ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การวิจัยและพัฒนาความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูโดยใช้เทคนิค การเสริมพลัง

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การวิจัยและพัฒนาความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูโดยใช้เทคนิค การเสริมพลัง
นักวิจัย : อัจศรา ประเสริฐสิน
คำค้น : ครู , วิจัย , ชั้นเรียน -- วิจัย , ปริญญาดุษฎีบัณฑิต , Teachers , Research , Classrooms -- Research
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : สุวิมล ว่องวาณิช , นงลักษณ์ วิรัชชัย , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2555
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/36491
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์และกำหนดองค์ประกอบของความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครู (2) วิเคราะห์คุณลักษณะของครูในโรงเรียนตามองค์ประกอบของความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัย และ (3) พัฒนาและศึกษาความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูในโรงเรียนโดยใช้เทคนิคการเสริมพลัง วิธีการวิจัยตามวัตถุประสงค์สองข้อแรก ใช้การสังเคราะห์ความรู้จากวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน และการรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างสุ่มครูเขตกรุงเทพมหานคร 965 คน ใน 38 โรงเรียน วิธีวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อสาม ใช้กรณีศึกษาครู 22 คน จาก 2 โรงเรียน โดยรวบรวมข้อมูลจากการประเมินงานวิจัยในชั้นเรียนของครู ใช้แบบสอบถามวัดผลที่เกิดกับครูและนักเรียน และความคิดเห็นของครูต่อการเข้าร่วมโครงการ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติบรรยาย การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนร่วม ด้วยโปรแกรม SPSS วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันด้วยโปรแกรม LISREL และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยที่สำคัญมีดังนี้ (1) ความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูมี 3 องค์ประกอบ คือ การอ่านงานวิจัย การทำวิจัยและใช้ผลวิจัย และการสะท้อนผลวิจัย โมเดลการวัดความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ มีค่าไคสแควร์ (Chi-square)=39.418, p= 0.094 ที่ df 29, GFI=0.993, AGFI=0.982, RMR=0.011 (2) ภาพรวมครูมีองค์ประกอบด้านความยึดมั่นผูกพันในการทำวิจัยและใช้ผลวิจัยสูงกว่าองค์ประกอบด้านการสะท้อนผลวิจัย และองค์ประกอบด้านการอ่านงานวิจัย และ (3) เทคนิคการเสริมพลังจำแนกเป็น 2 มิติ ได้แก่ การสนับสนุนส่งเสริม และการให้ข้อมูลป้อนกลับ แต่ละมิติประกอบด้วยการตั้งเป้าหมาย การสร้างความสามารถ และการพัฒนาตนเอง ทำให้ได้แนวทาง 6 แนวทาง แต่ละแนวทางมีกิจกรรมเสริมพลัง 2 กิจกรรม รวมทั้งหมดเป็น 12 กิจกรรม ผลการวิจัยพบว่ากรณีศึกษาส่วนใหญ่มีความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยและพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการ มีพัฒนาการวิจัยดีขึ้น มีทัศนะที่ดีต่อการวิจัยมากขึ้น และต้องการทำวิจัยต่อไป

บรรณานุกรม :
อัจศรา ประเสริฐสิน . (2555). การวิจัยและพัฒนาความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูโดยใช้เทคนิค การเสริมพลัง.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัจศรา ประเสริฐสิน . 2555. "การวิจัยและพัฒนาความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูโดยใช้เทคนิค การเสริมพลัง".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อัจศรา ประเสริฐสิน . "การวิจัยและพัฒนาความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูโดยใช้เทคนิค การเสริมพลัง."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555. Print.
อัจศรา ประเสริฐสิน . การวิจัยและพัฒนาความยึดมั่นผูกพันกับการวิจัยของครูโดยใช้เทคนิค การเสริมพลัง. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.