ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

แนวทางการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างในชุมชนกรุงรัตนโกสินทร์

หน่วยงาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : แนวทางการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างในชุมชนกรุงรัตนโกสินทร์
นักวิจัย : ธีรวิทย์ นิลสุก
คำค้น : พื้นที่โล่ง -- ไทย -- กรุงเทพฯ , การใช้ที่ดินในเมือง -- ไทย -- กรุงเทพฯ
หน่วยงาน : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ร่วมงาน : ดุษฎี ทายตะคุ , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
ปีพิมพ์ : 2550
อ้างอิง : http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/14312
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วิทยานิพนธ์ (ผ.ม.)--จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550

วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาวิวัฒนาการการใช้ที่ดินเพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างที่โล่งว่างกับการใช้ที่ดินที่เกี่ยวเนื่อง 2) วิเคราะห์การกระจายตัว และประเภทของที่โล่งว่าง 3) วิเคราะห์กิจกรรมกับพฤติกรรมการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน 4) วิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่าง และ 5) เสนอแนะแนวทางการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างในชุมชนกรณีศึกษาในกรุงรัตนโกสินทร์ ผลการศึกษาสรุปได้ว่า ชุมชนกรุงรัตนโกสินทร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ถึงสมัยรัชกาลปัจจุบันมีวิวัฒนาการจากชุมชนเกษตรที่มีความเบาบางของบ้านเมือง มาเป็นชุมชนเมืองที่มีความแออัดเกิดที่โล่งว่างในรูปแบบใหม่ ทั้งที่เป็นสวนสาธารณะ ลานโล่ง และถนน ทำให้ที่โล่งว่างที่เคยมีอยู่อย่างมากมายถูกแทนที่ด้วยอาคาร ระบบศูนย์กลางชุมชนจากที่เคยเป็นวัดเริ่มลดบทบาทลง ตลาดเปลี่ยนแปลงรูปแบบใหม่ ที่โล่งว่างที่เคยมีคุณค่าถูกบดบังด้วยตึกรามบ้านช่องที่มีสภาพเสื่อมโทรม โดยจากการศึกษาพบว่า ที่โล่งว่างภายในชุมชนส่วนใหญ่เป็นทางสัญจร ไม่ว่าจะเป็น ชุมชนท่าเตียนซึ่งเป็นชุมชนขนาดเล็ก ชุมชนหลังวัดราชนัดดาซึ่งเป็นชุมชนขนาดกลาง และชุมชนตรอกเขียนนิวาสน์-ตรอกไก่แจ้ซึ่งเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีกิจกรรมการใช้ประโยชน์เป็นกิจกรรมจำเป็นเกือบทั้งหมดคือ ใช้เป็นทางสัญจร เป็นพื้นที่ค้าขาย เป็นทางเดินผ่าน ยกเว้นชุมชนแพร่งภูธรซึ่งเป็นชุมชนขนาดเล็กมาก ที่มีลานโล่งกลางชุมชนจึงมีกิจกรรมการใช้ประโยชน์เป็นกิจกรรมพักผ่อน และกิจกรรมทางสังคมมากกว่าชุมชนอื่นๆ ส่วนที่โล่งว่างภายนอกชุมชนเป็นที่โล่งว่างเพื่อการพักผ่อนเป็นหลัก สรุปได้ว่าที่โล่งว่างภายในชุมชนส่วนใหญ่มีสถานการณ์การใช้ประโยชน์ต่ำ เนื่องจากลักษณะของที่โล่งว่างเป็นทางสัญจรที่มีการใช้ประโยชน์เพื่อกิจกรรมจำเป็น ขาดความหลากหลายทั้งกลุ่มผู้ใช้ เวลาและกิจกรรม อีกทั้งอาคารและสถานที่สำคัญที่แสดงถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของที่โล่งว่างมีสภาพเสื่อมโทรม นอกจากนี้ยังมีลักษณะทางกายภาพที่ไม่เหมาะสมต่อการเกิดกิจกรรมพักผ่อน และกิจกรรมทางสังคม ส่วนที่โล่งว่างบริเวณโดยรอบชุมชนส่วนใหญ่มีสถานการณ์การใช้ประโยชน์ค่อนข้างสูง แต่ยังขาดการเชื่อมโยงระหว่างที่โล่งว่างภายในและบริเวณโดยรอบชุมชน ส่วนปัญหาการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างพบว่า ส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่เกิดจากลักษณะทางกายภาพของที่โล่งว่าง ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องที่ทำให้พบปัญหาที่เกิดจากลักษณะกิจกรรมและพฤติกรรมตามมา ข้อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างในชุมชน กรณีศึกษาในกรุงรัตนโกสินทร์ประกอบด้วย การปรับปรุงที่โล่งว่างภายในชุมชนให้มีความเหมาะสมทำให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ของผู้คน การมีลำดับการใช้สอยที่โล่งว่าง วางแผนปรับปรุงที่โล่งว่างให้มีความเชื่อมโยงระหว่างที่โล่งว่างภายในชุมชนกับที่โล่งว่างบริเวณโดยรอบชุมชน ปรับปรุงที่โล่งว่างให้มีคุณค่าและเอกลักษณ์ของสถานที่ และปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างที่เกิดขึ้นในแต่ละชุมชนและปรับปรุงลักษณะทางกายภาพ ที่จะเอื้อให้เกิดลักษณะกิจกรรมและพฤติกรรมการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างที่เหมาะสม

บรรณานุกรม :
ธีรวิทย์ นิลสุก . (2550). แนวทางการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างในชุมชนกรุงรัตนโกสินทร์.
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรวิทย์ นิลสุก . 2550. "แนวทางการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างในชุมชนกรุงรัตนโกสินทร์".
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรวิทย์ นิลสุก . "แนวทางการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างในชุมชนกรุงรัตนโกสินทร์."
    กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2550. Print.
ธีรวิทย์ นิลสุก . แนวทางการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ที่โล่งว่างในชุมชนกรุงรัตนโกสินทร์. กรุงเทพมหานคร : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2550.