ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

อิทธิผลของการพ่นแคลเซียมและไคโตซานต่อการพัฒนาและคุณภาพของช่อดอกไม้สกุลหวาย

หน่วยงาน สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : อิทธิผลของการพ่นแคลเซียมและไคโตซานต่อการพัฒนาและคุณภาพของช่อดอกไม้สกุลหวาย
นักวิจัย : อภิรดี อุทัยรัตนกิจ , ผ่องเพ็ญ จิตอารีย์รัตน์ , Apiradee Uthairatanakij , Pongphen Jitareerat
คำค้น : Biological sciences , Botany , Calcium chloride , Calcium oxide , Chitosan , Dendrobium orchids , F-31-312-20-02 , Inflorescences , Plant biotechnology and related agricultural science , กล้วยไม้หวาย , สาขาเกษตรศาสตร์และชีววิทยา , สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ , แคลเซียมคลอไรด์ , แคลเซียมออกไซด์ , ไคโตซาน
หน่วยงาน : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2549
อ้างอิง : http://www.nstda.or.th/thairesearch/node/22537
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในการทดลองครั้งนี้ทำการคัดเลือกต้นกล้วยไม้หวาย ซอนย่า #17 และ Walter Oumae 4N ที่เริ่มแทงช่อดอกยาวประมาณ 5 เซนติเมตร แล้วทำการพ่นด้วยสารละลาย แคลเซียมคลอไรด์แคลเซียมออกไซด์ และไคโตซาน ทุกสัปดาห์จนถึงระยะเก็บเกี่ยวทางการค้า พบว่า การพ่นช่อดอกกล้วยไม้หลายซอนย่า #17 และ Walter Oumae 4N ด้วยสารละลายแคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมออกไซด์ ที่ความเข้มข้น 0 (น้ำประปาหรือชุดควบคุม) 0.5 1.0 และ 1.5 mM ไม่มีผลต่อจำนวนดอกย่อยต่อช่อ น้ำหนักดอกย่อย ความกว้างของกลีบดอก และขนาดของเซลล์เนื้อเยื่อพื้นฐานของกลีบดอก แต่ดอกกล้วไม้ที่ได้รับแคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมออกไซด์มีการสะสมแคลเซียมในดอกสูงกว่าชุดควบคุม (p <= 0.05) การศึกษาคุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวของช่อดอกกล้วยไม้ทั้งสองชนิด พบว่า การพ่นสารละลายแคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมออกไซด์มีผลทำให้น้ำหนักสดของช่อดอกลดลงมากกว่าชุดควบคุม การผลิตเอทิลีนและการหายใจมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอน โดยมีการผลิตเอทิลีนและการหายใจสูงสุดในวันที่ 7 ของการปักแจกัน นอกจากนี้การให้สารละลายแคลเซียมมีผลทำให้ดอกตูมบานน้อยกว่าชุดควบคุมและมีการร่วงของดอกย่อยมากกว่า (p <=0.05) แต่อย่างไรก็ตามช่อดอกกล้วยไม้ทั้งสองพันธุ์ที่พ่นด้วยน้ำประปามีอายุการปักแจันไม่แตกต่างกับการพ่นด้วยสารละลายแคลเซียมคลอไรด์และแคลเซียมออกไซด์โดยช่อดอกกล้วยไม้ซอนย่า #17 มีอายุการปักแจกันเฉลี่ย 19 วัน และ Walter Oumae 4N มีอายุการปักแจกันเฉลี่ย 23 วัน

การพ่นช่อดอกกล้วยไม้หวายด้วยไคโตซานความเข้มข้น 0 (ชุดควบคุม) 200 400 และ 600 มิลลิกรัมต่อลิตรทุกสัปดาห์จนกระทั่งเก็บเกี่ยว พบว่าไคโตซานไม่มีผลต่อการเพิ่มจำนวนดอกย่อยต่อช่อ ความกว้างของกลีบดอก น้ำหนักดอกย่อยและขนาดของเซลล์พื้นฐานของกลีบดอก ดอกกล้วยไม่พ่นด้วยไคโตซานมีกิจกรรมของ ACC oxidase น้อยกว่าชุดควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ แต่ไม่พบความแตกต่างของปริมาณแคลเซียมในกลีบดอกระหว่างดอกที่ได้รับแคลเซียมและชุดควบคุม จากการศึกษาการเปลี่ยนแปลงคุณภาพช่อดอกกล้วยไม้หลังการเก็บเกี่ยว พบกว่า การพ่นช่อดอกกล้วยไม้ด้วยไคโตซานทำให้ช่อดอกมีการสูญเสียน้ำหนักสดมากกว่าดอกที่ไม่ได้พ่นไคโตซาน ในขณะที่ไคโตซานสามารถลดอัตราการหายใจและการผลิตเอทิลีนของช่อดอกกล้วยไม้ได้ (p >=0.05) นอกจากนี้ ไคโตซานทำให้ดอกตูมบานเพิ่มขึ้น แต่มีการหลุดร่วงของดอกย่อยมากเช่นกัน การพ่นช่อดอกกล้วยไม้ด้วยไคโตซานทุกระดับความเข้มข้น ไม่สามารถลดการเกิดแอบซิชั่นโซนของก้านดอกย่อยได้ และไม่สามารถยืดอายุการปักแจกันดอกกล้วยไม้ได้

Immature inflorescence of Dendrobium Sonia #17 and Dendrobium Walter Oumae 4N around 5cm in length of shooting were used in these experiments. They were sprayed with CaCl2 or CaO at the concentration of 0 (control), 0.5, 1.0 and 1.5 mM at weekly until commercial harvesting stage (six times). There was no siginificant difference between control and calcium treatments in nymber of floret, weight of floret, petal width and size of ground tissue of petal. But calcium content was found higher in calcium treated flowers than control (p <=0.05). A study of postharvest quality of inflorescences found that CaCl2 and CaO spraying increased loss of fresh weught compared with that of control. Ethylene production an d respiration rate of inflorescences showed inconsistency pattern, but they reached peak at dat 7. Spraying CaCl2 and CaO also reduced the percentage of bud opening and increased the flower dropping (p>= 0.05). However, neither CaCl2 nor CaO treatments extended vase-life of Dendrobium Sonia #17 and Dendrobium Walter Oumae 4N compared with that of control (19 and 23 days, respectively).

Inflorescense were sprayed with chitosan at 0, 200, 400 or 600 mgL-1. Chitosan spraying had no significant in number of floret, petal width, weight of floret and size of ground tissue of petal in comparison to non-sprayed inflorescences (control). ACC content of control was siginificantly higher that chitosan treated inflorescences. Calcium content of floret showed no different between treated and non-treat chitosan. Inflorescences sprayed with chitosan were loss fresh weight than non-spraying. In contrast, chitosan reduced the respiration rate and ethylene production of inflorescences (p>=0.05). Additionally, chitosan induced bud opening and floret dropping. All concentrations of chitosan did not prevent the abscission of pedicels. There was no different in vase-life among treatments.

บรรณานุกรม :
อภิรดี อุทัยรัตนกิจ , ผ่องเพ็ญ จิตอารีย์รัตน์ , Apiradee Uthairatanakij , Pongphen Jitareerat . (2549). อิทธิผลของการพ่นแคลเซียมและไคโตซานต่อการพัฒนาและคุณภาพของช่อดอกไม้สกุลหวาย.
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
อภิรดี อุทัยรัตนกิจ , ผ่องเพ็ญ จิตอารีย์รัตน์ , Apiradee Uthairatanakij , Pongphen Jitareerat . 2549. "อิทธิผลของการพ่นแคลเซียมและไคโตซานต่อการพัฒนาและคุณภาพของช่อดอกไม้สกุลหวาย".
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
อภิรดี อุทัยรัตนกิจ , ผ่องเพ็ญ จิตอารีย์รัตน์ , Apiradee Uthairatanakij , Pongphen Jitareerat . "อิทธิผลของการพ่นแคลเซียมและไคโตซานต่อการพัฒนาและคุณภาพของช่อดอกไม้สกุลหวาย."
    ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, 2549. Print.
อภิรดี อุทัยรัตนกิจ , ผ่องเพ็ญ จิตอารีย์รัตน์ , Apiradee Uthairatanakij , Pongphen Jitareerat . อิทธิผลของการพ่นแคลเซียมและไคโตซานต่อการพัฒนาและคุณภาพของช่อดอกไม้สกุลหวาย. ปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ; 2549.