ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

สถานภาพการทำไวน์ในชุมชนอีสาน

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : สถานภาพการทำไวน์ในชุมชนอีสาน
นักวิจัย : ชื่น ศรีสวัสดิ์ , ชัยบดินทร์ สาลีพันธ์ , สุพิชญ์ แก้วเนตร , Chuen Srisawat , Chaibodin Saleepun , Supich Kaewnetr
คำค้น : Biological sciences , Folk vine , Food , Food science and technology , ISAN , Thailand, Northeastern , Vine production , Wine and wine making , ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ , สาขาวิทยาศาสตร์เคมีและเภสัช , ไทย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) , ไวน์
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/24046
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยสถานภาพการทำไวน์ในชุมชนอีสานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษาสำรวจเกี่ยวกับแหล่งผลิต กรรมวิธีในการผลิต คุณภาพการผลิต ผลกระทบในทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม แหล่งวัตถุดิบที่นำมาผลิต ต้นทุนการผลิต ผลคอบแทนในเชิงธุรกิจ ความเป็นไปได้ในการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมในชุมชน สถานภาพของผู้ผลิตหรือกลุ่มหรือองค์กรผู้ผลิตไวน์ในชุมชนอุสานว่า มีอยู่อย่างไร ทั้งนี้เพื่อจะเป็นฐานข้อมูลสำหรับการศึกษาวิจัยและพัฒนาศักยภาพการผลิตให้มีคุณภาพและมาตรฐานพอที่จะเป็นสินค้าพื้นเมืองสำหรับเป็นของฝากของที่ระลึกของแขกผู้มาเยือนได้ในโอกาสต่อไป

วิธีการศึกษาได้สำรวจข้อมูลทั่วไปจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับไวน์และชุมชนให้แก่สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด วิทยาลัยเกษตร สถาบันราชมงคล ศูนย์วิจัยหม่อนไหม สถานีวิจัยพืชไร่ สถานวิจัยการเกษตรและอาหาร สถาบันการศึกษาอื่นๆในทุกจังหวัดของภาคอีสาน มีการสำรวจข้อมูลทั่วไปจากเครือข่ายงานในชุมชนที่รู้จักคุ้นเคยกัน ศึกษาจากเอกสารชี้เป้าของสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่นศึกษาเจาะลึกเป็นรายกรณีและจัดสัมมนาผู้ผลิตและผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 2 ครั้ง เพื่อตรวจสอบข้อมูลและขอคำแนะนำหรือข้อเสนอเพิ่มเติม

ผลการวิจัยพบว่า ไวน์เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ทำจากการหมักผลไม้โดยเฉพาะองุ่นซึ่งมีมานานพร้อมกับสังคมมนุษย์ทั้งในยุโรปและเอเชีย โดยเรียกชื่อแตกต่างกันไป เช่น ญี่ปุ่นเรียกว่าสาเก ไทยเรียกกระแช่บ้าง อุบ้าง สาโทบ้าง หรือเติมชื่อผลไม้นั้นๆต่อท้ายคำว่าไวน์เข้าไปบ้าง เช่น ไวน์กระเจี๊ยบ ไวน์มะยม เป็นต้น ไวน์ที่เป็นน้ำผลไม้นิยมทำกันมากในยุโรปและเนื่องจากยุโรปเป้นถิ่นที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจจึงได้แพร่ขยายไปทั่วโลก เช่นเดียวกับวัฒนธรรมอื่นๆ จนมาถึงประเทศไทย สำหรับในภาคอีสานก็มีการทำไวน์มานานพร้อมๆกับสังคมอีสานแต่ทำจากข้าวเหนียว เรียกว่า"สาโท" หรือ "เหล้าโท" ในหมู่คนอีสานที่พูดภาษาลาว และ"อุ"หรือ"เหล้าแกลบ"ในหมู่คนอีสานทั่วไปที่พูดภาษาภูไท ซึ่งมีทั้งทำเพื่อใช้ดื่มเองในงานเทศกาลต่างๆ และเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริมเฉพาะผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 ชนิดนี้ ประมาณว่ามีมูลค่าไม่ต่ำกว่าปีละ 20,312,000 บาท นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการซื้อสุราจากท้องตลาดมาดื่มประมาณว่าครัวเรือนละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาทต่อปีอีกด้วย ส่วนไวน์ประเภทอื่นๆที่ทำจากผลไม้เพิ่งเริ่มมีการทดลองหลังจากที่ได้รับการฝึกสอนและส่งเสริมจากเจ้าหน้าที่เคหะกิจเกษตรเมื่อประมาณปี พ.ศ.2540 มานี้ ส่วนใหญ่จะทำกันเป็นกลุ่มโดยมีกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเป็นหลัก และทำไวน์สับปะรด ไวน์มะยม ไวน์มะขาม ไวน์มะเฟือง ไวน์กระเจี๊ยบ ไวน์เสาวรส ไวน์ผลไม้รวม ไวน์หมากเม่า ไวน์หม่อนและไวน์แตงโม ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นศึกษาทดลองเพื่อหาทางเลือกอาชีพเสริมมาทดแทนการว่างงานและราคาพืชผลตกต่ำซึ่งยังไม่สามารถดำเนินการในเชิงธุรกิจได้เนื่องจากมีปัญหาในทางกฎหมาย

สภาพของการผลิตจะมีทั้งจุดเด่นและจุดด้อยดังนี้ คือ ทำได้เอง ต้นทุนต่ำ มีรายได้ดีกว่าทำนาและอาชีพอื่นในท้องถิ่น เพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรที่มีราคาตกต่ำช่วยให้คนในท้องถิ่นมีงานทำ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อสุราดื่ม เป็นการสีบทอดวัฒนธรรมการทำเครื่องดื่มที่เป็นภูมิปัญญาไทย มีความบริสุทธิ์ปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นพิษและถ้าดื่มพอประมาณจะเป็นยากระสัย ทำให้รับประทานอาหารได้ดีและกระปรี้กระเป่า ส่วนจุดด้อยก็มีอยู่บ้าง คือ ไม่มีสูตรหรือมาตรฐานในการผลิตแน่นอน ไม่มีระบบการตรวจสอบคุณภาพ ตลาดรองรับไม่แน่นอน วัตถุดิบบางอย่างเริ่มหายากและมีราคาแพง หีบห่อบรรจุภัณฑ์ยังไม่สวยและมีคุณค่าพอ เก็บไว้ได้ไม่นานโดยรสชาดและดีกรีไม่คงที่ ดื่มมากจะทำให้ท้องอืด ท้องเสียและเมานาน ที่สำคัญคือยังผิดกฎหมายอยุ่ ด้านผลกระทบยังไม่พบว่ามีผลกระทบทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด เนื่องจากยังมีปริมาณการผลิตไม่มากนัก จะมีก็เป็นผลในทางบวกมากกว่าคือช่วยให้คนในท้องถิ่นมีรายได้มีงานทำ มีความรู้ในการแปรรูปมากขึ้นและที่สำคัญมีการส่งเสริมภูมิปัญญาไทยในการทำเครื่องดื่มท้องถิ่นอีสาน แต่ถ้าหากมีการเปิดเสรีและพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมได้อาจมีปัญหาในด้านตลาดและเชื้อเพลิงอยู่บ้าง เนื่องจากจะมีปริมาณผู้ผลิตจำนวนมากและต้องอาศัยเชื้อเพลิงที่สำคัญคือฟืนในการต้มเพื่อให้ได้น้ำผลไม้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ถ้ามีการวางแผนให้ดี

ผู้วิจัยเห็นว่า โดยสภาพพื้นฐานทางภูมิปัญญา ค่านิยมทางวัฒนธรรมมีความต้องการและศักยภาพทางวัตถุดิบที่มีอยู่แล้ว มีความเป็นไปได้ในการส่งเสริมและพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมในชุมชนเพียงแต่ให้มีโอกาสทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย และได้รับการส่งเสริมในทางวิชาการ ด้านการผลิตให้มีคุณภาพมาตรฐาน สะอาดปลอดภัยรวมทั้งหีบห่อและบรรจุภัณฑ์และมีการตรวจสอบควบคุมคุรภาพและจัดเก็บภาษีโดยหน่วยงานของรัฐในท้องถิ่น อาจเป็นองค์กรบริหารส่วนตำบล หรือหน่วยงานทางสาธารณสุขก็ได้

Research objective : (1) to find out folk vine production sources, production techniques, quality of production, impact on social-economic and environment, raw material sources, cost of production, rate of return, possibility in developing to community industries, group status of folk vine producers ; and (2) to develop data for the next research and to develop quality and standard of folk vine production in order to producing the souvenir goods for the visitors.

Research methods : (1) in the first stage, survey research by collecting data about folk vine production in each community of all Northeastern Province such as the Office of Provincial Excise, the Office of Provincial Community Development, the Office of provincial Agriculture, Agriculture College, Ratchamongkol Institute, Research Center of White Mulberry and Silk, and Educational Institutes; and (2) the second stage, studying in depth of some cases and seminar on folk vine production two times.

The research results find that vine is an alcoholic liquor which produced from grape in Europe and Asia for along time. It's called in different names such as "Sake" for Japanese vine, and in the Northeastern of Thailand called "Kra-Chai", "Uu", "Sa-To" etc. In Northeastern community produced vine from sticky rice called "Sa-To" or "Lao-To". Called "Uu" in the community of Thai-Laos border, and called "Lao-Klab" in the community of "Poo-Thai" languafe. They produced folk vine for consumption and distribution in festival seasons. Especially, "Uu" and "Lao-Klab" were sold more than 20,312,000 Baht per year, and helped households save their expenditures more than 1,000 Baht per year. The other folk vine which produced from friut, began from 1997, after the training of agriculture-household officers. The agricultural women groups produced folk vine from pineapple, tamarind, star apple, roselle, star gooseberry, white mulberry, and water melon. The production is in the experimental stage and there are some problems, especially, the legal problem.

The production advantages such as household production, low cost, high price, value-add for agriculture products, community employment, saving household payment, maintenance Thai indigenous culture. The disadvantages of folk vine production as non-standard of production, non- inspection of quality control system, unpredictable markets, high price, inappropriate package, varied taste and degree, and illegal production. There is non social and economic impact because of a small size of production. If produces in the mass production, should be confronted with markets and firewood. Community should do the better plan to protecting these problems.

Researchers recommend to promote the Thai indigenous of folk vine production to the household industry, because of the community readiness and potential of raw materials and labor. Government should amend law and promote marketing, local government responsible for excise tax collecting and the public health agents promote and control the standard of folk vine.

บรรณานุกรม :
ชื่น ศรีสวัสดิ์ , ชัยบดินทร์ สาลีพันธ์ , สุพิชญ์ แก้วเนตร , Chuen Srisawat , Chaibodin Saleepun , Supich Kaewnetr . (2543). สถานภาพการทำไวน์ในชุมชนอีสาน.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ชื่น ศรีสวัสดิ์ , ชัยบดินทร์ สาลีพันธ์ , สุพิชญ์ แก้วเนตร , Chuen Srisawat , Chaibodin Saleepun , Supich Kaewnetr . 2543. "สถานภาพการทำไวน์ในชุมชนอีสาน".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
ชื่น ศรีสวัสดิ์ , ชัยบดินทร์ สาลีพันธ์ , สุพิชญ์ แก้วเนตร , Chuen Srisawat , Chaibodin Saleepun , Supich Kaewnetr . "สถานภาพการทำไวน์ในชุมชนอีสาน."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2543. Print.
ชื่น ศรีสวัสดิ์ , ชัยบดินทร์ สาลีพันธ์ , สุพิชญ์ แก้วเนตร , Chuen Srisawat , Chaibodin Saleepun , Supich Kaewnetr . สถานภาพการทำไวน์ในชุมชนอีสาน. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2543.