ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสืบสอบสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีผลต่อคณาจารย์และนักศึกษา

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสืบสอบสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีผลต่อคณาจารย์และนักศึกษา
นักวิจัย : สุนีย์ จุไรสินธุ์
คำค้น : ภาวะผู้นำทางการศึกษา , ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา , อธิการบดี
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : พรชุลี อาชวอำรุง , พันธ์ศักดิ์ พลสารัมย์ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะครุศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : 9741420129 , http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14772
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ค.ด.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549

การสืบสอบสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีผลต่อคณาจารย์และนักศึกษา เป็นวัตถุประสงค์ของการวิจัย ผลการวิจัยเกี่ยวกับภูมิศาสตร์อำนาจและความเป็นศูนย์กลางบ่งชี้ว่าสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารของอธิการบดี มีผลต่อสัมฤทธิผลของงานด้านต่างๆ ซึ่งขึ้นกับการสื่อสารและความใกล้ชิดระหว่างผู้ปฏิบัติงานกับอธิการบดี ผลการวิเคราะห์สาระพบว่า เป้าหมายสำคัญที่สุดของมหาวิทยาลัยราชภัฏ คือความเป็นเลิศทางวิชาการ อันเป็นผลงานโดยตรงของคณาจารย์และนักศึกษาซึ่งเป็นหลักสำคัญ อนึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เพิ่งยกระดับฐานะจากสถาบันเป็นมหาวิทยาลัยและครอบคลุมภูมิศาสตร์ทั่วประเทศ โดยมีเอกลักษณ์แห่งการเป็นแหล่งวิชาการระดับสูงเพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เอกสารบทต่างๆ บ่งชี้พันธกิจ วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และเป้าหมายแห่งความเป็นเลิศทางวิชาการ ดังนั้นผู้วิจัยจึงสนใจที่จะสืบค้นว่าสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารตามสภาพความเป็นจริงสนองตอบต่อพันธะสัญญาทางการที่เขียนไว้หรือไม่ การวิจัยนี้ เก็บข้อมูลแบบสามเส้า โดยใช้การพิจารณาตัดสินของอธิการบดี ผู้บริหารอื่นๆ คณาจารย์ และนักศึกษาเกี่ยวกับมิติการปฏิบัติงานจริงตามสไตล์ของอธิการบดี ผู้วิจัยใช้เทคนิคเหตุการณ์วิกฤตในการสัมภาษณ์อธิการบดี 16 คน ซึ่งเป็นตัวอย่างของ 8 มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ และ 8 มหาวิทยาลัยขนาดเล็ก แบบสอบถามส่งไปยังผู้บริหาร 161 คน คณาจารย์ 472คน และ นักศึกษา 2,177 คน รวมตัวอย่างทั้งสิ้น 2,826 คน การวิเคราะห์ข้อมุลทำโดยการวิเคราะห์สาระร่วมกับสถิติบรรยาย การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการวิเคราะห์ตัวประกอบ นอกจากนั้น ยังทำสังคมมิติของอธิการบดีกับประชาคมด้วย ผลการวิจัยบ่งชี้ว่าไมมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่ม 16 กรณีศึกษา ภาพสังคมมิติแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผลกระทบที่มีต่อคณาจารย์และนักศึกษาเป็นระยะไกล ในขณะที่วงในของกลุ่มผู้บริหารผูกขาดผลกระทบระยะใกล้ ถึงแม้ว่าผลการวิเคราะห์ตัวประกอบแสดงผลพ้องต้องกันกับผลการวิเคราะห์สาระจากการสัมภาษณ์อธิการบดี คือ ได้สไตล์ผู้นำและสไตล์การบริหาร 4 ชุด อย่างไรก็ดี สไตล์เด่นชัดที่สุด คือ สไตล์ที่ 1 ดังต่อไปนี้ (1) สไตล์การเป็นผู้นำแบบวิสัยทัศน์ คู่กับสไตล์การบริหารแบบประชาธิปไตยในกรอบกฎระเบียบ (2) สไตล์การเป็นผู้นำแบบให้คำปรึกษาแนะนำให้แรงเสริม คู่กับสไตล์การบริหารแบบเชิงธุรกิจเสรี (3) สไตล์การเป็นผู้นำแบบบารมี คู่กับสไตล์การบริหารแบบสะท้อนกลับ (4) สไตล์การเป็น ผู้นำแบบห่างเหิน คู่กับ สไตล์การบริหารแบบเผด็จการ จุดเด่นของผลงานคือ อธิการบดี เน้นการบริหารมากกว่าการเป็นผู้นำ และยืนยันว่าพันธะสัญญาในเอกสารไม่สอดรับกับการสื่อสารในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งยืนยันได้โดยประชาคมทั้งหมดว่าจุดอ่อน 3 อันดับแรก ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับคุณภาพของคณาจารย์และนักศึกษา อันเป็นตัวบ่งชี้ผลการทำงานตามสไตล์ของอธิการบดี จุดอ่อนดังกล่าว ได้แก่ ความเป็นเลิศทางวิชาการ คุณภาพของบัณฑิต และชื่อเสียงของคณาจารย์

บรรณานุกรม :
สุนีย์ จุไรสินธุ์ . (2549). การสืบสอบสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีผลต่อคณาจารย์และนักศึกษา.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุนีย์ จุไรสินธุ์ . 2549. "การสืบสอบสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีผลต่อคณาจารย์และนักศึกษา".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุนีย์ จุไรสินธุ์ . "การสืบสอบสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีผลต่อคณาจารย์และนักศึกษา."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. Print.
สุนีย์ จุไรสินธุ์ . การสืบสอบสไตล์การเป็นผู้นำและสไตล์การบริหารของอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีผลต่อคณาจารย์และนักศึกษา. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2549.