ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระในภาษามลายูถิ่นปัตตานี

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระในภาษามลายูถิ่นปัตตานี
นักวิจัย : กัญญารัตน์ เอี่ยมวันทอง
คำค้น : ภาษามลายู -- ภาษาถิ่น -- สระ , ภาษามลายู -- สัทศาสตร์
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ธีระพันธ์ เหลืองทองคำ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะอักษรศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2551
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14425
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (อ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551

งานวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของเสียงสระเดี่ยวธรรมดาและเสียงสระเดี่ยวนาสิกในพยางค์เปิดและพยางค์ปิดในภาษามลายูถิ่นปัตตานี ในเรื่องค่าความถี่ฟอร์เมินท์ ค่าระยะเวลา และค่าความเข้ม และเปรียบเทียบข้อค้นพบกับผลการศึกษาเสียงสระในเชิงสัทศาสตร์ทั่วไป ในภาษาธรรมชาติอื่นๆซึ่งได้มีการศึกษามาแล้ว ในงานวิจัยใช้ผู้บอกภาษาเพศชายจำนวน 10 คน เก็บข้อมูลด้วยการบันทึกเสียงคำตัวอย่างซึ่งปรากฏอยู่ในกรอบประโยค คำตัวอย่างจะครอบคลุมสระทั้งสองประเภท คือ สระเดี่ยวธรรมดา 8 หน่วยเสียง ได้แก่ /i/, /e/, /Ɛ/, /Ə/, /a/, /u/, /o/, /Ɔ/ และสระเดี่ยวนาสิก 4 หน่วยเสียง ได้แก่ /ĕ/, /ă/, /û/, /ɔ/ การวัดและวิเคราะห์ค่าทางกลสัทศาสตร์จะเลือกเฉพาะเสียงสระที่ปรากฏอยู่ในพยางค์ที่ลงเสียงหนักซึ่งมีโครงสร้างพยางค์เป็น 2 ประเภท คือ พยางค์เปิดและพยางค์ปิด โดยใช้โปรแกรมพราท (Praat) เวอร์ชั่น 4.5.06 ผลการวิจัยพบว่าเสียงสระเดี่ยวธรรมดาในพยางค์เปิดทุกเสียงมีค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 2 และ 3 ต่ำกว่าในพยางค์ปิด โดยความแตกต่างของค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 เท่านั้นที่มีนัยสำคัญทางสถิติ ในขณะที่เสียงสระเดี่ยวนาสิกในพยางค์เปิดทุกเสียงมีค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 ต่ำกว่า แต่มีค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 2 และ 3 สูงกว่าในพยางค์ปิด โดยความแตกต่างของค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 เท่านั้นที่มีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ เสียงสระเดี่ยวธรรมดาและเสียงสระเดี่ยวนาสิกในพยางค์เปิดทุกเสียงมีค่าระยะเวลามากกว่าในพยางค์ปิดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และเสียงสระเดี่ยวธรรมดาและเสียงสระเดี่ยวนาสิกในพยางค์เปิดส่วนใหญ่มีค่าความเข้มมากกว่าในพยางค์ปิด ผลจากการเปรียบเทียบระหว่างเสียงสระเดี่ยวธรรมดากับเสียงสระเดี่ยวนาสิกแสดงให้เห็นว่า ทั้งในพยางค์เปิดและพยางค์ปิด เสียงสระเดี่ยวนาสิกส่วนใหญ่มีค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 ต่ำกว่า แต่มีค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 2 และ 3 สูงกว่าเสียงสระเดี่ยวธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ เสียงสระเดี่ยวนาสิกทุกเสียงมีค่าระยะเวลามากกว่า แต่มีค่าความเข้มน้อยกว่าเสียงสระเดี่ยวธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อัตราส่วนของค่าระยะเวลาของเสียงสระเดี่ยวธรรมดาต่อเสียงสระเดี่ยวนาสิก คือ 1 : 1.18 เมื่อปรากฏในพยางค์ปิด และ 1 : 1.19 เมื่อปรากฏในพยางค์เปิด นอกจากนี้ ผลการศึกษาเสียงสระในภาษามลายูถิ่นปัตตานียังมีลักษณะที่สอดคล้องกับผลการศึกษาเสียงสระในภาษาอื่นๆเพราะเป็นลักษณะทางสัทศาสตร์ที่เป็นสากล ในประเด็นต่อไปนี้ เสียงสระนาสิกมีค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 ต่ำกว่าและมีค่าความเข้มน้อยกว่าเสียงสระธรรมดา แต่เสียงสระนาสิกมีค่าระยะเวลามากกว่าเสียงสระธรรมดา เสียงสระในพยางค์เปิดมีค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 1 ต่ำกว่าและมีค่าระยะเวลามากกว่าในพยางค์ปิด ยกเว้น กรณีของค่าความเข้มที่พบว่าเสียงสระในพยางค์เปิดมีค่าความเข้มมากกว่าในพยางค์ปิด ซึ่งไม่เหมือนกับข้อค้นพบในภาษาอื่นๆ

บรรณานุกรม :
กัญญารัตน์ เอี่ยมวันทอง . (2551). ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระในภาษามลายูถิ่นปัตตานี.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญญารัตน์ เอี่ยมวันทอง . 2551. "ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระในภาษามลายูถิ่นปัตตานี".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
กัญญารัตน์ เอี่ยมวันทอง . "ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระในภาษามลายูถิ่นปัตตานี."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2551. Print.
กัญญารัตน์ เอี่ยมวันทอง . ลักษณะทางกลสัทศาสตร์ของสระในภาษามลายูถิ่นปัตตานี. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2551.