระยะเวลาที่เก็บที่เดือนที่ 0 3 6 และ 9 พบว่าหลังการทำแห้งแบบเยือกแข็งมีปริมาณไพรีนในดินที่ทดสอบเหลืออยู่ 2.08%, 49.96%, 51.80% และ 58.49% ในขณะที่มีเซลล์ที่มีชีวิตอยู่ 9.34, 7.59, 7.57 และ 7.15 log CFU ต่อกรัม ภายหลังการเก็บนาน 3, 6 และ 9 เดือนตามลำดับ

บรรณานุกรม :
ดาริกา ลาสุดตา . (2554). การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดาริกา ลาสุดตา . 2554. "การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดาริกา ลาสุดตา . "การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2554. Print.
ดาริกา ลาสุดตา . การย่อยสลายไพรีนที่ปนเปื้อนในดินด้วยกลุ่มแบคทีเรียไฮโดรโฟบิก STK ที่เตรียมในวัสดุเหลือใช้จากพืช. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2554.